ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 251 เอาชุดแต่งงานไปส่งให้เสิ่นรั่วหนิง
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 251 เอาชุดแต่งงานไปส่งให้เสิ่นรั่วหนิง
บทที่ 251 เอาชุดแต่งงานไปส่งให้เสิ่นรั่วหนิง
ทางเข้าห้องอบไอน้ำมีโต๊ะวางอยู่ บนโต๊ะมีชา ขนมหวาน และส้มวางอยู่ด้วย
จ้าวชิงซงเทชาเก๊กฮวยให้ลี่หรงหนึ่งแก้ว “จิบหน่อยครับ เดี๋ยวอบตัวเสร็จเหงื่อจะออกเยอะ ไม่เติมน้ำเข้าไปไม่ได้นะครับ”
ลี่หรงมองเขา “คุณรู้ดีจังเลยนะคะ”
อบไอน้ำได้พักหนึ่ง ก็มีคนสองคนเดินเข้ามา บอกว่าจะมาขัดเท้าให้ลี่หรง
ลี่หรงชะงักมองจ้าวชิงซงด้วยความประหลาดใจ “ยังมีบริการแบบนี้ด้วยเหรอคะ? คุณจ่ายไปเท่าไรกันแน่คะเนี่ย”
“หึหึ ไม่กี่หยวนหรอกครับ บริการนนี้ทางร้านแถมมาให้ เอาละ คุณก็แค่ผ่อนคลายไปก็พอ”
เท้าของลี่หรงค่อนข้างสะอาด เล็บเท้าเป็นปกติไม่มีหนังด้านหรือหนังที่ตายแล้ว ช่างขัดเท้าก็พูดแบบนั้น
พอขัดเท้าเสร็จลี่หรงคิดว่าเสร็จแล้ว ปรากฏว่าอีกฝ่ายก็ยกเท้าขึ้นไปนวดให้ลี่หรง
จ้าวชิงซงนั่งแกะส้มให้ลี่หรงกิน ส้มลูกเล็กลี่หรงกินคำเดียวก็หมด เมื่อกินติดต่อกันหลายลูก ลี่หรงก็บอกว่าไม่กินแล้ว
“ผมกลัวคุณจะหิวน่ะ” จ้าวชิงซงหัวเราะ
เมื่อทั้งสองคนทำครบทุกขั้นตอนแล้ว ก็ไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมาจากโรงอาบน้ำ ลี่หรงรู้สึกหิวจนท้องร้อง
เธอยกมือขึ้นดูนาฬิกา “โอ้โห เกือบสี่โมงแล้ว มัวแต่อยู่ในโรงอาบน้ำทั้งวันเลย”
ในที่สุดเธอก็เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ขาประจำที่ไม่มีอะไรทำ’ ที่พูดถึงในทีวีเมื่อก่อนแล้ว
“ไปกันเถอะค่ะ กลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่า”
“เดี๋ยวก่อนครับ วันนี้เราจะไม่กลับไปกินข้าวที่บ้าน”
“เอ๊ะ? ไม่กลับบ้านแล้วจะไปกินที่ไหนคะ? เรายังต้องไปรับอันอันอีกนะคะ”
“ผมให้พ่อกับแม่ไปรับแล้ว ส่วนคุณตามผมมาเถอะครับ”
ก็ดีเหมือนกัน นาน ๆ ทีจะได้ออกไปข้างนอกสักครั้ง แต่ต่อไปจะไปกินอะไรที่ไหน ลี่หรงก็ไม่ได้คาดหวังอะไรแล้วละ เหมือนเมื่อเช้านี้ที่อีกฝ่ายพูดจาคลุมเครือ ลี่หรงยังคิดว่าจะเป็นที่ที่โรแมนติกอะไรสักอย่าง
ที่ไหนได้กลายเป็นโรงอาบน้ำ!
