ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 253 รับตัวเจ้าสาว
บทที่ 253 รับตัวเจ้าสาว
พวกเขาบอกว่าลี่รุ่ยจือซื้อบ้านเองแล้ว ผู้ใหญ่ต่างก็ต้องแสดงน้ำใจ
โทรทัศน์ส่งไปบ้านใหม่ที่ฝูเจี้ยนแล้ว ยังมีตัวอักษรสีแดงมงคลแปะไว้อย่างดีด้วย
เมื่อถึงวันแต่งงาน
ลี่รุ่ยจือตื่นเต้นที่สุด เขาผูกเนกไทซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่พอใจ
ลี่หรงในฐานะน้องสาวฝ่ายชาย รออยู่ที่บ้านล้อมลานนานแล้ว เดี๋ยวต้องตามลี่รุ่ยจือไปรับเจ้าสาวที่บ้านตระกูลเสิ่น
รถแต่งงานก็ได้ยืมรถเล็กมาจากลี่ข่ายจือ ประดับดอกไม้สีแดง และมีคำอวยพรคู่ติดอยู่ที่ฝากระโปรงหน้ารถ
คนที่ขับรถคือปี้ซิ่งสือ ลี่รุ่ยจือเรียกเพื่อนร่วมรบและพี่น้องคนอื่น ๆ มา บางคนที่มีฐานะดี ซื้อรถแล้วก็แปะดอกไม้สีแดงไว้ที่รถ นับเป็นขบวนต้อนรับเจ้าสาว
พวกเขาบอกว่าลี่รุ่ยจือผู้ชายไม่เอาไหนที่ได้แต่งงานกับลูกสาวข้าราชการระดับสูง ต้องมาช่วยหนุนหลังให้เขา
อาจจะเป็นเพราะนี่คือพี่น้องกัน
ไปถึงบ้านตระกูลเสิ่น ประตูเหล็กหน้าบ้านปิดอยู่ คนรับใช้ของตระกูลเสิ่นยืนยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น
คนที่มารับเจ้าสาวเข้าใจในทันที ว่านี่คือการเปิดประตูอั่งเปา
ลี่หรงนั่งที่นั่งข้างคนขับแจกอั่งเปาไปหลายใบ พวกเขาจึงเปิดประตูให้อย่างมีความสุข
เมื่อเข้าไปในบ้าน เสิ่นหย่วนเทาและสวีจิ้งเหอนั่งอยู่บนโซฟา ราวกับรออยู่เป็นเวลานาน
ลี่รุ่ยจือทักทายพวกเขา คำพูดเปลี่ยนไปจากลุงและป้ากลายเป็นพ่อกับแม่ เสิ่นหมิงโจวยืนอยู่ข้าง ๆ รอให้เขาถามว่าสบายดีไหมพี่เขย ถึงจะตอบรับอย่างเย่อหยิ่ง
“ผมจะขึ้นไปรับหนิงหนิงข้างบนนะครับ” ลี่รุ่ยจือชี้ไปที่ชั้นบนพร้อมรอยยิ้ม
“มาแล้ว มาแล้ว! พวกเขามาที่ประตูแล้ว กำลังจะเข้ามาแล้ว” เฉิงอิงตื่นเต้นเมื่อเห็นขบวนรถผ่านทางหน้าต่างกำลังแล่นเข้ามา
สวี่จิ้งยิ้มน้อย ๆ เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าพร้อมกับเฉิงอิง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าร่วมงานแต่งงานของเพื่อนร่วมชั้น
เดิมทีเธอคิดว่าตัวเองไม่ป็นที่นิยมในมหาวิทยาลัย แต่ไม่คิดว่าเสิ่นรั่วหนิงจะเชิญเธอมาดื่มเหล้าในงานมงคลด้วย และไม่ใช่แค่เข้าร่วมงานแต่งงานธรรมดา ๆ แต่ยังสามารถมาที่ห้องเจ้าสาวได้ด้วย
แต่เธอไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว และเฉิงอิงก็ไม่ใช่
เสิ่นรั่วหนิงก็ไม่ได้ต้องการเพื่อนเจ้าสาว แต่เธอกลับมีเด็กถือดอกไม้ เธอเฝ้ามองอันอัน เด็กตัวเล็กที่สวมชุดสูตด้วยรอยยิ้ม “จำที่บอกเมื่อกี้ได้ไหมจ๊ะ?”
