ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 248 ไล่ครอบครัวตระกูลหลี่ออกไป
บทที่ 248 ไล่ครอบครัวตระกูลหลี่ออกไป
สีหน้าของชายหนุ่มแข็งทื่อ ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ดึงเขาแล้วกัดริมฝีปากของเธอ “ห้องข้าง ๆ มีคนอยู่มากถึงห้าหกคน มันวุ่นวายมาก เขาไม่แบ่งพื้นที่ตากผ้าให้คนอื่นเลย และพวกเขายังเคลื่อนย้ายและขโมยสิ่งของที่เราเก็บไว้ในห้องครัวอีกด้วย สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือมีผู้ชายคนหนึ่งคิดจะลวนลามฉันด้วย!”
“ห้องข้าง ๆ เหรอ?” ลี่หรงขมวดคิ้ว “ห้องข้าง ๆ คุณไม่ใช่ว่ามีผู้ชายอยู่คนเดียวเหรอ?”
“ตอนแรกก็มีแค่ผู้ชายคนเดียว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ใช่แล้ว คนอีกห้าหกคนมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็หายไปแล้วคนพวกนั้นก็มาอยู่แทน”
ชายหนุ่มดึงผู้หญิงไว้ “ไม่ต้องพูดแล้ว!”
“ฉันต้องพูด!” หญิงสาวมองมาที่ลี่หรง “คนห้าหกคนนั้น ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คนแก่ แล้วก็เด็ก ไม่ใช่คุณเหรอที่เป็นคนให้เช่าน่ะ?”
“ห้องข้าง ๆ คุณ ฉันให้ผู้ชายคนหนึ่งเช่า เขาก็ดูเป็นคนสุภาพดีนะ ฉันจะไปดู แล้วเดี๋ยวจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะยกเลิกการเช่าหรือไม่ ตกลงไหม?”
คู่สามีภรรยารายนี้เพิ่งเข้ามาในเมืองเพื่อหางานทำ กว่าพวกเขาหาบ้านที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยแห่งหนึ่งได้มันยากมาก และโดยรวมแล้วที่นี่ก็อยู่สบาย หากไม่ใช่เพราะทนครอบครัวนั้นไม่ได้ พวกเขาก็คงไม่อยากยกเลิกสัญญาเช่าหรอก
หลังจากลี่หรงเสนอวิธีแก้ไขแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ลังเลสักเท่าไหร่และพยักหน้าตกลง
“ทำไมถึงเป็นเธอ?” ลี่หรงมาถึงตรอกเซี่ยงฝูแล้ว เมื่อเธอเข้าไปก็เห็นเจิ้งหงกำลังซักผ้าอยู่ที่สวน หวังหลิวกำลังใช้พลั่วขุดดินที่สวน
คาดไม่ถึงเลยว่าห้าหกคนนั้นจะเป็นครอบครัวของหลี่กวงเหลียง!
ลี่หรงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเลย!
ครอบครัวนี้เก่งมากจริง ๆ!
วันนั้นเธอตั้งใจเยาะเย้ยหลี่ต้าอู่ เพราะคิดว่าจะไม่เจอพวกเขาอีก แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะหาคนมาเช่าห้อง และสร้างเรื่องเดือดร้อนให้เธอในภายหลัง ครอบครัวของพวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ และเกือบไล่ผู้เช่าบ้านของเธอออกไป!
ตอนนี้ลี่หรงก็รู้สาเหตุของเรื่องนี้แล้ว และเธอก็โกรธมาก!
เจิ้งหงเห็นลี่หรงก็ตกใจกลัว แต่มีแม่สามีของเธออยู่ข้าง ๆ ดังนั้นเธอจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วหันไปขยี้ผ้าต่อ
หวังหลิวไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้เป็นของลี่หรง หวังหลิวเห็นคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวที่อยู่ข้าง ๆ ลี่หรง มื่อเช้านี้ฝ่ายหญิงยังทะเลาะกับเธอ เพราะเธอแค่เอาน้ำมันกับเกลือไปนิดเดียวเอง
ถึงขนาดไปตามแม่นี่มาช่วยงั้นเหรอ?
