ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 257 ลองดูก็ได้
บทที่ 257 ลองดูก็ได้
อีกอย่างลี่หรงเองก็เพิ่งจบใหม่ แม้จะเปิดร้านเอง แต่ก็ซื้อบ้านราคาหกเจ็ดหมื่น ลี่สวนจือไม่คิดว่าเธอจะมีเงินเหลือเฟือ
อีกอย่างคือคอนเน็กชันที่ลี่รุ่ยจือทำธุรกิจ ลี่หรงเพิ่งจบใหม่ ลี่สวนจือคิดว่าคอนเน็กชันของพวกเขานั้นเทียบไม่ได้กับลี่หมิ่นหง อดีตรองผู้จัดการธนาคาร และลี่ข่ายจือผู้บังคับบัญชาการกองพลในปัจจุบัน
ที่ไม่อยากให้ลี่รุ่ยจือ และพวกเขารู้ นอกจากเหตุผลนี้แล้วยังไม่อยากให้สะใภ้ทั้งสองกังวลใจอีกด้วย
ลี่สวนจือที่ตัดสินใจแล้ว ปรับอารมณ์ของตัวเองแล้วพูดคุยกับพวกเขา
เด็ก ๆ ในบ้านมารวมตัวเล่นด้วยกัน แม่ลี่ไม่คิดอะไรมากเมื่อเห็นสีหน้าของลี่สวนจือดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงก่อน เธอจึงถามด้วยความเป็นห่วง “ปัญหาที่โรงงานเป็นยังไงบ้าง แก้ได้หรือยัง?”
ทุกคนอยู่ด้วยกัน แม่ลี่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะทุกคนก็เป็นคนในครอบครัว
ลี่สวนจือตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าแม่ลี่จะถามขึ้นมาทันใด เขาเหลือบมองภรรยาของตัวเอง
หลินเหม่ยฮวาแสร้งทำเป็นไม่สนใจและหันหน้าหนีไป ความหมายก็คือไม่สนใจ ปล่อยให้ลี่สวนจือตัดสินใจเอง
ลี่สวนจือรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเพราะคำพูดของแม่ลี่ทำให้ลี่ข่ายจือและคนอื่น ๆ จับตามองมาที่เขา
ลำคอของเขาตีบตันเล็กน้อย ถอนหายใจแล้วพูดว่า “มันยากมากเลยครับ ยังแก้ไม่ได้เลย”
ลี่หมิ่นหงกำลังชงชาก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า “สรุปแล้วคือมีปัญหาอะไร ทำไมถึงยุ่งยากมาเป็นเดือน”
“เดิมทีไม่อยากจะพูดหรอก กลัวทำให้ทุกคนเป็นห่วงเปล่า ๆ” หลังจากที่คิดได้เขาก็ไม่กลัวที่จะเสียหน้าอีกแล้ว เขาหัวเราะเยาะตัวเอง
“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วคงไม่มีอะไรต้องอายแล้ว ผมกับเหม่ยฮวาเก็บหอมรอมริบกันมาหลายปี ทุนรอนส่วนใหญ่สูญเปล่าไปหมดแล้วละครับ”
“เป็นไปได้ยังไงกัน!” แม่ลี่ฟังดูแล้วร้ายแรงมาก อดที่จะร้องด้วยความตกใจไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้น ลองพูดมาสิ เผื่อจะมีทางแก้ไข”
ลี่หรงและคนอื่น ๆ ก็ขมวดคิ้ว โรงงานยังไม่มีวี่แววจะได้สร้างเลย ทุนจะหมดได้อย่างไร
พูดมาถึงตรงนี้ ลี่สวนจือก็พูดออกมาตรง ๆ เลย “ผมใช้เงินครึ่งหนึ่งซื้อที่ดินแถวชานเมืองตะวันตก พี่ใหญ่เคยบอกว่ามีนโยบายที่ถูกกว่านี้ แต่ในเมืองหาโรงงานให้เช่าที่ตรงตามเงื่อนไขไม่ได้ พอคิดไปคิดมา ผมก็เลยตัดสินใจซื้อเลย”
“ที่ดินไม่น่าจะมีปัญหา” ลี่ข่ายจือจำเรื่องนี้ได้ แต่ตอนที่เขาพูดเขาก็ไม่ได้ชวนให้ลี่สวนจือไปซื้อที่ดินเพื่อประกอบการ ก็แค่พูดเล่น ๆ ในระหว่างที่ดื่มชากัน “ที่ดินนั้นรัฐบาลอนุมัติแล้ว”
“ที่ดินไม่มีปัญหา แต่ผมเป็นคนหาช่างรับเหมาก่อสร้างไม่ดีเอง ก็เลยโดนเขาหลอก”
แสดงว่าโดนคนหลอกแล้ว ลี่หรงพอได้ยินก็เข้าใจทันที เธอถามว่า “แจ้ง ตำรวจแล้วหรือยังคะ?”