อันอันพยักหน้า “จำได้ครับ ไม่ให้คุณลุงเจอรองเท้า”
“เก่งมากจ้ะ ไม่ใช่ว่าไม่ให้เจอเลย แต่ว่าแค่ไม่ให้เจอได้ง่ายเกินไป”
เสิ่นรั่วหนิงอธิบายให้เขาฟัง เจ้าตัวน้อยพยักหน้าราวกับเข้าใจ
“ก๊อก ๆ”
“มาแล้ว!” เฉิงอิงวิ่งไปที่ประตูแล้วพูดเสียงดังว่า “เปิดประตูรับอั่งเปา”
อั่งเปาถูกสอดเข้ามาที่ช่องว่างระหว่างประตู เฉิงอิงรับมาแล้วโบกไปมาตรงหน้าเสิ่นรั่วหนิงพร้อมกับพูดว่า “แค่นี้ไม่พอหรอกนะ”
คนจากข้างนอกยัดเข้ามาอีกสองซอง
“ไม่พอ”
คนข้างนอกจึงยัดเข้ามาอีกหลายใบ เฉิงอิงยังอยากจะบอกว่าไม่พอ
เสิ่นรั่วหนิงจึงเอ่ยห้ามเธอเบา ๆ เธอจึงยอม ลี่รุ่ยจือผ่านด่านนี้ไปอย่างยากลำบาก
ยังมีด่านต่อไป “เจ้าบ่าวตอบสิบคำถาม คำถามแรก พวกคุณเจอกันที่ไหนและเมื่อไหร่?”
ลี่รุ่ยจือตอบอย่างรวดเร็ว “ผมเจอเธอครั้งแรกตอนวันเกิดของหนิงหนิงที่นี่”
เฉิงอิงเฉลย เมื่อคำตอบถูกก็ถามคำถามถัดไป “ใครสารภาพรักก่อน?”
“หนิงหนิง โอ๊ย! เธอหยิกฉันทำไม” ลี่รุ่ยจือมองลี่หรงอย่างไม่เข้าใจ สายตาไร้เดียงสา “ฉันไม่ได้พูดผิดนะ”
“ถูกแล้วละ แต่ต้องให้อั่งเปา”
ลี่หรงยื่นอั่งเปาให้ลี่รุ่ยจือใบหนึ่ง
“คำถามที่สาม ใครเป็นคนจูบก่อน”
ลี่รุ่ยจือกำลังจะพูดว่าเสิ่นรั่วหนิง แต่ก็เหลือบไปเห็นสายตาของลี่หรงที่มองมาอย่างจับผิด คำที่พูดออกมาก็กลายเป็น “ผมเอง”
เพื่อนร่วมรบหลายคนยืนล้อมอยู่ พวกเขาเป็นเพื่อนของลี่รุ่ยจือ จึงส่งเสียงเชียร์และหัวเราะกันเป็นระยะ ๆ
สิบคำถามผ่านไปอย่างราบรื่น เฉิงอิงจึงเปิดประตูให้
เสิ่นรั่วหนิงสวมชุดแต่งงานสีแดง ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับศีรษะแบบโบราณ ซึ่งลี่หรงเป็นคนทำ
ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางที่เข้าชุดกัน ลี่รุ่ยจือตะลึงไปชั่วขณะ
ปี้ซิ่งสือกระแทกศอกใส่ลี่รุ่ยจือ “มีสติหน่อย หลังจากพาเจ้าสาวไปแล้วนายอยากจะมองก็ค่อยมองให้เต็มที่ จะมองจนผ้าหลุดก็ไม่มีใครว่า”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนคนลามก แต่ทุกคนรู้ว่าเขาแค่หยอกล้อลี่รุ่ยจือ คนรอบข้างต่างหัวเราะชอบใจ
“หนิง เอ่อ…หนิงหนิง” ลี่รุ่ยจือหน้าแดง พูดไม่เป็นภาษา “เราไปกันเถอะ”
เขาเอื้อมมือไปจะจับมือเสิ่นรั่วหนิง แต่เฉิงอิงก็ห้ามไว้ “เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบ จะพาเจ้าสาวไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“เจ้าสาวมีรองเท้าอีกข้างอยู่ในบ้าน หาให้เจอแล้วก็ใส่ให้เจ้าสาว”
“ยืนนิ่งอยู่ทำไม หารองเท้าสิ”
ลี่หรงก็ช่วยหารองเท้า หาอยู่นานก็ไม่เจอ ลี่รุ่ยจือก็ร้อนใจไปหมด
เสิ่นรั่วหนิงก็ร้อนใจ ลี่รุ่ยจือทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้ หารองเท้าข้างเดียวก็หาไม่เจอ รู้งี้ไม่ซ่อนไว้ก็ดีแล้ว
มองดูลี่รุ่ยจือหาจนเหงื่อตก เสิ่นรั่วหนิงก็รีบพูดว่า “อยู่ที่อันอันไง!”