หวังหลิวคิดว่าพวกนี้ไปตามลี่หรงให้มาช่วยเหมือนครั้งที่หลี่เสี่ยวอ้ายตามให้เธอมาช่วย
ลูกของเธอบอกว่า บ้านหลังนี้ได้คนมาช่วยเช่า ดังนั้นหวังหลิวจึงไม่กลัวลี่หรงเลยแม้แต่น้อย
“ไอ้หยา! ทำไมถึงเป็นเธออีกแล้ว” หวังหลิววางพลั่วไว้ข้าง ๆ หันหน้ามาทางลี่หรง พร้อมกับเอามือเท้าเอวและพูดจาถากถาง “ช่างเป็นคนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเสียจริง!”
สีหน้าของลี่หรงเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที “ฉันจะยุ่งแล้วจะทำไม? ฉันไม่เพียงแค่จะยุ่ง ฉันยังจะไล่พวกเธอให้ออกไปอีกด้วย!”
“พูดจาใหญ่โตจริง” หวังหลิวหัวเราะออกมา “ฉันถามมาแล้ว บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเธอ เป็นของคนอื่นที่เขาปล่อยเช่า เธอคิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง ถึงได้กล้าไล่พวกเราออกไป! ฮ่า ๆ ตลกจริง ๆ”
ลี่หรงมองดูท่าทีของหวังหลิว เธอหัวเราะออกมาเลียนแบบท่าทางของหวังหลิว “อ้อ เธอถามมาแล้วเหรอ? แล้วทำไมไม่ถามว่าเจ้าของบ้านคือใครล่ะ?”
ไม่ว่าเจ้าของบ้านจะเป็นใครก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นลี่หรง หวังหลิวนึกในใจ แต่ตอนนี้ลี่หรงกลับมองเธอด้วยความมั่นใจ เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่มีเหตุผล หรือบ้านหลังนี้จะเป็นของเธอจริง ๆ?
ไม่!
เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
หลังจากล้างสมองตัวเองเสร็จแล้ว หวังหลิวก็มองลี่หรงด้วยความเกลียดชัง “ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร นี่คือบ้านที่ลูกของฉันให้คนเช่ามา!”
ลี่หรงหัวเราะออกมา “สงสัยคุณป้าจะไม่รู้สินะว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร แหม ๆ งั้นฉันจะบอกให้เองก็แล้วกัน บ้านหลังนี้เนี่ยนะ~ เป็นของฉัน!”
เมื่อพูดจบรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็หายไป และน้ำเสียงก็เย็นลง “ดังนั้น ตอนนี้เชิญพวกเธอย้ายออกจากบ้านของฉันทันที ส่วนคนที่พวกเธอบอกว่าเป็นคนเช่าบ้านให้ ไว้ฉันจะตามไปคิดบัญชีกับเขาเอง!”
“ทำไม ทำไมล่ะ?” น้ำเสียงของหวังหลิวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว แต่ก็ยังปากแข็ง “เธอบอกว่าเป็นของเธอ มันก็เป็นของเธอหรือไง ฉันไม่ย้ายไปไหนหรอก พวกฉันจ่ายค่าเช่าบ้านแล้วนะ!”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังจะหน้าด้านเถียงอีกนะ ลี่หรงหยิบสัญญาออกมา “นี่คือสัญญาเช่าห้อง เธอมีหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็ออกไป เพราะฉันไม่ได้ให้เธอเช่า! ค่าเช่าที่จ่ายฉันก็ไม่ได้ จ่ายให้ใครก็ไปทวงเอาจากคนนั้น!”
“ใครจะไปรู้ว่าเช่าห้องแล้วยังจะต้องเซ็นสัญญาบ้าบอนี่ด้วยล่ะ!”
ในยุคนี้การเช่าห้องจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีสัญญาเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น แต่ลี่หรงเป็นคนมาจากยุคหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เธอจึงร่างสัญญาขึ้นมาเองและยังไปหาคนที่มีความรู้ทางกฎหมายในยุคนี้มาสอบถามแล้วว่าจะใช้ได้หรือไม่ แล้วจึงจะนำมาใช้
“ไม่มีงั้นเหรอ? งั้นก็แสดงว่าเธอไม่ได้เช่าห้องกับฉัน ฉันจะรออยู่ที่นี่ ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงพวกเธอยังไม่ย้ายออกไป ฉันจะแจ้งความให้ตำรวจให้มาจัดการ ไม่เชื่อก็คอยดูได้เลย!”
