ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 243 อันธพาลยึดครองบ้าน
บทที่ 243 อันธพาลยึดครองบ้าน
เจิ้งหงแอบมองออกไปข้างนอก เธอกลัวมากเมื่อเห็นหลี่เสี่ยวอ้ายพาคนหลายคนเข้ามาในบ้าน เธอกอดลูกชายของเธอแน่นไม่กล้าที่จะมองพวกนั้น พวกเขาเป็นคนเลวที่ควบคุมสามีของเธอได้ เธอพูดอย่างตื่นตระหนก “เรื่องนี้พวกเราไม่เกี่ยวนะ พวกเขาเป็นคนทำเองทั้งหมด…”
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ลี่หรงไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอกับลูก จึงปล่อยไปก่อน
เธอละสายตาจากสองแม่ลูก แล้วมองสำรวจบริเวณโดยรอบของบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นห้องโถง มีเพียงเก้าอี้และโต๊ะอาหารไม่กี่ตัว
ลี่หรงมองหลี่เสี่ยวอ้าย “ของในบ้านใช่ของของเธอไหม?”
หลี่เสี่ยวอ้ายมองแวบเดียวก็บอกว่าใช่
ลี่หรงหยิบถุงปุ๋ยจากตู้ข้าง ๆ มา แล้วบอกกับหลี่เสี่ยวอ้าย “โยนของที่ไม่ใช่ของบ้านเธอใส่ในนี้ซะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายลงมือในทันที
โยนแก้วน้ำที่อยู่บนตู้เสื้อผ้าเข้าไป!
เก้าอี้มีเสื้อผ้าผู้ชายหลายตัว โยนเข้าไป!
ยังมีรองเท้าอีกไม่กี่คู่บนพื้น โยนเข้าไป!
บนโต๊ะมีชามอยู่หลายใบ ใส่ขนมปังข้าวโพดนึ่งและมันเทศ หลี่เสี่ยวอ้ายหยุดชะงักหันไปมองลี่หรงด้วยความไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
“นี่เป็นของบ้านเธอหรือเปล่า?”
หลี่เสี่ยวอ้ายพยักหน้าและส่ายหัวอีกครั้ง “ชามใช่ ขนมปังข้าวโพดนึ่งไม่ใช่”
“ก็โยนเข้ามาสิ”
ขนมปังข้าวโพดนึ่งและมันเทศก็ถูกโยนเข้าไปในกระสอบ
……
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่เสี่ยวอ้ายก็เดินไปหาลี่หรงด้วยรอยยิ้ม “เก็บหมดแล้วค่ะ”
ในกระสอบก็มีของเต็มเช่นกัน
แต่ครอบครัวของหลี่กวงเหลียงมีของมากกว่านั้นแน่นอน
ลี่หรงยิ้มให้หลี่เสี่ยวอ้าย “ป่ะ ไปที่ต่อไปกันเถอะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายมองลี่หรงด้วยสายตาเป็นประกาย “ค่ะ!”
ต่อมาห้องนอนคุณยายโม่ ห้องนอนหลี่เสี่ยวอ้ายก็ถูกเก็บกวาดจนหมดเช่นกัน
และก็ได้มาอีกสองกระสอบ
ในที่สุดจ้าวชิงซงกับลี่รุ่ยจือและปี้ซิ่งสือที่รออยู่ข้างนอกก็ได้ใช้งานเสียที
แต่ละคนต่างช่วยคนขนกระสอบออกไปข้างนอกตามที่ลี่หรงบอก
ลี่หรงสั่งการทหารที่คุมตัวสามพ่อลูกหลี่กวงเหลียงให้โยนพวกเขาออกไปข้างนอก
เจิ้งหงและลูกชายที่อยู่ในห้องนอน ไม่ต้องให้ลี่หรงบอกทั้งสองคนก็รีบวิ่งออกมา
ข้างนอกมีคนมายืนดูมากมาย บางคนก็คาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บางคนก็ไม่รู้เรื่อง แต่ช่างเถอะ ดูต่อไปก็คงจะรู้เอง
หลี่กวงเหลียงไม่คิดว่าพวกเขาจะถูกโยนออกมาเหมือนหมาข้างถนน แถมยังมีคนมามุงดูมากมายแบบนี้อีก มันน่าอับอายจริง ๆ!
ตาของเขาเบิกกว้างราวกับจะกินคน ชี้นิ้วไปที่ลี่หรงกับพวก “พวกแกชั่วช้าเสียจริง!”
“ว๊าย!” มีผู้หญิงคนหนึ่งเบียดเสียดออกมาจากฝูงชน เธอเดินไปหาหลี่กวงเหลียงแล้วประคองเขาขึ้นมา “นี่คุณ เกิดอะไรขึ้นคะ!”