“แจ้งแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์อะไร ทุกคนไม่รู้หรอก พวกนั้นเป็นพวกต้มตุ๋น” ลี่สวนจือถอนหายใจ “พวกเขาก็ซื้อวัสดุก่อสร้างแล้วด้วย แต่ต่อมากลับพบว่าของเหล่านั้นไม่มีคุณภาพ ใช้การไม่ได้ พวกนั้นก็เลยหนีไปหมด”
“อย่างนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ยากอะไร หาเงินจ้างช่างใหม่ ซื้อวัสดุก่อสร้างใหม่…” ลี่หรงชะงักไปนิด นึกขึ้นได้ที่ลี่สวนจือพูดว่าเงินหมด
“เพราะฉะนั้นปัญหาคือเรื่องเงิน” สีหน้าลี่สวนจือหม่นหมอง “เงินขาดเยอะอยู่ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะกู้ยืมได้เท่าไร ถ้าไม่ไหวผมคุยกับเหมยฮวาแล้วว่าจะขายที่ดิน แล้วเช่าบ้านราคาถูกในเมืองทำไปก่อน พอมีรายได้แล้วค่อยสร้างโรงงานใหม่”
แม่ลี่กังวลว่าถ้าหากขายที่ดินไปแล้ว และการเช่าบ้านก็ยังไม่เข้าท่าอีก อย่างนั้นก็จะเท่ากับหมดตัวเลยนะ
เธอถามอย่างร้อนรน “ไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ?”
ลี่สวนจือส่ายหน้า ลี่หมิ่นหงคิดหลาย ๆ อย่างในใจ สุดท้ายก็ได้วิธีแก้ปัญหาเดียวกับที่ลี่สวนจือพูด เขาถามว่า “ขาดเงินเท่าไร”
ลี่สวนจือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “อย่างน้อยก็สองแสนถึงสามแสนครับ”
ห๊าา!!
แม่ลี่ลืมตาโพลง ปีนี้เกิดอะไรขึ้นลี่รุ่ยจือซื้อบ้านแสนเจ็ดหมื่น ลี่สวนจือสร้างโรงงานขาดสองแสนสามแสน…
เธอได้ยินแต่ตัวเลขมหาศาลขนาดนี้!
“ทำไมถึงได้ขาดเยอะขนาดนั้น” แม่ลี่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมลี่สวนจือถึงลงทุนไปเยอะขนาดนั้นก่อนหน้านี้
เธอถามความสงสัยของตนเองออกไป
“ก่อนหน้านี้งบประมาณไม่มากเท่าไร แต่หลังจากที่โดนโกงไป ก็มีคนเจ็บเพราะวัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน สรุปก็คือมีปัญหาตามมาอีกเยอะเลยครับ”
ลี่หรงนิ่งเงียบ ตอนนี้เธอควักเงินเก็บที่มีออกมาได้แค่สามหมื่นเท่านั้น
เงินของลี่ข่ายจือจริง ๆ แล้วก็แทบจะให้ลี่รุ่ยจือยืมไปหมดแล้ว พ่อแม่ลี่ก็เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน ทำงานจนเกษียณ ไม่เหมือนกับจ้า;ชิงซงและลี่รุ่ยจือที่เสี่ยงหาเงินตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลจะเปิดเสรี เงินเดือนนิดหน่อยที่เก็บมาจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีมากเท่าไร
สุดท้าย เหมือนจะเหลือแค่เจียงซิ่วอวี้ที่มีเงิน
เจียงซิ่วอวี้เป็นลูกสาวคนเดียว ครอบครัวเจียงร่ำรวย ตัวเองก็มีเงินไม่น้อย เงินเก็บหลายหมื่นก็พอมีอยู่ แต่ก็ไม่สามารถพึ่งพาเงินของเธอได้
บรรยากาศเงียบ ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่เต็มใจจะควักเงินออกมา แต่ช่องโหว่นี้มันใหญ่เกินไป
