ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 249 จ้าวชิงซงพาลี่หรงไปยังสถานที่ลับ
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 249 จ้าวชิงซงพาลี่หรงไปยังสถานที่ลับ
บทที่ 249 จ้าวชิงซงพาลี่หรงไปยังสถานที่ลับ
“อ้าว ไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?” เยี่ยเจียลี่แทบไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาจะไม่โวยวายอะไรเลย
“ก็แค่หาคนมาเช่าให้ คนพวกนี้ก็พอจะรู้ตัวอยู่บ้างว่าตัวเองทำอะไรไว้ เอาละ หลังจากนี้ถ้ามีอะไรก็มาบอกฉันแล้วกันค่ะ”
ลี่หรงพูดคุยอีกสองสามประโยคเพื่อให้พวกเขาสบายใจและเตรียมจะกลับบ้าน
ส่วนหลี่กวงเหลียงและคนอื่น ๆ ที่ยอมออกไปง่าย ๆ ลี่หรงก็เดาเหตุผลได้ไม่ยาก หลี่กวงเหลียงและคนอื่น ๆ รู้ดีว่าบ้านหลังนี้เป็นของลี่หรง ถ้าแจ้งตำรวจมาพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ดี
เพราะวันนั้นที่ลี่หรงพาคนไปบ้านของหลี่เสี่ยวอ้ายตั้งมากมาย แน่นอนว่าในใจพวกเขาต้องเกรงกลัวคนที่อยู่เบื้องหลังของลี่หรง จึงไม่กล้าก่อเรื่องมากนัก
ส่วนเหตุผลนี้ ลี่หรงเองก็รู้อยู่บ้าง จึงไม่คิดจะบอกให้เยี่ยเจียลี่และคนอื่นรู้
ส่วนคนที่เช่าบ้านก่อนหน้านั้น ก็จ่ายค่าเช่ามาหนึ่งเดือนแล้ว อย่างไรก็ตามหากคนนั้นกลับมาอยู่ก็อยู่ไป หากไม่กลับมาก็ไม่เสียหายอะไร หากถึงเวลาสิ้นสุดสัญญาแล้วคนนั้นยังไม่กลับมา ลี่หรงก็หาคนอื่นมาเช่าต่อ
เมื่อกลับมาที่บ้านล้อมลาน จ้าวชิงซงก็กลับมาแล้ว อันอันนั่งอยู่ข้างเขาและฟังเขาพูด ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไรถึงได้หัวเราะชอบใจขนาดนั้น
หลังจากหัวเราะเสร็จ ก็มองจ้าวชิงซงด้วยสายตาเป็นประกาย รอคอยเรื่องขำขันต่อไป
“คุยอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ หัวเราะเสียงดังเชียว” ลี่หรงเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้างอันอัน เด็กน้อยหันมาพิงลี่หรงแล้วก็เล่าเรื่องให้เธอฟังอย่างตื่นเต้น “พ่อไปฮ่องกงมา! แม่ครับ แม่เคยไปฮ่องกงไหมครับ?”
“เอ่อ” ลี่หรงชะงัก ในอนาคตเธอเคยไป แต่ในตอนนี้ยังไม่เคยไป โชคดีที่ไม่ได้พยักหน้า ไม่งั้นหากจ้าวชิงซงนึกขึ้นได้แล้วมาพูดต่อหน้าครอบครัวลี่ ลี่หรงคงหาเหตุผลอธิบายไม่ได้ เธอจึงส่ายหน้า “แม่ก็ยังไม่เคยไปเหมือนกันจ้ะ”
จ้าวชิงซงเห็นลี่หรงเดินกลับมาจากข้างนอกตัวเปล่า ถามเธอว่าไปไหนมา
ลี่หรงบอกเรื่องที่ตรอกเซี่ยงฝู จ้าวชิงซงก็ถามว่า “มีคนมาเช่าบ้านแล้วเหรอครับ?”
