ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 244 ฉลองตรุษจีนในเมืองหลวง
บทที่ 244 ฉลองตรุษจีนในเมืองหลวง
“เพี้ยะ!”
หลี่กวงเหลียงโดนคนอื่นตำหนิก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาจึงตบหน้าหวังหลิว “นังตัวดี จะร้องทำไมนักหนา!”
หวังหลิวรีบปิดปาก ไม่กล้าอาละวาดอีกต่อไป
เหอะ หลี่กวงเหลียงยังกล้าตีผู้หญิงด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไล่คุณยายโม่ที่แก่ขนาดนั้นออกไป แล้วยึดบ้านของเธอได้ คนที่ไม่รักแม้แต่ภรรยาตัวเอง จะหวังให้เขามีศีลธรรมอะไรได้
แต่เมื่อนึกถึงท่าทางอวดดีของหวังหลิวเมื่อครู่ ลี่หรงก็ได้แต่พูดว่าเหมาะสมกันดี
หลี่ต้าเผิงพยุงสองสามีภรรยาให้ลุกขึ้น หลี่กวงเหลียงให้ทั้งสองคนขนของแล้วรีบออกไปก่อน หลี่ต้าอู่หันกลับมามองลี่หรงด้วยสายตาอาฆาต จ้าวชิงซงก้าวขึ้นมาข้างหน้าขวางลี่หรงไว้
“เดี๋ยวก่อน!” ลี่หรงเอ่ยปากห้ามพวกเขาไว้
“ถ้ายังกลับมาอีก จะไม่ใช่แค่ไล่ออกจากบ้านง่าย ๆ แบบนี้แน่!” ลี่หรงเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลี่กวงเหลียงและคนอื่น ๆ เป็นคนไม่ดีนิสัยดุร้ายและโหดเหี้ยม ถึงตอนนี้จะยอมหนีไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายไปเลย อาจจะกลับมาแก้แค้นก็ได้
สายตาของหลี่กวงเหลียงจ้องมองอย่างอาฆาต ก่อนจะพาครอบครัวทั้งหมดจากไปท่าทางของพวกเขาราวกับหนีเอาตัวรอดจากสายตาของผู้คนทั้งหลาย ซึ่งต่างจากตอนที่มายึดบ้านคุณยายโม่วันนั้นสิ้นเชิง
“เอาละ” ลี่หรงยิ้มให้หลี่เสี่ยวอ้าย “ถ้าพวกเขากลับมาอีก ก็มาบอกพี่ได้เลย”
หลี่เสี่ยวอ้ายมองลี่หรงด้วยใบหน้าซาบซึ้งขอบตามีน้ำตารื้นอยู่
“ขอบคุณพี่ลี่หรงมากเลยนะคะ”
“แล้วจะทำยังไงกับประตูนี่ดีล่ะ?” ปี้ซิ่งสือชี้ไปที่แผ่นประตูที่ล้มลง
หลี่เสี่ยวอ้ายกัดริมฝีปากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
“เรื่องเล็กนิดเดียว ซ่อมแล้วก็เปลี่ยนกุญแจใหม่ก็ได้แล้ว”
นี่ไม่ใช่เรื่องยาก ลี่หรงกล่าวขอบคุณปี้ซิ่งสือ
“ไม่เป็นไรครับ พวกเรามีหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่แล้ว ส่วนประตูให้พวกเราช่วยซ่อมไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ลี่หรงยิ้ม ก่อนจะบอกให้หลี่เสี่ยวอ้ายไปหยิบเครื่องมือมา เดี๋ยวให้จ้าวชิงซงกับลี่รุ่ยจือช่วยกันก็พอ
เมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ต่ออีก พูดคุยกับลี่รุ่ยจืออีกสองสามประโยคก็จากไป
เมื่อซ่อมประตูและเปลี่ยนกุญแจใหม่แล้ว เธอก็ยื่นกุญแจให้หลี่เสี่ยวอ้าย “เอาละ เสร็จเรียบร้อย”
เธอกอดหลี่เสี่ยวอ้าย “พรุ่งนี้ก็จะถึงตรุษจีนแล้ว พอคุณยายโม่กลับจากโรงพยาบาลก็ฉลองกันให้มีความสุขนะ เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้วละ”
หลี่เสี่ยวอ้ายยิ้มออกมา “ค่ะ!”
เมื่อกลับไปที่โรงพยาบาล คุณยายโม่ก็นั่งรอหลานสาวอยู่ เมื่อเห็นหลี่เสี่ยวอ้ายเดินเข้ามาก็ถามว่า “ทำไมถึงนานจัง?”
