ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 245 เทศกาลตรุษจีน
บทที่ 245 เทศกาลตรุษจีน
“อาจารย์หยวนร่างกายไม่แข็งแรง ดื่มน้อย ๆ หน่อยสิคะ”
“ไม่เป็นไร จิบเล็กน้อยไม่เป็นไรหรอก”
ตอนนี้เขามีความสุขมาก!
นานแล้วที่หยวนฮุยเหวินไม่ได้ใช้เวลาช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่างคึกคักเช่นนี้
ปีที่ผ่าน ๆ มามีเพื่อนร่วมงานเชิญให้ไปฉลองที่บ้าน เขาเคยไปครั้งหนึ่งกลับรู้สึกราวกับเป็นคนนอก ครอบครัวของเพื่อนร่วมงานไม่คุ้นเคยกับเขา แม้ว่าทุกคนจะให้ความเคารพเขา แต่ความเคารพเหล่านั้นก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
สิ่งที่หยวนฮุยเหวินต้องการคือการพูดคุยเรื่องราวทั่วไปกับทุกคนได้อย่างมีความสุข
เหมือนกับตอนนี้ นี่แหละคือการฉลองตรุษจีนที่เขาต้องการ
ลี่หรงเคยพูดไว้แล้วว่าให้ไปฉลองตรุษจีนด้วยกัน หยวนฮุยเหวินจึงรีบเปลี่ยนเป็นชุดจงซานที่สะอาดเรียบร้อย เขานั่งขัดแว่นตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอคอยอยู่ที่บ้าน
ระหว่างที่รอเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ลี่หรงพูดไว้จะเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ หรือเปล่า หรือว่าเธอจะลืมไปแล้ว?
จนกระทั่งใกล้เที่ยงจ้าวชิงซงมาตาม เขาจึงสบายใจ
หยวนฮุยเหวินถือของขวัญที่ซื้อไว้ล่วงหน้า มาที่บ้านล้อมลานด้วยรอยยิ้ม
จนมาถึงตอนนี้
ลี่หรงเห็นว่าเขาดูมีความสุขก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ขอให้เขาอย่าดื่มมากเกินไป เหล้าหมักจากบ้านเกิดของจ้าวชิงซงมีดีกรีสูง เข้มข้น บางคนไม่คุ้นเคยดื่มแล้วอาจจะปวดหัวได้
จ้าวชิงซงร่วมวงดื่มกับสองชายชราแล้วพูดคุยกับพวกเขา
เธอดื่มเพียงน้ำอัดลมธรรมดา ส่วนแม่จ้าวนอกจากซุปตุ๋นแล้วก็ไม่ดื่มอย่างอื่น สองหนุ่มน้อยก็ดื่มนมแทน
อันอันกระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งไปหาจ้าวชิงซง แล้วกระซิบบอกเขาว่าอยากดื่มน้ำอัดลม
ทำไมต้องไปหาจ้าวชิงซงน่ะเหรอ? ก็เพราะจ้าวชิงซงชอบพาเขาไปซื้อน้ำอัดลม แต่ลี่หรงนั้นตั้งแต่ตอนที่อากาศเริ่มเย็นก็ไม่ให้เขาดื่มน้ำอัดลมอีกเลย และยังบอกคนในบ้านว่าห้ามซื้อให้เขาด้วย
ปกติอันอันเป็นเด็กเชื่อฟัง แต่ว่าวันนี้เขาดันอยากดื่มน้ำอัดลมซะงั้น
ขอแค่อึกเดียวก็ยังดี เขากระซิบบอกจ้าวชิงซงแบบนี้
จ้าวชิงซงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็แกล้งทำเป็นพูดเสียงดังว่า “ลูกอยากดื่มน้ำอัดลมเหรอ?”
ลี่หรงหันขวับมาทางนี้ “อันอันจะดื่มน้ำอัดลมเหรอ? อากาศหนาวแบบนี้ถ้าดื่มแล้วจะท้องเสียนะรู้ไหม!”