“ค่ะ” เรื่องราวของหลี่กวงเหลียง ลี่หรงไม่ต้องการให้จ้าวชิงซงรู้ เพราะเรื่องก็จบไปแล้ว “พวกคุณไม่ได้ไปดูลิ้นจี่กันเหรอคะ? ทำไมถึงได้ไปฮ่องกงซะล่ะคะ”
“หลังเสร็จธุระแล้ว เหล่าติงบอกว่าจะพาไปเที่ยวฮ่องกงเล่น ๆ ก็เลยไปน่ะครับ” จ้าวชิงซงหัวเราะเบา ๆ “ผมได้ดื่มชานมไข่มุกที่นั่นด้วยนะ เหมือนกับที่คุณทำเป๊ะเลย ผมยังนึกว่าคุณเคยไปฮ่องกงมาซะอีก ที่แท้ก็ยังไม่เคยไป งั้นครั้งหน้าผมจะพาคุณไปเที่ยวนะครับ ที่นั่นน่ะมีอะไรให้ดูเยอะแยะมากมายเลย”
จ้าวชิงซงหยิบกระเป๋าออกมา ข้างในเป็นของฝากที่เขาซื้อมาให้คนในครอบครัว
เขาหยิบขวดบางอย่างวางไว้ตรงหน้าลี่หรง “นี่เป็นของที่ใช้สำหรับเช็ดหน้าครับ เมื่อสองปีก่อนตอนที่ผมกับพี่สามไปทางใต้แล้วซื้อนาฬิกามา ผมเคยซื้อยี่ห้อนี้ให้คุณด้วยนะ จำได้ไหมครับ? คราวนี้ไปฮ่องกงผมเห็นอีกครั้งเลยจำได้ แต่เขาเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนแบบแล้ว คุณลองใช้ดูก่อนนะ ว่าใช้ดีไหม”
ลี่หรงไม่ลืม ตอนนั้นจ้าวชิงซงไม่เพียงแต่ซื้อเครื่องสำอางของต่างประเทศมาฝาก แต่ยังหิ้วนาฬิกานำเข้ามามากมายด้วย พอขายออกไปก็ได้กำไรเยอะทีเดียว
ตอนนี้พอคิดขึ้นมาได้เธอก็อยากหัวเราะ จ้าวชิงซงถือขวดที่เขียนภาษาเยอรมันมาบอกเธอว่าเป็นภาษาอังกฤษ
“คุณหัวเราะอะไรน่ะ?” จ้าวชิงซงเกาหัวแล้วหยิบของเล่นไปให้เด็กน้อยสองคนเล่นกันเอง แล้วหันมาพูดกับลี่หรง “ที่รักของผมเวลาหัวเราะแล้วสวยจังเลย ของที่ผมซื้อมาให้คุณชอบไหมครับ?”
“ชอบสิคะ” ลี่หรงยิ้มจนตาหยี ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครมองไปรอบ ๆ แล้วหอมแก้มชายตรงหน้าฟอดใหญ่ “แค่นี้ก็ใช้ได้เป็นครึ่งปีแล้วล่ะค่ะ”
“คุณชอบก็ดีแล้วครับ” จ้าวชิงซงพูดกับเธอเบา ๆ “ผมคุยเรื่องธุรกิจกับเหล่าติงไว้ คิดว่าจะนำเข้าเครื่องสำอางพวกนี้มา ถ้าธุรกิจนี้สำเร็จผมจะให้เขาส่งมาให้คุณใช้นะครับ”
ลี่หรงหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ เมื่อหลายปีก่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย หัวข้อที่เสิ่นรั่วหนิงเลือกสำหรับการแข่งขันการค้าระหว่างประเทศก็คือเรื่องการนำเข้าส่งออกเครื่องสำอาง พอคิดอีกที ก็ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวชิงซงจะลงมือทำก่อน
“คุณมั่นใจแล้วเหรอคะ?”
“เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละครับ”
เอ้อร์หนิวกลับหมู่บ้านต้าเจียงไปนานแล้ว ตอนที่จ้าวชิงซงกับติงลี่เหรินเดินทางไปทางใต้ก็เลยพาเอ้อร์หนิวไปส่งที่สถานีรถไฟที่บ้านเกิด แล้วจ้าวชิงหยางก็เป็นคนมารับ
งานแต่งงานของลี่รุ่ยจือกับเสิ่นรั่วหนิงจะถึงในอีกครึ่งเดือน พ้นวันสารทจีนไป อันอันก็จะต้องกลับไปเรียนแล้ว
สองปีที่ผ่านมาจ้าวชิงซงอยู่ที่ชนบท พอดีกับที่ช่วงนี้อันอันหยุดเรียน เขาก็เลยอยากจะพาลูกชายไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ลี่หรงก็เลยให้วันหยุดตัวเองเป็นกรณีพิเศษไปเลย
วันเปิดเทอม อันอันดีใจจนตัวลอยเพราะวันนี้พ่อกับแม่เป็นคนไปส่งที่โรงเรียน
จูงมือกันคนละข้าง อันอันกระโดดโลดเต้นไปตามประสาเด็ก เมื่อเห็นอะไรที่น่าสนใจระหว่างทางก็จะเรียกลี่หรงกับเขาให้ดู
หลิวหยวนม่านยืนอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาล กำลังรอรับนักเรียนตัวน้อย
ลี่หรงกับจ้าวชิงซงเดินเข้าไป อันอันทักทายหลิวหยวนม่านด้วยเสียงอันดัง จากนั้นก็แนะนำพ่อของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ และยังเน้นว่าวันนี้พ่อกับแม่พาเขามาส่งที่โรงเรียนด้วย
หลิวหยวนม่านตั้งใจฟังแล้วยังช่วยแกล้งทำเป็นประหลาดใจ และพูดด้วยน้ำเสียงที่เกินจริงว่า “อันอันดูมีความสุขจังเลยนะเนี่ย ขอให้สนุกกับการเปิดเทอมด้วยนะจ๊ะ”
“เด็ก ๆ เข้าไปเตรียมตัวได้แล้วนะคะ ห้องเรียนยังอยู่ที่เดิม อันอันยังจำได้อยู่ใช่ไหมจ๊ะ?” หลังจากที่อันอันพยักหน้า หลิวหยวนม่านก็พูดกับลี่หรงว่า “ผู้ปกครองเชิญมาลงทะเบียนทางนี้ค่ะ”
ลี่หรงเป็นคนกรอกข้อมูล ส่วนจ้าวชิงซงยืนอยู่ข้าง ๆ สายตาคอยสำรวจดูสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานของโรงเรียนอนุบาลไปทั่ว
ระหว่างทางกลับ จ้าวชิงซงพูดว่า “โรงเรียนอนุบาลในเมืองหลวงสร้างได้ดีจริง ๆ มีทั้งม้าโยกแล้วก็สไลเดอร์ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านไม่มีโอกาสได้เล่นแบบนี้แน่ ๆ”
“นั่นสิคะ ทำไมคุณถึงคิดว่าคนอื่น ๆ ถึงอยากย้ายเข้าเมืองกันล่ะ?”
จ้าวชิงซงไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ แต่กลับมีรอยยิ้มที่ดูลึกลับปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาจับมือลี่หรงแล้วพาเดินเลี้ยวไปอีกทาง
“จะไปไหนคะ?” ลี่หรงอยากจะบอกว่าที่บ้านยังมีงานอีกมากรอให้เธอทำอยู่
จ้าวชิงซงรู้ทันความคิดของเธอ จึงกอดเธอเอาไว้ “เงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ พอดีผมเพิ่งเจอสถานที่ดี ๆ มา จะพาคุณไปดูน่ะ”
“สถานที่ดี ๆ อะไรกัน ทำไมถึงลึกลับจังคะ?” ลี่หรงขมวดคิ้ว
“ถึงแล้วก็จะรู้เองครับ เอาละ! วันนี้ไม่ได้ทำงาน อันอันก็ไม่ได้กวน คุณก็ควรจะได้พักผ่อนบ้างนะครับ” จ้าวชิงซงไม่ยอมบอกว่าจะไปที่ไหน ทำให้ลี่หรงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เมื่อทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันแบบนี้ก็เหมือนกับเป็นคู่รักที่แอบหนีออกไปข้างนอกโดยที่ไม่ให้ครอบครัวรู้
จนเมื่อมาถึงที่หมาย ลี่หรงก็ถึงได้รู้ว่าที่นี่คือ
โรงอาบน้ำ?