“หาของนานไปหน่อยเลยตกรถค่ะ กว่าอีกคันจะมาก็เลยมาช้า”
หลี่เสี่ยวอ้ายใช้เวลาค่อนข้างมากในการจัดเก็บข้าวของในบ้าน
ครอบครัวของหลี่กวงเหลียงใช้ของในบ้านเหมือนเป็นของตัวเอง ทำให้ของต่าง ๆ ถูกวางระเกะระกะไปหมด
ของใช้ของเธอและคุณยายโม่ถูกหวังหลิววางทิ้งไว้ที่มุมห้อง ถ้าหลี่เสี่ยวอ้ายกลับไปช้ากว่านี้สักสองวัน ของพวกนั้นคงจะถูกทิ้งไปเป็นขยะหมดแล้ว
โชคดีที่เธอไปขอความช่วยเหลือจากพี่ลี่หรงได้ทัน พอนึกถึงเหตุการณ์ที่พวกอันธพาลถูกไล่ออกไปอย่างน่าสมเพช หลี่เสี่ยวอ้ายก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ
ปี 1982
นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อจ้าวกับแม่จ้าวได้ฉลองตรุษจีนในเมืองหลวง
เมื่ออยู่ในบ้านล้อมลานมาเป็นเวลานาน ชาวบ้านก็เริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ก่อนที่ตรุษจีนจะมาถึง แม่จ้าวก็พูดคุยเรื่องที่จะซื้อของและอาหารกับคนที่ปากซอย
“ไม่ได้ตุนอาหารไว้มากหรอก เดี๋ยวค่อยมาซื้อทีหลังอีกทีน่ะ สะใภ้รองบอกว่าของสดดีกว่า”
“ก็จริงนะ เดี๋ยวนี้ซื้อเนื้อไม่ต้องใช้ตั๋วแลกแล้ว แถมไม่ต้องแย่งกันอีกด้วย มีเงินก็ซื้อได้ กินของสดย่อมดีกว่า”
แม่จ้าวนึกถึงชีวิตเมื่อปีก่อน ๆ ก็ถอนหายใจ “ใช่แล้ว เมื่อก่อนทำแบบนี้ได้ที่ไหนกัน ก่อนตรุษจีนก็ต้องเตรียมของไว้เป็นครึ่งเดือนเลย หมูที่กองการผลิตแจกให้ก็เสียดายไม่กล้ากิน ได้แต่ขุดหลุมฝังไว้รอถึงตรุษจีน”
เธอหันไปหาหงเซี่ยแล้วถามเบา ๆ “ตอนนี้แม่ยายของลูกชายเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“ฮึ! กลับบ้านไปแล้ว” หงเซี่ยถอนหายใจ “หลายวันก่อนแม่นั่นกลับบ้านมาก็ด่าฉันใหญ่เลย บอกว่าฉันพาคนนอกมาเล่นงานลับหลัง ฉันถึงได้รู้ว่าแม่นั่นไปบ้านเธอ ครอบครัวฉันก็อดทนมานานแล้ว รวมทั้งลูกชายฉันด้วย แม่นั่นกล้าด่าแม้กระทั่งลูกชายฉัน ความแค้นนี้สะสมมานานจนไม่รู้กี่ปีแล้ว ใครจะยอมปล่อยให้มาอาละวาดได้ตามใจชอบอีก ครอบครัวฉันคอยดูแลแม่นั่นราวกับเป็นเจ้าเป็นนาย วันนี้นอกจากลูกสาวแล้ว แม่นั่นก็ไม่คุยกับใครอีกเลย ลูกสะใภ้ฉันไม่รู้ใช้วิธีอะไรเมื่อวานก็ส่งกลับบ้านไปแล้ว”
“คนแบบนั้นกลับไปได้ก็ดีแล้ว เธอทำกับข้าวสักสามสิบอย่าง ฉลองให้มีความสุขเถอะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันตรุษจีนนะ”
วันสิ้นปี ลี่หรงและแม่จ้าวก็ขนหม้อกับกระทะออกมาล้างแต่เช้า ล้างเสร็จก็ยกกลับเข้าครัว ไม่กล้าตากแดดไว้ในสวนเพราะหิมะตก
ที่นี่มีหิมะตกมากกว่ามณฑล H หลังคาบ้านราวกับถูกคลุมด้วยผ้าฝ้ายสีขาว กิ่งไม้มีหิมะเกาะ และประดับด้วยโคมไฟสีแดงเป็นพวง ๆ
โคมไฟเหล่านั้นแขวนโดยกรรมการชุมชน เพื่อประดับให้เมืองหลวงมีสีสันในช่วงตรุษจีน แบ่งปันความสุขในช่วงปีใหม่ให้กับประชาชน
“จ้าวชิงซง” ลี่หรงตะโกนมาจากในครัว ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากจ้าวชิงซง เธอถือจานเอาไว้ ในมือก็ยังคีบเนื้อวัวไม่หยุด แล้วชะโงกหน้าออกไปเรียกจ้าวชิงซง
ทางด้านจ้าวชิงซงกำลังอยู่ในห้องกับเด็ก ๆ ทั้งสอง กว่าจะได้ยินลี่หรงก็ตะโกนเรียกซ้ำหลายครั้ง เขาจึงรีบเดินออกมาถามลี่หรงว่ามีอะไร
“ไปเชิญอาจารย์หยวนให้มาฉลองด้วยกันหน่อยค่ะ เขาอยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลย”
“ได้เลยครับ” จ้าวชิงซงลูบหัวเด็ก ๆ “พ่อจะไปบ้านคุณปู่หยวน เด็ก ๆ จะไปด้วยกันไหม?”