ลี่หรงเดินตามจ้าวชิงซงไป พอไปถึงก็พบว่าที่แท้ก็เป็นร้านอาหารแบบตะวันตก
ด้านในมีคนเล่นเปียโน เดินเข้าไปก็เห็นพนักงานเสิร์ฟสวมสูตสามชิ้น
บรรยากาศดีมาก โต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาว มีแจกันเชิงเทียน และของใช้บนโต๊ะอาหาร
ที่มุมห้องยังเปิดเพลงอยู่ด้วย
ว้าว ดูมีระดับมาก
การตกแต่งร้านอาหารแนวตะวันตกร้านนี้ ลี่หรงรู้สึกว่าบรรยากาศดีกว่าที่เธอเคยเห็นเสียอีก
เธอต้องรีบถอนคำพูดที่ว่าจ้าวชิงซงไม่มีความโรแมนติก ไม่รู้ว่าเขาหาที่แบบนี้มาจากไหน แต่เธอชอบมาก
โชคดีที่วันนี้เธอต้องไปส่งอันอันไปโรงเรียน เสื้อผ้าที่เธอเลือกมาจึงดูดีกว่าปกติ ถ้าหากเธอใส่เสื้อผ้าธรรมดา ๆ ที่ใส่ในชีวิตประจำวัน แล้วจ้าวชิงซงพามาที่แบบนี้ ลี่หรงคงไม่อยากจะเดินเข้าไป
หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟพาไปยังที่นั่งแล้ว พนักงานก็เสิร์ฟน้ำมะนาวให้พวกเขาด้วย จากนั้นก็หยิบเมนูมาให้ดูพร้อมพูดอย่างสุภาพว่า “จะสั่งอาหารเลยไหมครับ?”
ลี่หรงมองไปที่จ้าวชิงซง วันนี้จ้าวชิงซงน่าจะเป็นคนจัดการ
จ้าวชิงซงก็มาที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน เขาไม่เคยกินอาหารที่นี่มาก่อน เขาบอกว่าขออ่านเมนูก่อน
พนักงานเสิร์ฟพยักหน้า บอกให้พวกเขาเรียกถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม
เมื่อพนักงานออกไปแล้ว ลี่หรงก็ลดเสียงลงและถามจ้าวชิงซงว่า “คุณรู้จักร้านนี้ได้ยังไงคะ?”
คราวนี้จ้าวชิงซงตอบเร็วมาก “ผมก็มาครั้งแรกครับ ได้ยินมาว่าเพิ่งเปิดเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”
เขาเลื่อนเมนูไปที่ด้านหน้าลี่หรง “คุณเลือกเลยครับว่าอยากกินอะไร ผมตามใจคุณเลย”
“โอ้ะ เถ้าแก่จ้าวใจกว้างจังเลยนะคะ” ลี่หรงมองเขาแต่คิดว่าถึงเขาจะใจกว้างแค่ไหนนั่นก็ยังเป็นการสั่งอาหารมากินร่วมกัน เธอจึงตั้งใจดูเมนูอย่างจริงจัง
มีภาษาอังกฤษอยู่มากในเมนู แต่ก็มีภาษาจีนด้วยเช่นกัน
แม้ว่าร้านจะเปิดในเมืองหลวงแต่ในประเทศที่ยังไม่มีผู้คนจำนวนมากที่พูดภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้ว หากเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด อาจเป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเองแทนด้วยซ้ำ
พวกเขามาในช่วงที่คนไม่เยอะมาก เมื่ออาหารที่สั่งเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ผู้คนในร้านก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลี่หรงสั่งสเต็ก พิซซ่า พุดดิ้ง และผลไม้ต่าง ๆ
นอกจากนี้ยยังมีกาแฟ ลี่หรงไม่ได้ดื่มกาแฟอีกเลยตั้งแต่ที่เธอหลุดเข้ามาอยู่ในหนังสือเล่มนี้ เธอสั่งมาสองแก้ว ของเธอเป็นลาเต้ ส่วนอีกแก้วของจ้าวชิงซงเป็นอเมริกาโน
เมื่อจ้าวชิงซงจิบกาแฟอึกแรกเข้าไป เขาก็เกือบจะสำลักออกมา “นี่มันอะไรกันครับเนี่ย ขมกว่ายาอีกแน่ะ”
ใบหน้าลี่หรงเต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากแกล้งคนได้สำเร็จ “ที่คุณดื่มอยู่น่ะเรียกว่าอเมริกาโน ไม่มีส่วนผสมอะไรเลย เป็นกาแฟล้วน ๆ แน่นอนว่ามันต้องขมอยู่แล้วค่ะ คุณลองดื่มของฉันดูสิคะ”
เธอเลื่อนลาเต้ของตัวเองไปให้
จ้าวชิงซงเหลือบมอง “ผมไม่ดื่มหรอก มันดูคล้าย ๆ กันอย่างนี้ คงขมไม่ต่างกันแน่ ๆ เลย”
“มันไม่ขมจริง ๆ นะคะ”
“ถึงไม่ขม ผมก็ไม่ดื่ม”
ลี่หรงหุบยิ้ม “คุณจะดื่มหรือไม่ดื่มคะ?”
