ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 255 การคาดเดา
บทที่ 255 การคาดเดา
หญิงชราที่ตัวผอมและร่างเล็ก แต่ยังดูแข็งแรง ลี่รุ่ยจือก้มลงเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณยาย”
หญิงชราพยักหน้าลงเล็กน้อย “อืม ดี ๆ”
หญิงชราค่อย ๆ หยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เธอเปิดถุงผ้าออกและหยิบกำไลเส้นหนึ่งมาสวมให้กับเสิ่นรั่วหนิง
กำไลเส้นนี้ไม่ใช่ของที่ระลึกตกทอดอะไร ครั้งนั้นสวีจิ้งเหอเป็นคนซื้อให้เธอ วันนี้เธอเอามาให้เสิ่นรั่วหนิงแล้ว
ข้าง ๆ เป็นคุณลุงและคุณป้าของเสิ่นรั่วหนิง รวมทั้งลูก ๆ และคู่สมรสของพวกเขา
ทุกคนไม่รังเกียจท่าทางเชื่องช้าของหญิงชรา พวกเขายืนรออย่างสุภาพอยู่ด้านข้าง จนกว่าหญิงชราจะทำอะไรเสร็จ พวกเขาถึงได้ทักทายกับเสิ่นรั่วหนิง
เสิ่นรั่วหนิงทักทายทุกคนจนครบ หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินจูงมือชาวต่างชาติคนหนึ่งมาด้วย เธอเป็นน้องสาวของคุณลุงของเสิ่นรั่วหนิง
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองนอกเสิ่นรั่วหนิงสนิทกับเธอคนนี้มาก
เธอตั้งใจกลับประเทศเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเธอ
“ป้ารอง” เสิ่นรั่วหนิงดีใจมาก คิดว่าเธอจะไม่มาแล้ว
ป้ารองของเธอมองลี่รุ่ยจือ ดูแล้วพึงพอใจก็ต่างฝ่ายต่างทักทายกัน
สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ข้าง ๆ เสิ่นรั่วหนิงเรียกเขาว่า “ลุงเขยรอง” ชายคนนั้นก็แค่พยักหน้าเล็กน้อย
เสิ่นรั่วหนิงไม่แปลกใจอะไรเลย ดูเหมือนจะชินแล้ว เธอใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาหลายปี รู้ดีว่าชาวต่างชาติไม่ค่อยสนใจเรื่องสายเลือดเท่าไร ลุงเขยรองของเธอมางานแต่งงานก็คงแค่มาเป็นเพื่อนกับป้ารอง
ตอนนี้ทุกคนรู้กันแล้วว่าเสิ่นรั่วหนิงมีฐานะไม่ธรรมดา โดยเฉพาะบางคนที่จำเสิ่นหย่วนเทาได้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย
เสิ่นหย่วนเทาที่ปรากฏบนหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน กลายเป็นญาติกับตระกูลลี่ได้อย่างไร
โอ้โห นั่นคือหนึ่งในโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเลยนะ!
แขกฝั่งเจ้าสาวนี่ทำให้เจ้าสาวมีหน้ามีตาจริง ๆ
หยวนฮุยเหวินสนใจเรื่องการเมืองของประเทศ อ่านหนังสือพิมพ์ประจำ รู้จักเสิ่นหย่วนเทามานานแล้ว แต่เพิ่งจะได้เจอเป็นครั้งแรก
โจวรุ่นหัวสอนเสิ่นรั่วหนิงมาตั้งสี่ปีก็ไม่รู้ว่าเสิ่นรั่วหนิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอง ตอนเรียนเธอก็ไม่ค่อยจะโอ้อวด เขารู้แค่ว่าเสิ่นรั่วหนิงมาจากครอบครัวที่ดีเท่านั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีขนาดนี้
สวีเหยียนช็อกที่สุด เขาสอบข้าราชการผ่านแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มทำงานอยู่ที่กรมศุลกากร
ในฐานะที่อยู่ในระบบราชการ เขารู้จักข้าราชการระดับสูงหลายคน ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นหย่วนเทายังเป็นคนที่ปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ เป็นตัวแทนของประเทศในการต้อนรับแขกต่างชาติ เป็นผู้แทนของชาติในการพูดในงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของนานาชาติด้วย!