“ไป!”
ตอนห้าโมงเย็น ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ทว่าบรรยากาศไม่เงียบเลยมีแต่ความคึกคัก
อาจารย์หยวนกำลังเล่นกับเด็ก ๆ ทั้งสองคน ส่วนจ้าวชิงซงไปช่วยแม่จ้าวกับลี่หรงยกของที่ทำเสร็จแล้วไปวางที่โต๊ะอาหาร
ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารน่าอร่อย ลี่หรงจัดแต่งจานแต่ละจานด้วยความประณีตยิ่งทำให้ดูน่ากินมากขึ้นไปอีก
“มากินข้าวได้แล้วจ้า!” ลี่หรงมองดูพวกเด็ก ๆ กับอาจารย์หยวนที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานแล้วก็ยิ้ม
“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวกันเร็ว” พ่อจ้าววางบารากุลงและเดินเข้ามาจากทางประตู
ลี่หรงกับจ้าวชิงซงเป็นคนซื้ออาหารพวกนี้มาเอง ถึงแม้พวกเขาจะเพิ่งซื้อบ้านในราคาเจ็ดหมื่นไป แต่วันนี้พวกเขาก็ไม่ได้ประหยัดจนเกินไป จึงซื้ออาหารมาเยอะหน่อย
โชคดีที่ทั้งคู่เป็นคนใจกว้าง เมื่อลี่หรงซื้อเธอยังรู้สึกว่าตัวเองใช้จ่ายมากเกินไป “ฉันใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่าคะ?”
จ้าวชิงซงตอบในขณะที่ในมือถือของพะรุงพะรังมากมาย “ผมยังกลัวว่าคุณจะไม่กล้าใช้เงินมากกว่า อยากกินอะไรก็ซื้อเลยเงินหมดแล้วเราหาใหม่ได้”
ลี่หรงก็ชั่งน้ำหนักกุ้งอีกสามกิโล อันอันชอบกินกุ้งแต่ปกติไม่ได้ซื้อมาเยอะ ตรุษจีนนี้ต้องให้ทุกคนได้กินจนหนำใจไปเลย
ตอนนี้เจ้าตัวเล็กเป็นขวัญใจของทุกคน ผู้ใหญ่ต่างก็พากันคีบกุ้งให้เขา จนเต็มจานเล็ก ๆ
เด็กน้อยกินจนปากมันเยิ้ม
เอ้อร์หนิวก็ด้วย
ตอนที่จ้าวชิงซงมาจากหมู่บ้านต้าเจียง เขาตั้งใจนำเหล้าหมักจากบ้านเกิดมาด้วย เพราะพ่อจ้าวสั่งมาโดยเฉพาะ
ลี่หรงใช้เหยือกเหล้าอุ่นเหล้าบนเตาถ่าน เหล้าอุ่น ๆ เข้าปากพ่อจ้าวก็หลับตาพริ้มด้วยความพึงพอใจและยังยิ้มมุมปาก “นี่แหละรสชาติที่ฉันต้องการ”
เขาเทเหล้าให้อาจารย์หยวนหนึ่งถ้วย “อาจารย์หยวน ลองชิมดูสิ”