อันอันอายุยังน้อย เมื่อถูกพ่อแกล้งก็อายจนหน้าแดงราวกับลูกตำลึง
เขาเอามือปิดหน้าส่ายหัว แล้วเดินกลับไปที่เก้าอี้ของตัวเอง
เจ้าหนูน้อยรู้สึกอับอายมาก แม่ต้องไม่พอใจแน่ ๆ ที่สัญญาไว้ว่าจะไม่ดื่มน้ำอัดลมตอนที่อากาศหนาว ๆ แต่ตอนนี้กลับอยากดื่มซะงั้น
พูดอะไรไว้แต่ทำไม่ได้ แม่บอกว่าเด็กแบบนี้ไม่ดี
แต่เขาก็อยากดื่มน้ำอัดลมจริง ๆ
เขาเงยหน้าขึ้นแอบมองลี่หรง แต่คิดไม่ถึงว่าลี่หรงก็มองเขาอยู่พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความขบขันไม่ได้โกรธเคือง
อันอันก็เลยคิดอะไรออก เขายื่นมือไปโอบแขนลี่หรงแล้วอ้อนว่า “แม่ครับ อันอันอยากดื่มน้ำอัดลมครับ”
“อันอันสัญญากับแม่ไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าอากาศเย็นจะไม่ดื่มน้ำอัดลมน่ะ”
อันอันกะพริบตาปริบ ๆ “แต่ลูกรักคนนี้อยากดื่มน้ำอัดลมจริง ๆ นะครับ”
พูดจบเขาก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเสียเอง
ลูกรักนั่นเป็นคำเรียกที่ลี่หรงเรียกอันอันเมื่อก่อน แต่เขายังจำได้ ลี่หรงหัวเราะเบา ๆ “ลูกรักคือใครกันนะ?”
“ก็ผมน่ะสิ” อันอันพูด “อยากดื่มน้ำอัดลมจังเลยครับ”
ลี่หรงเห็นว่าเขาอยากดื่มจริง ๆ และเมื่อกี้จ้าวชิงซงก็ดันพูดแบบนั้น เธอกลัวว่าจะทำให้อันอันไม่กล้าพูดอะไรในภายหน้า เธอคิดในใจว่าเมื่อไม่มีใครอยู่จะต้องคุยกับจ้าวชิงซงอย่างจริงจัง เธอเปิดขวดน้ำอัดลมแล้วรินให้อันอันกับเอ้อร์หนิวคนละครึ่งแก้ว “ดื่มให้หมดนะ”
“ขอบคุณครับแม่!” อันอันดีใจมาก
เอ้อร์หนิวก็ดีใจเหมือนกัน!
ที่บ้านเกิดเหอซิ่งเปิดร้านอาหารเช้าจริง ๆ แล้วก็มีน้ำอัดลมอยู่ แต่เอ้อร์หนิวถูกต้าหนิวปลูกฝังความคิดว่าน้ำอัดลมที่บ้านเอาไว้ขาย เอาไปแลกเป็นเงิน พวกเขาถึงจะมีเงินไปโรงเรียน เขาจึงไม่ค่อยได้ดื่ม
ในเมืองหลวงทุกครั้งที่อันอันดื่ม อารองก็จะซื้อให้เขาด้วย
เด็กทั้งสองก็เลียนแบบผู้ใหญ่ที่ชนแก้ว เด็กน้อยยกแก้วขึ้นชนกันเสียงดัง และพูดคำว่า “ชนแก้ว!” ออกมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
เมื่อผู้ใหญ่ไม่ได้คุยกันก็นั่งดูเด็กทั้งสองอย่างสนุกแล้ว อาหารค่ำวันนี้ก็กินกันอย่างเต็มที่
ยังกินไม่เสร็จโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
แม่จ้าวสงสัย “ใครโทรมาตอนนี้กันนะ”
ลี่หรงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็เดาว่า “แม่ฉันน่าจะโทรมาค่ะ”
เธอเดินไปรับโทรศัพท์ ไม่ใช่แม่ลี่แต่เป็นเหอซิ่ง อีกฝ่ายพูดคำอวยพรกับลี่หรงสองสามคำแล้วก็ถามถึงเอ้อร์หนิว
เธอกวักมือเรียกเอ้อร์หนิวแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้เขา “แม่หนูโทรมาจ้ะ”
เอ้อร์หนิวคุยกับเหอซิ่งนานหลายนาที เหอซิ่งบอกให้เรียกแม่จ้าวมารับสายพูดคุยไม่กี่นาทีก็วางสายไป
วางสายแล้วลี่หรงยังไม่ทันได้กินข้าวคำที่สอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ทุกคนต่างพากันยุ่งวุ่นวายไปหมด
คราวนี้เป็นคุณนายลี่
ลี่หรงพูดด้วยเสียงร่าเริง “แม่! สวัสดีปีใหม่นะคะ”
“สวัสดีปีใหม่จ้ะ กินข้าวกันหรือยังล่ะ?”
“กำลังกินอยู่ค่ะ แต่ใกล้จะกินเสร็จแล้ว แล้วพ่ออยู่ไหนคะ ปีนี้พ่อกับแม่ได้ไปฉลองตรุษจีนกับพี่ใหญ่พี่รองหรือเปล่าคะ?”