พวกเขาไม่มีใครนึกเลยว่าเสิ่นรั่วหนิงจะมาจากครอบครัวที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้
ส่วนลุงของเธอดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน
ลี่หรงโชคดีมากที่ได้เป็นเพื่อนกับเสิ่นรั่วหนิง
ถ้าจะคิดในแง่ลบ ก็ไม่รู้ว่าลี่หรงอาศัยเสิ่นรั่วหนิงเพื่อได้รับความสะดวกสบายมากมายแค่ไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่ถ้าลี่หรงรู้ความคิดของพวกเขาคงจะขำจนพูดไม่ออก
ลี่หรงกับเสิ่นรั่วหนิงรู้จักและสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน และก่อนหน้านั้น ลี่หรงก็ไม่ได้สืบเสาะเรื่องครอบครัวของเสิ่นรั่วหนิงเป็นพิเศษ
ส่วนตอนที่ไปบ้านตระกูลเสิ่นเพื่อไปงานวันเกิดของเสิ่นรั่วหนิงครั้งแรก ลี่หรงก็ไม่ได้ไปถามพ่อของเสิ่นรั่วหนิงว่าทำงานอะไร เธอแค่เดา ๆ ว่าน่าจะเป็นข้าราชการระดับสูง
ส่วนเรื่องการอาศัยเส้นสายกับเสิ่นหย่วนเทานั้นไม่มีจริง ๆ
เธอต้องยอมรับว่าตอนที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ ๆ เสิ่นรั่วหนิงก็แนะนำลูกค้าให้เธอเยอะมาก อาจจะพูดได้ว่า ร้านฝูหรงก็เติบโตมาจากลูกค้ากลุ่มนั้น
แต่ถ้าลี่หรงไม่มีพรสวรรค์สักนิด คงจะรั้งเหล่าสุภาพสตรีที่ร่ำรวยเหล่านั้นเอาไว้ไม่ได้หรอก
พ่อจ้าวกับแม่จ้าวรู้จักเสิ่นรั่วหนิงมานานพอสมควรแล้ว พอดีว่าพวกท่านอยู่ที่เมืองหลวงเสิ่นรั่วหนิงก็เลยเชิญท่านทั้งสองด้วย
นี่เป็นงานแต่งงานที่หรูหราที่สุดในชีวิตของคนแก่ทั้งสอง
บ้านล้อมลานที่ฝูเจี้ยน ตกแต่งได้เหมือนงานแต่งงานของเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อน ไม่สิ หรูหรากว่าด้วยซ้ำ
ขบวนขันหมากก็เป็นรถยนต์เรียงรายกันยาวเหยียด ในหมูบ้านต้าเจียงแต่ละบ้านแค่มีรถลากก็เก่งมากแล้ว จักรยานก็ยังมีน้อยมาก อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่
แต่คนแก่ทั้งสองก็อยู่ที่เมืองหลวงมานานแล้ว จึงไม่ได้ตื่นเต้นตกใจอะไร กลับคิดว่าเมืองใหญ่คงเป็นแบบนี้
ชุดแต่งงานที่เสิ่นรั่วหนิงสวมใส่นั้นแม่จ้าวรู้ดีว่าเป็นฝีมือของลี่หรง
แม่จ้าวนึกถึงตรงนี้ก็อดถอนหายใจไม่ได้ ตอนนั้นลี่หรงกับจ้าวชิงซงไม่มีเสื้อผ้าที่เป็นทางการขนาดนี้ ทั้งคู่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวสีดำ มีเพียงดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่ติดที่อกเสื้อ
ตอนนั้นแม่จ้าวอยากอวดลูกชายคนเล็กของตน คนอื่นไม่ยอมแต่งงานกับจ้าวชิงซง แต่เขาดันได้ยุวชนจากเมืองหลวงมาเป็นภรรยา แถมยังเป็นยุวชนที่สวยที่สุดในหมู่บ้านอีกต่างหาก เธอจัดโต๊ะเลี้ยงแขกหลายโต๊ะเลยเพื่อให้คนอื่นได้เห็นกัน!
ตอนนั้นทั้งจ้าวชิงซงและลี่หรงต่างก็ไม่ได้เต็มใจนัก สีหน้าในงานเลี้ยงก็ไม่ได้ยินดีปรีดาเหมือนกับการแต่งงานนี้
ตอนนี้พอคิดดูก็ยังมีอะไรน่าเสียดายอยู่มาก
เธอมองอันอันที่ยืนยิ้มอยู่ตลอดเวลาสักพัก จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว การแต่งงานครั้งนี้ก็ยังดีอยู่!