ลี่หรงตกใจ เธอนึกว่าจะเป็นสถานที่แสนโรแมนติกเสียอีก เธอไม่ควรคาดหวังให้คนหยาบกระด้างอย่างจ้าวชิงซงนึกถึงการออกเดตที่โรแมนติกได้!
เมื่อความคาดหวังพังทลายลง ลี่หรงก็ขาดความสนใจ “มาที่นี่เพื่ออะไรคะ? ที่บ้านก็มีอ่างอาบน้ำไม่ใช่เหรอ?”
“ได้ยินมาว่าที่นี่ดีมาก คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ก้มหน้าเย็บผ้าเป็นเวลานาน แถมยังต้องนั่งเขียนแบบอยู่ตลอดอีกด้วย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ไหวแน่ เรารีบเข้าไปกันดีกว่าครับ”
หลังจากจัดการเรื่องการเข้าเรียนของอันอันเสร็จก็เกือบสิบโมงแล้ว
ลี่หรงอดสงสัยไม่ได้ “เวลานี้แล้วจะมีคนมาขัดตัวให้ด้วยเหรอคะ?”
“เยอะแยะเลยล่ะครับ” จ้าวชิงซงหัวเราะ “เราเข้าไปข้างในเถอะ”
ลี่หรงมองจ้าวชิงซงด้วยหางตา “ทำไมคุณถึงรู้ดีจัง?”
เธอคว้าคอเสื้อจ้าวชิงซง จ้องมองเขาอย่างดุร้าย “บอกมา! คุณมาที่นี่ตอนไหน มาบ่อยแค่ไหนแล้ว?”
“ไม่เคยมาเลยครับ” จ้าวชิงซงหลบตาไม่กล้าสบตาเธอ “หืม?” เมื่อได้ยินลี่หรงทำเสียงคาดคั้นนั่นคือสัญญาณอันตราย เขาก็พูดว่า “เอ่อ~ ก็แค่ครั้งเดียวเองครับ ติงลี่เหรินชวนผมมา อันอันก็มา เอ้อร์หนิวก็มาด้วยนะครับ!”
“ที่นี่เป็นห้องอาบน้ำจริง ๆ นะครับที่รัก”
ลี่หรงหรี่ตาลง “แล้วคุณไปที่ไหนที่มันไม่ใช่โรงอาบน้ำมาอีก?”
จ้าวชิงซงตอบสนองอย่างรวดเร็ว “แบบนั้นไม่มีแน่นอน ผมได้ยินมาจากติงลี่เหริน คุณวางใจได้เลยครับ ผมไม่มีวันจะไปที่แบบนั้นเด็ดขาดครับ!”
“อืม…จำไว้ให้ดีล่ะว่าต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่งั้น…” ลี่หรงหยุดพูดแล้วบิดแขนจ้าวชิงซงด้วยสีหน้าจริงจัง
คราวนี้เธอไม่ได้ยั้งแรงเลย เธอหยิกจนจ้าวชิงซงร้องเสียงหลง “โอ๊ย! ๆ ไปเถอะครับ ๆ ผมซื้อตั๋วมาแล้ว เราเข้าไปสัมผัสกันหน่อย ผ่อนคลายกันหน่อยดีกว่านะครับ”