“…ดะ…ดื่มครับ”
จ้าวชิงซงรีบหยิบลาเต้ขึ้นมา สีหน้าราวกับผู้กล้าที่กำลังจะพลีชีพ เขาหลับตาลงแล้วจิบดู
“เอ๊ะ? ไม่ขม แถมยังหวานด้วย!”
ลี่หรงอดหัวเราะไม่ได้ “ฉันไม่ได้โกหกคุณนะคะ”
ตอนนี้จ้าวชิงซงถึงได้เข้าใจ เมื่อคิดออกแล้วเขาก็หัวเราะอย่างเขินอาย “คุณจงใจสั่งยาขมให้ผมสินะ?”
“ไม่ใช่ยาค่ะ”
“ก็ใกล้เคียงอยู่แหละครับ”
ช่างเถอะลี่หรงไม่อยากเถียงกับเขา
เมื่อถึงคราวใช้มีดกับส้อม จ้าวชิงซงก็ไม่คุ้นเคย “เจ้าสิ่งนี้ยังไม่ดีเท่าตะเกียบเลย วุ่นวายจริง”
ลี่หรงจึงหั่นเนื้อในจานของตนเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วสลับกับของจ้าวชิงซง “นี่ค่ะ คุุณใช้ส้อมกินก็ได้ค่ะ”
จ้าวชิงซงรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง แต่โชคยังดีที่ไฟสลัว ไม่มีใครสังเกตเห็นใบหน้าแดงก่ำของเขา
ลี่หรงคิดไปแล้วก็อดจะขำไม่ได้ เมื่อก่อนเธอเคยจินตนาการเอาไว้ว่าถ้าในอนาคตได้คบหากับใครแล้ว แฟนจะพาเธอไปที่ร้านสเต็กและหั่นเนื้อให้เธอ…
แต่ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะหลุดเข้ามาอยู่ในหนังสือ และต้องมาสลับตำแหน่งกันเสียอย่างนั้น
ไม่เป็นไร ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องของคนสองคน ใครทำก็เหมือนกัน
โรแมนติกเหมือนกัน
ระหว่างทางพบคนขายมันเผา จ้าวชิงซงจึงซื้อมาหนึ่งอัน
“ไม่ใช่ว่าอิ่มแล้วหรือคะ? คุณจะซื้อมันเผาไปทำอะไรอีกล่ะคะ?”
“เอาไปฝากอันอันครับ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ลี่หรงหัวเราะ “นี่คุณยังจำได้อยู่เหรอคะว่ามีลูกชายอยู่น่ะ”
จ้าวชิงซงพาลี่หรงออกมากินอาหารมื้อใหญ่ ตอนกลับก็ซื้อมันเผาให้อันอัน อืม…ชัดเจนแล้วว่าใครสำคัญกว่าใคร
“คุณไม่พูด ผมไม่พูด อันอันได้มันเผาก็ยิ้มหน้าบานแล้ว”
ลี่หรงเหลือบมองเขา ไม่ได้พูดอะไร ก็จริงอย่างที่พูด อันอันเป็นเด็กดีมาก รู้ว่าพ่อกับแม่ไปข้างนอกแล้วกลับมาซื้อของกินมาฝากก็ต้องดีใจ
วันนี้ถือว่าได้พักผ่อนในช่วงที่วุ่นวายมาตลอด
วันรุ่งขึ้นลี่หรงก็เริ่มทำงานอีกครั้ง เธอเอาชุดแต่งงานที่ทำเสร็จแล้วไปส่งที่บ้านตระกูลเสิ่น
ชุดแต่งงานทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ให้เสิ่นรั่วหนิงลองเลย เธอต้องให้เสิ่นรั่วหนิงลองสวมดู ตอนนี้ยังมีเวลา ถ้ามีตรงไหนไม่พอดีก็จะได้แก้ไขได้
“ทำเสร็จแล้วจริง ๆ เหรอ?” หน้าท้องของเสิ่นรั่วหนิงเริ่มมีส่วนโค้งแล้ว เมื่อเห็นของที่ลี่หรงนำมาเธอก็ดีใจมาก
เมื่อสวีจิ้งเหอได้ยินว่าลี่หรงนำชุดแต่งงานที่ทำเพื่อเสิ่นรั่วหนิงมาให้ ก็ขึ้นมาดูด้วย
ลี่หรงหยิบชุดแต่งงานออกมา ยังไม่ทันได้กางชุด เสิ่นรั่วหนิงก็สัมผัสได้ถึงการปักดิ้นทองบนชุดเพียงแค่สัมผัสก็รู้ว่าชุดนี้จะต้องสวยงามมากแน่ ๆ