แม่จ้าวนั่งครุ่นคิดเรื่องในอดีตคนเดียว ดีที่ลี่หรงไม่มีพลังจิตไม่อย่างนั้นเธอคงคิดหนัก ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดี
ตอนที่ลี่หรงทะลุมิติเข้ามา เจ้าของร่างเดิมและจ้าวชิงซงเพิ่งแต่งงานกันมาได้หนึ่งเดือน ภาพในวันแต่งงานจึงเหลือไม่มากนัก
ถ้าจะถามเธอว่าเสียใจไหม? เธออาจจะเสียใจอยู่บ้าง
เพราะเหมือนเธอไม่ได้ผ่านงานแต่งงาน พอเข้ามาก็ใช้ชีวิตร่วมกับพระเอกเลย จนตอนหลังได้มีอันอันทุกอย่างก็ดูเป็นไปได้ตามธรรมชาติ
แต่ลี่หรงยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ทั้ง ๆ ที่ชาติก่อนเธอไม่เคยแต่งงาน แต่เธอก็เคยฝันถึงงานแต่งของตัวเอง
แต่สุดท้ายก็…
แค่มีผู้ชายอย่างจ้าวชิงซง แม่สามีอย่างแม่จ้าว พี่สะใภ้อย่างเหอซิ่ง และลูกชายที่น่ารักอย่างอันอัน ลี่หรงจะต้องการอย่างอื่นอีกเพื่ออะไรล่ะ
จ้าวชิงซงถือโอกาสที่สายตาของแขกคนอื่น ๆ อยู่ที่คู่บ่าวสาว ยื่นมือโอบลี่หรงและพูดอย่างเดียวกับที่แม่จ้าวคิดในใจ เขาพูดกับลี่หรงเบา ๆ ว่า “ตอนแต่งงาน ผมทำผิดต่อคุณไม่น้อยเลย”
“คะ?” ลี่หรงหันไปมองเขา ตกใจไปครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะ “เรื่องเล็กน้อยค่ะ ช่างมันเถอะ หลังจากนี้คุณแค่เอาเงินที่หามาได้ให้ฉันก็พอแล้วค่ะ”
ในช่วงพิธีดื่มเหล้ามงคลของคู่บ่าวสาว ลี่หรงได้เปลี่ยนเหล้าในแก้วของเสิ่นรั่วหนิงเป็นชาผลไม้ไปนานแล้ว
แต่ก็ไม่มีใครกล้าบังคับให้เสิ่นรั่วหนิงดื่มเหล้า ทุกคนต่างพากันรินให้ลี่รุ่ยจือแทน วันนี้เขาแต่งงานจึงมีความสุขมาก ๆ จะให้ดื่มเท่าไรก็ไม่ปฏิเสธ
ในท้องของเขาจึงเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์
งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงครึ่งงาน ลี่รุ่ยจือเมาจนไม่รู้สึกตัวแล้ว ลี่ข่ายจือจึงต้องพาตัวเขาไปส่งที่ห้องหอ
เสิ่นรั่วหนิงก็เดินตามเข้าไปในห้อง นั่งอยู่ในห้องหอที่มีอักษรคู่สีแดงแปะอยู่ หัวใจของเธอในที่สุดก็ตกอยู่กับเขา เธอกลายเป็นภรรยาของลี่รุ่ยจือแล้ว
เสิ่นรั่วหนิงมองลี่รุ่ยจือที่เมาจนหลับไปแถมยังกรนอีก เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ จากนั้นเธอก็โน้มตัวเข้าไปหอมแก้มเขาหนึ่งที
ลี่รุ่ยจือลืมตาขึ้นทันที ทำให้เสิ่นรั่วหนิงตกใจ “พี่ไม่ได้เมาเหรอ?”
“ไม่ได้เมาครับ แค่นี้คิดจะทำให้พี่เมาเหรอ มันเร็วไปแปดร้อยปีเลยนะ”
“แล้ว…” เสิ่นรั่วหนิงพูดไม่จบ แต่ลี่รุ่ยจือก็รับรู้ได้ เขาจึงหัวเราะแล้วพูดว่า “ถ้าไม่แกล้งทำเป็นเมา พวกนั้นคงไม่ปล่อยพี่ไปง่าย ๆ แถมวันนี้เป็นวันแต่งงานของเรานะ จะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวได้ยังไง คืนการเข้าหอมีค่ามากเลยนะ”
“ฉันกำลังท้องอยู่นะคะ” เสิ่นรั่วหนิงพูดด้วยสีหน้าแดงก่ำ
“เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย” ลี่รุ่ยจือพูดอย่างจริงจัง “เห็นพี่เป็นคนแบบนั้นหรือไง พี่หมายความว่าจะไปกินข้าวกับเธอ ป่านนี้เธอคงหิวแล้วใช่ไหมล่ะ”
เสิ่นรั่วหนิงมักจะเถียงเขาไม่ค่อยได้ เธอจึงพูดอย่างหงุดหงิด “จะกินอะไรได้ล่ะ พี่แกล้งเมาอยู่ถ้าจะออกไปเอาของ เดี๋ยวถูกจับได้เข้า จะต้องไม่ดื่มเหล้าใหม่อีกหรือไง”
“ใครบอกว่าพี่จะออกไปเองล่ะครับ”
เสิ่นรั่วหนิงเบิกตากว้าง “พี่จะให้ฉันออกไปเองงั้นเหรอ?”
ลี่รุ่ยจือส่ายหัว หลังจากนั้นไม่นานแม่ลี่ก็ถือของกินเข้ามา
แม่ลี่เห็นลี่รุ่ยจือยังมีสติอยู่ก็ไม่แสดงอาการแปลกใจมากนัก แสดงว่าทั้งคู่วางแผนกันเอาไว้แล้ว
เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่อยู่ แต่แขกภายนอกก็ยังคงฉลองกันต่อไป จนถึงค่ำคืนจึงค่อยทยอยแยกย้ายกันกลับ