ผู้หญิงคนนั้นคือหวังหลิว ภรรยาของหลี่กวงเหลียง เธอกลับมาจากตลาด เมื่อเห็นผู้คนมุงกันที่หน้าบ้านของเธออยู่ไกล ๆ เธอก็รีบวิ่งมาดู เมื่อมาถึงที่ก็พบว่าครอบครัวของเธอเองที่เกิดเรื่องขึ้น
เธอเห็นสามีและลูกชายทั้งสองนั่งอยู่บนพื้นมีใบหน้าที่บวมช้ำ
หลี่ต้าอู่ชี้ไปที่หลี่เสี่ยวอ้าย แล้วพูดกับหวังหลิวว่า “แม่ นังจิ้งจอกคนนี้ไปหาพวกมาช่วย แล้วไล่พวกเราออกมา!”
หวังหลิวหันหน้าไปมองหลี่เสี่ยวอ้ายด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ โดยไม่มองคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เธอเลย เธอดึงแขนเสื้อขึ้น แล้วก็พุ่งเข้าใส่ “กล้ามาทำกับลูกชายฉันอย่างนี้เหรอ ฉันจะสั่งสอนเธอเอง!”
หลี่เสี่ยวอ้ายตอบโต้ไม่ทัน ถ้าปี้ซิ่งสือไม่รีบคว้าตัวเธอไป เธอก็คงจะโดนตบแล้ว
แม้จะเป็นเช่นนี้ ใบหน้าของหลี่เสี่ยวอ้ายก็ยังคงโดนข่วนอยู่ดี
เธอเอื้อมมือขึ้นไปแตะใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ปี้ซิ่งสือรีบจับข้อมือของเธอไว้ “อย่าเพิ่งจับบนมือมีเชื้อโรค”
หลี่เสี่ยวอ้ายตัวแข็งทื่อ แต่ก็เชื่อฟังและไม่แตะต้องใบหน้าอีกต่อไป นิ้วมือของเธอกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เธออุทานออกมาเบา ๆ “โอ้ย!”
ปี้ซิ่งสือจึงปล่อยเธอ
เขาขวางอยู่ตรงหน้าหลี่เสี่ยวอ้ายและมองไปที่หวังหลิวด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณจะทำอะไร คิดจะทำร้ายคนอื่นเหรอ?”
ไม่ต้องพูดถึงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ อย่างหลี่เสี่ยวอ้าย แม้แต่ผู้หญิงวัยเดียวกันหวังหลิวยังไม่กลัว เธอเป็นคนห้าว เมื่อก่อนเคยแย่งงานคนอื่นมาทำ ตบตีดึงผม…มีอะไรที่หวังหลิวทำไม่ได้บ้าง
แต่ถ้าหากเป็นผู้ชาย หวังหลิวก็จะอ่อนลง
ชายหนุ่มที่ยืนขวางหน้าหลี่เสี่ยวอ้ายนั้นสูงกว่าเธอสองคืบ แววตาของเขาดุดันมาก เธอถอยหลังไปสองก้าว เพราะอีกฝ่ายมีคนเยอะกว่า
เธอสังเกตรอบข้างไปมา ทันใดนั้นก็ทรุดตัวนั่งลงบนพื้น ยกมือทั้งสองข้างทำท่าทางตบขาตัวเองแล้วร้องตะโกนว่า “โอ้ย! รังแกคนแล้ว! รังแกคนแล้ว! ทุกคนมาดูเร็ว มาช่วยตัดสินความให้ยายแก่คนนี้หน่อยเถอะ! นังเด็กคนนี้พาคนมาพังบ้านฉัน แล้วยังทำร้ายคนในครอบครัวฉันอีก!”
หลี่เสี่ยวอ้ายไม่เคยเจอคนชั่วขนาดนี้มาก่อน เธอโกรธจนตาแดงก่ำ
อดทนไม่ไหวจึงได้แต่ร้องไห้ออกมา ใช้มือปาดน้ำตา “ถึงกับกล้าใส่ร้ายคนซึ่ง ๆ หน้า! ไร้ยางอาย!”
“โอ๊ย ตายแล้ว ๆ ฉันเป็นยายแก่คนหนึ่งที่เหลือเวลาไม่กี่ปีก็จะลงโลงแล้ว ยังโดนคนรุ่นหลานแกล้งแบบนี้อีก ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว สวรรค์โปรดเมตตาด้วย!”
“อยู่ไม่ได้ก็ไปตายซะสิ!” ลี่หรงพูดขึ้น
ประโยคนี้ทำให้หวังหลิวถึงกับสำลักน้ำลาย
คำคร่ำครวญที่กำลังจะเอ่ยออกมาติดอยู่ที่ลำคอ เธออ้าปากค้างโดยไม่พูดอะไรอีก ใบหน้ามีแต่ริ้วรอยหางตาก็ราวกับซาลาเปาจับจีบที่ดูตลกมาก
ไม่ใช่แค่หวังหลิวที่ตกใจ แม้แต่คนดูก็คาดไม่ถึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีใครจะตอบโต้แบบลี่หรง
ลี่รุ่ยจือและคนอื่น ๆ ก็หัวเราะเสียงดัง
จ้าวชิงซงอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ จึงหันหน้าหนีไปอีกทาง นั่นภรรยาที่รักของเขานะ จะหัวเราะไม่ได้
“เป็นอะไรไป?” ลี่หรงกอดอกถาม “เมื่อกี้บอกว่าอยู่ไม่ได้แล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงยังเรียกให้สวรรค์ช่วยอยู่ล่ะ มาแย่งบ้านคนอื่นอยู่กลัวสวรรค์ไม่รู้ถึงได้เรียกเทพเจ้ามาจัดการตัวเองงั้นเหรอ?”
“แก! แกพูดอะไร!” หวังหลิวจ้องหน้าลี่หรงด้วยความอาฆาต ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้ ยัยตัวแสบคนนั้นคงไม่กล้ามาต่อกรกับพวกเธอแน่ ๆ
ลี่หรงหัวเราะในลำคอ กวาดตามองผู้คนรอบข้างแล้วถามอย่างสุภาพ
“พวกคุณอยู่ละแวกนี้หรือเปล่า?”
ผู้คนไม่กล้าตอบ
ลี่หรงจับมือหลี่เสี่ยวอ้าย “คุณรู้จักเธอไหม เมื่อก่อนบ้านหลังนี้เป็นของเธอและคุณยายโม่ พวกคนเร่ร่อนพวกนี้ไม่รู้มาจากไหน ทำร้ายผู้หญิงแก่ ๆ กับเด็กผู้หญิงคนนี้แล้วแย่งบ้านเธอไป แถมไล่พวกเธอออกไปแล้วก็เปลี่ยนกุญแจอีก น่าสงสารคุณยายโม่ ใกล้ตรุษจีนแล้วแต่กลับบ้านไม่ได้ ต้องถูกส่งไปโรงพยาบาลแทนเพราะความโมโหจนเป็นลมหมดสติ”
เธอมองสายตาของผู้คนเหล่านั้นที่อ่อนลงเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า “พี่ชาย พี่สาว คุณลุงและคุณป้า คุณยายโม่เป็นเพื่อนบ้านของพวกคุณ พวกคุณต่างก็รู้ดีว่าคุณยายโม่กับหลานสาวเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้คนกลุ่มนี้ได้ทำเรื่องเลวร้ายกับพวกเธอ ฉันมาช่วยน้องสาวของฉันเสี่ยวอ้าย พวกคุณเห็นด้วยหรือไม่?”
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ค่อย ๆ ส่งเสียงออกมา
บางคนสงสัย “ฉันคิดอยู่แล้วว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมีคนย้ายเข้ามาอยู่ คุณยายโม่ก็ไม่ได้เจ็บป่วยร้ายแรงจนต้องใช้เงินไม่น่าจะขายบ้าน”
บางคนสงสัย “ฉันถามพวกเขาเมื่อวันนั้น พวกเขาบอกว่าซื้อบ้านหลังนี้มา”
บางคนทำหน้าดูถูก ซื้อบ้าอะไร คนพวกนี้ดูยังไงก็เป็นอันธพาล พวกนี้ต้องการยึดบ้านของคุณยายโม่ชัด ๆ
มีผู้หญิงคนหนึ่งโกรธมากจนถ่มน้ำลายใส่ ถุย! ที่แท้ก็เป็นคนชั่ว วันนั้นฉันยังช่วยพาคุณยายโม่ส่งโรงพยาบาลอยู่เลย
บางคนตกใจและเข้าใจในทันที แปลว่าคนกลุ่มนี้เป็นอันธพาล งั้นไปแจ้งตำรวจกันเถอะ จับพวกเขาไปเข้าค่ายแรงงานซะ
…….
เมื่อเห็นว่าฝูงชนรอบข้างยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธมากขึ้น หวังหลิวก็ตื่นตระหนก เธอรู้ตัวว่าได้สร้างความโกรธแค้นให้กับทุกคนแล้ว เธอขยับเข้าไปข้าง ๆ หลี่กวงเหลียงแล้วถามอย่างร้อนใจว่า “เราจะทำยังไงกันดีล่ะ?”