ลี่หรงพูดจบก็เดินเข้าไปนั่งรอในห้องโถง แสดงท่าทีว่าจะคอยอยู่ตรงนี้ เธอพูดกับหญิงสาวที่ตั้งใจจะถอนการเช่าห้องว่า “เสี่ยวเยี่ย คนกลุ่มนี้ฉันไม่ได้ให้เช่า ฉันจะไล่พวกเขาออกไปให้วันนี้ ต่อไปก็จะไม่ให้พวกเขาเช่าด้วย พวกคุณจะยังเลิกเช่าอยู่ไหม?”
เยี่ยเจียลี่สบตากับสามีแล้วพูดว่า “ไม่ยกเลิกแล้วค่ะ ถ้าพี่ลี่หรงจัดการได้ พวกเราก็ไม่มีปัญหา”
ลี่หรงพยักหน้ามองไปที่หวังหลิวและเจิ้งหงที่อยู่ด้านนอกซึ่งไม่มีท่าทีอะไร เธอรู้ว่าการรออยู่แบบนี้ไม่ได้ผล เธอจึงคิดจะไปที่สถานีตำรวจ
ตอนนี้เธออยู่คนเดียว ไม่สะดวกที่จะใช้กำลังกับคนอื่น ถ้าไปตามลี่รุ่ยจือมาก็น่าจะทำให้เสียเวลามากขึ้นไปอีก ใกล้ ๆ นี้มีสถานีตำรวจอยู่ ถ้าเธอไปก็ใช้เวลาไม่นาน
ในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไป จู่ ๆ หลี่กวงเหลียงพร้อมลูกชายตัวแสบของเขาก็กลับมา
เมื่อเห็นลี่หรงทั้งสามคนก็มองเธอด้วยสายตาที่เกลียดชัง ทำให้ลี่หรงมั่นใจในสิ่งที่เธอคาดเดามากยิ่งขึ้น พวกเขารู้ดีแก่ใจว่าบ้านหลังนี้เป็นของเธอ แต่ก็ยังจงใจหาคนมาเช่าไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เธอมาหาถึงที่!
ลี่หรงอดขำไม่ได้ พวกเขาทำแบบนั้นไม่รู้ว่าจะทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงหรือตัวเองรู้สึกอึดอัด เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าบ้านหลังนี้เป็นของเธอ แต่ก็ยังมาอยู่
อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ลี่หรงรู้สึกขยะแขยงจริง ๆ!
“หลี่ต้าอู่!” ลี่หรงไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ในวันนั้นที่เขาไปที่บ้านแล้วพูดว่าจะเช่าบ้านแต่ถูกเธอไล่ออกมา ดังนั้นเรื่องนี้ยังไงก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
“เก่งมากนี่ วันนั้นฉันบอกว่าจะไม่ให้เช่า แต่สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์คิดวิธีสกปรกขึ้นมาได้น่าขยะแขยงจริง ๆ ฉันให้เวลาพวกคุณหนึ่งชั่วโมงในการขนของออกจากบ้านของฉัน!”
หวังหลิวเดินเข้ามาหาหลี่ต้าอู่ “เจ้ารอง บ้านหลังนี้เป็นของแม่นี่จริง ๆ งั้นเหรอ?”
หลี่ต้าอู่หลบสายตาไม่พูดอะไร หลี่กวงเหลียงถุยน้ำลายทีหนึ่ง “ไปเก็บของ!”
เจิ้งหงยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เมื่อถูกหลี่ต้าเผิงมองมาเธอก็รีบกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเก็บของ เมื่อออกมาเธอก็จูงมือเด็กชายคนเล็กที่ลี่หรงเคยเห็นมาก่อน
เสื้อผ้าในกะละมังที่ยังซักไม่เสร็จก็ยังต้องเอาไป แต่ก็ต้องบิดให้แห้งแล้วใส่ในกะละมังเพื่ออุ้มไปทั้ง ๆ อย่างนั้น
ฉากนี้ดูแล้วตลกมาก