ก่อนลี่สวนจือจะเอ่ยปากพูด ลี่หรงก็พูดขึ้นมาว่า “พี่รอง ที่พี่หมายถึงคือเรื่องผู้รับเหมาจัดหาวัสดุก่อสร้างใช่ไหมคะ? พวกนี้มันก็แค่ต้นทุน ถ้าสามารถลดต้นทุนส่วนนี้ลงได้ จะต้องใช้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
ลี่สวนจือขมวดคิ้ว “ต้นทุนส่วนนี้มันแพงที่สุด ถ้าจะลดได้ฉันก็ลดไปนานแล้ว วัสดุก่อสร้างเดี๋ยวนี้มันทำกำไรได้ดี คนที่ทำได้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา แล้วก็มีคนทำน้อย ราคาเลยแพง ถ้าอยากได้วัสดุก่อสร้างดี ๆ ราคาก็ยิ่งแพง วัสดุก่อสร้างที่ฉันเอามาใช้นั้น ฉันก็แค่โดนคนหลอก ซื้อของไม่มีคุณภาพมาในราคาแพง”
เขาพูดต่อ “วัสดุก่อสร้างดี ๆ ยิ่งแพง แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้รู้จักคนน่าเชื่อถือ ฉันเพิ่งโดนหลอกมา ฉันก็ไม่กล้ากลับไปแล้วละ ถ้าเกิดโดนหลอกอีก ฉันก็คงไม่กล้ากลับมาเจอหน้าทุกคนแล้ว ที่ฉันกลับมาวันนี้ ฉันก็อยากถามพ่อกับพี่ใหญ่ พวกคุณรู้จักเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ไว้ใจได้บ้างไหม?”
ลี่หมิ่นหงคิดดู “ไม่มีเลย พวกเราเกษียณมาก่อนที่จะมีธุรกิจส่วนตัวกันทั้งนั้น จะไปรู้จักเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างได้ยังไง”
ส่วนลี่ข่ายจือก็ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้
ตอนที่ลี่สวนจือเริ่มจะถอดใจ ลี่หรงก็พูดขึ้น “ฉันคิดว่าฉันรู้จักคนที่ทำธุรกิจวัสดุก่อสร้างนะคะ”
“ใครเหรอ?”
ลี่หรงก็ไม่ได้โกหก “ฉันก็ไม่ได้เคยเจอเขาเหมือนกัน แต่ฉันมีลูกค้าคนหนึ่ง สามีของเธอเป็นคนทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง แล้วลูกชายของเธอก็เรียนอยู่ห้องเดียวกับอันอันด้วย”
ที่แท้ก็เป็นคนไม่รู้จัก ลี่สวนจือก็เลยหมดหวัง “อย่าเลย ฉันก็ไม่รู้จักเขาอีก ถึงเวลาก็คงเกิดเรื่องขึ้นแบบเดิม”
ลี่หรงเข้าใจความกังวลของลี่สวนจือ ไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าลี่สวนจืออยากรู้จัก ลี่หรงก็ยินดีจะไปหาหรานชิงชิง เพื่อให้เธอช่วยคุยกับสามีของเธอ
ถึงแม้จะต้องติดหนี้บุญคุณ แต่ถ้าช่วยลี่สวนจือได้ ลี่หรงก็คิดว่าไม่เป็นไร แค่ให้หรานชิงชิงแทรกคิวตัดเสื้อผ้าให้มากขึ้นสองสามชุดเท่านั้น
“ฉันคิดว่าลองดูก็ไม่น่าเป็นอะไรนะคะ” คนที่พูดคือหลินเหม่ยฮวา
ความกังวลของลี่สวนจือ เธอจะไม่รู้อย่างไรได้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าลี่หมิ่นหงกับลี่ข่ายจือต่างก็ไม่รู้จักคนในแวดวงนี้ มีแค่ลี่หรงเท่านั้น
“แต่ว่า สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่เรื่องเงิน” หลินเหม่ยฮวาแสดงความกังวล
ก็จริง ลี่หรงแค่เป็นคนหาคนมาจัดการเรื่องวัสดุก่อสร้าง แม้ว่าจะเหมาะสม แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายเงินจำนวนสองแสนถึงสามแสนหยวนอยู่ดี