“ใช่แล้ว พวกลูกไม่กลับมา หนิงหนิงก็มาด้วย เลยเหลือแค่พวกเขาแล้ว” แม่ลี่พูดต่อว่า “แต่เจ้าเด็กรุ่ยจือนั่น กินข้าวเสร็จแล้วก็ไม่อยู่บ้าน รีบไปบ้านหนิงหนิงเลย”
ลี่หรงหัวเราะ “ก็ตอนนี้อยู่ในช่วงทำคะแนนนี่คะ แน่นอนว่าต้องเอาใจพ่อตาแม่ยายหน่อย พอหลังจากนี้ก็คงจะดีขึ้นเองแหละค่ะ”
ลี่หรงกำลังพูดกับแม่ลี่อย่างสนุกสนาน จ้าวชิงซงก็เดินเข้ามาพูดโทรศัพท์กับแม่ลี่ไม่กี่ประโยคก็ทำเอาแม่ลี่หัวเราะร่า
แม่ลี่ชวนให้พวกเขากลับไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านในวันมะรืน ลี่หรงก็รับปาก
ปีนี้มีความสุขมาก
พ่อจ้าวกับแม่จ้าวยังรักษาขนบธรรมเนียม แม้จะอยู่ในเมืองหลวงก็ยังใช้ธรรมเนียมปฏิบัติในหมู่บ้าน นั่นคือการเฝ้ารอเพื่อส่งท้ายปีเก่า
อาจารย์หยวนไม่ได้กลับบ้าน แต่คืนนี้เขานอนที่บ้านล้อมลาน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาไม่มีความทรงจำอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเฝ้ารอการข้ามปี แต่ตอนนี้เพราะมีเหล่าจ้าว พวกเขาก็เลยชวนกันมานั่งเล่นหมากล้อมหลังจากมื้อเย็น
ได้ยินมาว่าตอนกลางคืนยังมีเกี๊ยว หยวนฮุยเหวินทนรอแทบไม่ไหวแล้ว
เขายังคงนั่งเล่นหมากรุกกับเหล่าจ้าวอย่างสบายใจ
จ้าวเจี้ยนกั๋วเล่นหมากรุกกับหยวนฮุยเหวินก็มักจะแพ้อยู่บ่อย ๆ แต่แพ้ครั้งนี้ก็ยังเล่นครั้งหน้า มีความรู้สึกยิ่งแพ้ยิ่งอยากเอาชนะ แถมยังไม่มีนิสัยอย่างพวกเซียนหมากกระจอกที่ชอบล้มกระดาน ทั้งสองคนจึงกลายมาเป็นเพื่อนเล่นหมากรุกที่ดีต่อกันไปนานแล้ว
เวลานั้นในเมืองหลวงยังไม่มีการห้ามจุดพลุ
จ้าวชิงซงซื้อพลุมาเพื่อเตรียมจุดในตอนเที่ยงคืน และที่หน้าบ้านของแต่ละบ้านภายในตรอกต่างก็จุดพลุกันเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เหอซิ่งและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านต้าเจียงก็เฝ้าอยู่เช่นกัน
“ปีนี้เงียบเหงาจังเลยนะครับ” ต้าหนิวโตมาขนาดนี้ เขาเพิ่งเคยฉลองปีใหม่ที่มีคนแค่สามคน
เหอซิ่งหัวเราะ “เสียดายที่ไม่ได้ไปเมืองหลวงงั้นเหรอ?”
“ไม่ได้เสียดายหรอกครับ ผมจะไปเมืองหลวงให้ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง”
“ดี ๆ ๆ ต้าหนิวเก่งที่สุดเลย!?”
เหอซิ่งชมเขา ต้าหนิวเบนหน้าหนี “แม่ครับ ต่อไปนี้เลิกเรียกผมว่าต้าหนิวได้ไหมครับ?”
“ถ้าไม่เรียกต้าหนิวแล้วจะเรียกว่าอะไร โตเป็นหนุ่มแล้วก็เลยไม่ชอบชื่อที่แม่ตั้งให้เหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ… คือว่าต้าหนิวมันฟังดูเชยเกินไปน่ะครับ ถ้าเพื่อนที่โรงเรียนรู้เข้า คงจะต้องหัวเราะเยาะผมแน่ เรียกชื่อจริงผมเลยดีกว่าครับ”
“ได้สิ จ้าวเซวียนอี้! ตกลงไหมจ๊ะ?”