“โถ่ จะไปบอกเขาทำไมล่ะ” เฉิงอิงอดขำไม่ได้
ลี่รุ่ยจือถอนหายใจโล่งอก เดินไปหาอันอัน “อันอัน เอารองเท้าให้คุณลุงหน่อยครับ”
อันอันหันไปมองเสิ่นรั่วหนิง เห็นเธอพยักหน้าเขาก็เลยหยิบรองเท้ามา
ลี่รุ่ยจือหยิบรองเท้ามา แล้วก็คุกเข่าข้างเตียงสวมรองเท้าให้เสิ่นรั่วหนิง
“ตอนนี้พาตัวเจ้าสาวไปได้แล้วหรือยังครับ?”
ทั้งสองเร่งรีบอยากจะแต่งงานขนาดนี้ เฉิงอิงจะพูดอะไรได้อีก
“เดี๋ยวก่อน”
ลี่รุ่ยจือเริ่มแสดงอาการไม่พอใจ อยากจะพูดว่ายังมีอะไรอีก แต่พอหันไปเห็นเสิ่นหมิงโจวคำที่อยู่ในปากก็หายไป เขาจึงยิ้มออกมา “ฮ่า ๆ พี่เขย มีอะไรจะให้ผมพิสูจน์อีกเหรอครับ?”
เสิ่นหมิงโจว “พวกนายลงไปข้างล่างกันก่อน ฉันจะอุ้มหนิงหนิงลงไปเอง”
เมื่อพี่ชายที่มีน้องสาวและน้องกำลังจะออกเรือน ก็มักจะมีประเพณีให้พี่ชายอุ้มเจ้าสาวออกจากบ้าน
ลี่รุ่ยจือพยักหน้าแล้วพาคนลงไปที่ชั้นล่างก่อน
เสิ่นรั่วหนิงท้องอยู่ จะให้เธอขี่หลังก็คงไม่สะดวก เสิ่นหมิงโจวจึงอุ้มเธอขึ้นแนบอกแล้วก้าวเดินลงบันไดอย่างมั่นคง
เมื่อขึ้นรถแต่งงาน เสิ่นรั่วหนิงมองคนที่ยืนอยู่หน้ารถ เสิ่นหย่วนเทาและสวีจิ้งเหอ เธอจึงรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่กำลังจะแต่งงาน
แม้จะรู้ว่าทุกคนอยู่ในเมืองหลวง อยากพบกันก็ไม่ยาก แต่ก็ยังอดใจหายไม่ได้ เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกจุกในใจ อดกลั้นน้ำตาไม่ได้ “คุณพ่อ คุณแม่ พี่”
เสิ่นหย่วนเทาและทุกคนก็เช่นกัน ลูกสาวสุดที่รักกำลังจะไปอยู่บ้านคนอื่น
ถึงแม้ว่าเสิ่นหย่วนเทาจะเป็นคนนิ่งแค่ไหน ตอนนี้ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาได้แต่พยักหน้าเพราะพูดอะไรไม่ออก
สวีจิ้งเหอจับมือเสิ่นรั่วหนิงน้ำตาคลอเบ้า “หนิงหนิง…”
เสิ่นหมิงโจวหันหน้าหนี ถ้ายังมองต่อไปคงอดไม่ได้ที่จะอุ้มเสิ่นรั่วหนิงกลับไป เขาหันไปหาลี่รุ่ยจือ “ดูแลน้องสาวฉันให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้น…”
ลี่รุ่ยจือพยักหน้ารับคำสัญญากับเสิ่นหมิงโจว
ขบวนรถรับตัวเจ้าสาวแล่นออกไปจากบ้านอย่างยิ่งใหญ่
เสิ่นหย่วนเทาในฐานะญาติฝ่ายหญิงก็ต้องไปร่วมงาน แต่พวกเขาจะไปช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย