ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 258 กู้เงินได้
บทที่ 258 กู้เงินได้
“เรื่องเงินไว้ทีหลังก่อนเถอะพี่สะใภ้รอง” จ้าวชิงซงฟังอยู่นานแล้วจึงเอ่ยขึ้น “รอให้เสี่ยวหรงไปหาข้อมูลมาก่อน ดูว่าทางโน้นเขาว่าอย่างไรบ้าง จำได้ว่าธนาคารสมัยนี้มีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ เราอาจจะหาเงินก้อนใหญ่ได้ไม่ทัน แต่ถึงเวลานั้น เราค่อยมาพิจารณาเรื่องกู้เงินจากธนาคารก็ได้ครับ”
พอจ้าวชิงซงพูดจบลี่หมิ่นหงก็พยักหน้า “อ้อ พ่อลืมไปเลย ก่อนหน้านี้เล่นหมากรุกกับเพื่อนเก่าเหมือนจะได้ยินเรื่องนี้มาอยู่ พอพูดถึง พ่อก็เริ่มนึกออกนิด ๆ แล้ว นโยบายการกู้ยืมของธนาคารเดี๋ยวนี้ค่อนข้างดีเลยนะ”
ลี่สวนจือค่อย ๆ มีความหวังขึ้นมาในดวงตา ถ้าหากกู้เงินได้ บวกกับช่างรับเหมาที่มีวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ปัญหาโรงงานก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
เขาคิดทบทวนครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นด้วยกับคำพูดของจ้าวชิงซง แล้วพูดกับลี่หรงว่า “เสี่ยวหรง เรื่องนี้ต้องรบกวนเธอด้วย”
“โอ๊ย เราน่ะเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่รองน่าจะบอกพวกเราตั้งนานแล้ว แบบนี้เราจะได้คิดหาวิธีด้วยกัน ครอบครัวเดียวกันจะไม่ช่วยเหลือกันได้ยังไงล่ะคะ” คำพูดของลี่หรงพูดออกมาจากใจจริง ๆ
“ใช่แล้ว” แม่ลี่ก็เออออไปด้วย “ดูสิ ช่วงนี้เหม่ยฮวาคอยเป็นห่วงลูก อดทนอดกลั้นทั้งเหน็ดเหนื่อยทั้งร้อนใจ แต่ก็ยังไม่กล้าบอกพวกเรา ตอนนี้ผอมลงไปตั้งเยอะแล้ว ตัวเองลำบากคนเดียวไม่พอ ยังไม่รู้จักดูแลภรรยาอีก”
เรื่องที่กังวลใจมีหนทางแก้ไข ลี่สวนจือก็มีความหวังมากขึ้น และสบายใจแล้ว พอได้ยินคำพูดของแม่ลี่เขาก็หันไปมองภรรยาตัวเอง
เมื่อนึกถึงช่วงนี้ที่เธอคอยเป็นห่วงเขา และยังมีเรื่องที่ทะเลาะกันเพราะเห็นต่างกันหลายครั้ง เขาก็ทำให้เธอไม่สบายใจอยู่บ่อย ๆ แต่ว่าหลินเหม่ยฮวากลับไม่เคยตำหนิเขา ลี่สวนจือซาบซึ้งใจมาก “ผมขอโทษนะเหม่ยฮวา”
ต่อหน้าคนมากมายที่มีหลานตัวน้อยอยู่ด้วย รวมทั้งพ่อแม่ด้วย หลินเหม่ยฮวารู้สึกอายนิดหน่อยกับสายตาของลี่สวนจือ เธอหันหน้าหนีไม่พูดอะไร
หลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน
ระหว่างทางกลับลี่หรงพูดกับจ้าวชิงซงอย่างจริงจัง “คุณเองก็เหมือนกับพี่รองนั่นแหละ พอคุณกลับหมู่บ้านแล้วฉันก็ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ คุณ หลายเรื่องฉันก็ไม่รู้ คุณก็ต้องลำบากคนเดียว ถ้ามีอะไรก็คุยกับฉันเยอะ ๆ อย่าเก็บไว้ในใจคนเดียว เข้าใจไหมคะ?”
“เข้าใจแล้วครับ” จ้าวชิงซงรับปากกับลี่หรงทุกเรื่อง แต่จะทำได้จริงหรือไม่ เขาไม่รับรอง
ช่วงที่จ้าวชิงซงมาพักในเมืองหลวง เขาเฝ้ารอแต่ร่วมงานแต่งของลี่รุ่ยจือ งานแต่งเสร็จสิ้น จ้าวชิงซงก็เตรียมตัวกลับหมู่บ้านแล้ว
ช่วงนี้ต้นลูกแพร์ที่บ้านมีจ้าวชิงหยางดูแลอยู่ เรื่องการดูแลต้นแพร์ว่าเมื่อไรควรทำอะไร จ้าวชิงซงก็ได้สอนให้จ้าวชิงหยางทั้งหมดแล้ว ครั้งนี้ที่ให้จ้าวชิงหยางดูแล จ้าวชิงซงก็สบายใจสุด ๆ
สำหรับจ้าวชิงหยางแล้ว การใส่ปุ๋ยต้นลูกแพร์ช่วงฤดูใบไม้ผลิไม่ใช่เรื่องยาก พอถึงเวลาออกดอกออกผล เขาก็ไม่รู้สึกลำบาก แต่เรื่องที่จะบอกว่ายาก ก็คือจะขายอย่างไร? ขายอย่างไรให้ได้เงิน
จ้าวชิงซงไปฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวงแล้วโทรศัพท์กลับบ้าน บอกให้จ้าวชิงหยางดูแลต้นลูกแพร์ก่อน ตอนนั้นจ้าวชิงหยางตกใจเล็กน้อย คิดว่าจ้าวชิงซงจะไม่กลับมาปลูกต้นลูกแพร์ที่หมู่บ้านแล้ว
เมื่อรู้ว่าจ้าวชิงซงแค่กลับช้า จ้าวชิงหยางถึงได้โล่งใจ
จ้าวชิงซงไม่ได้คิดจะปลูกต้นลูกแพร์ในหมู่บ้านตลอดไป ช่วงไม่กี่ปีนี้ คอยสอนจ้าวชิงหยางมาตลอด เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมแล้วจะส่งต่อฟาร์มสุกรให้ซ่งเซียนผิง เหมือนตอนที่ส่งต่อไร่ลูกแพร์ให้จ้าวชิงหยาง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแผนการที่จ้าวชิงซงวางแผนไว้เอง ส่วนในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ จ้าวชิงซงเองก็ไม่กล้ารับรอง เขาแค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่านั้น
ชีวิตคนสั้นนัก ยังมีเรื่องให้ทำอีกมาก ไม่มีงานไหนที่เราทำได้ตลอดทั้งชีวิตหรอก
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันลี่หรงก็ได้บอกอันอันถึงเรื่องที่จ้าวชิงซงจะต้องกลับหมู่บ้านต้าเจียงแล้ว โดยหลัก ๆ ก็อยากให้อันอันค่อย ๆ ยอมรับ เพราะถ้าบอกตอนจะไปทันที เจ้าตัวน้อยก็คงปรับตัวไม่ทัน
เมื่อลงมาจากรถบัสสามคนพ่อแม่ลูกก็เดินอยู่บนถนน
อันอันกำลังขี่หลังจ้าวชิงซง ไม่ค่อยอยากให้เขาไป “พอพ่อกลับบ้านแล้ว เราต้องรอถึงปีใหม่ถึงจะได้เจอกันใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ”
อันอันถอนหายใจอย่างผู้ใหญ่ นอนแนบอยู่บนบ่าของจ้าวชิงซง
“เอาละเด็กน้อย อย่าทำหน้าบึ้งสิ ที่บ้านมีโทรศัพท์ไม่ใช่เหรอ? คิดถึงพ่อก็โทรหาพ่อก็ได้” ลี่หรงปลอบ
เจ้าตัวน้อยมองลี่หรงด้วยสีหน้าทุกข์ใจ “แม่ไม่เข้าใจหรอก เรื่องนี้มันเรื่องของพวกผู้ชาย”
ลี่หรงมองสีหน้าหงุดหงิดของเจ้าตัวน้อย ก็รู้ทันทีว่าคิดอะไรอยู่ เธอจึงแฉอย่างไม่ไว้หน้า “ก็แค่พ่อกลับบ้านแล้ว จะไม่มีใครแอบซื้อน้ำอัดลม ซื้อขนมให้กินแล้วแค่นั้นแหละ”
เจ้าตัวน้อยหน้าแดง พึมพำคัดค้านเบา ๆ “ไม่ใช่ซะหน่อย…”
จากนั้นก็หันกลับไปมองผู้เป็นพ่อ
ตอนนี้เจ้าตัวน้อยเริ่มดูแลใบหน้าตัวเองมากขึ้น ลี่หรงลูบหัวเขา “ถ้าอยากกินก็บอกแม่สิ แม่ก็ไม่ได้ห้ามให้กินนี่จ้ะ จะอายอะไรกับแม่ตัวเองล่ะ?”
เรื่องของลี่สวนจือ ลี่หรงไม่ได้ลืม วันต่อมาเธอก็โทรหาหรานชิงชิง
ปลายสายที่ได้รับโทรศัพท์จากลี่หรงก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ตื่นเต้นมาก ๆ
“ชุดของฉันเสร็จแล้วใช่ไหม?”
“ยังไม่เสร็จค่ะ… แต่ว่าแบบเสร็จแล้ว พรุ่งนี้แม่เสี่ยวเป่าว่างไหมคะ?”
“ว่างค่ะ ต้องว่างอยู่แล้ว” ปลายสายเงียบไปสักพัก ถึงได้ส่งเสียงกลับมา “พรุ่งนี้เด็ก ๆ ไปโรงเรียน เสี่ยวเป่าชอบบอกว่าจะไปหาอันอันที่บ้านคุณ แบบนี้ก็ได้นะคะ พอเลิกเรียนฉันจะไปรับพวกเด็ก ๆ แล้วก็ไปส่งอันอันที่บ้านคุณด้วยเลยดีไหมคะ?”
ลี่หรงกำลังจะพูด หรานชิงชิงก็ถามขึ้นมาก่อน “แบบนี้จะรบกวนคุณเกินไปไหมคะ พอพวกเขาเลิกเรียนพวกคุณก็คงเลิกงานแล้วใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงฉันก็อยู่บ้านอยู่แล้ว แค่ให้คุณดูแบบเสื้อผ้าก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไร เอ่อ…” ลี่หรงหยุดไปนิดหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้ม “อีกสองสามวันสามีฉันจะกลับบ้าน ช่วงนี้ฉันทำกับข้าวอยู่ แล้วก็เผื่อคุณมาทานด้วยเลย ฉันทำอาหารใช้ได้เลยนะคะ”
“งั้นดีเลยค่ะ” หรานชิงชิงตอบตกลงทันที ลี่หรงชวนเธอมากินข้าวที่บ้านแบบนี้ หรานชิงชิงก็ดีใจมาก เธอคิดว่าเพื่อนที่ดีต่อกันก็ควรจะมาทานข้าวที่บ้านของกันและกัน
ลี่หรงเป็นคนหน้าตาดี บุคคลิกดี มีการศึกษาและความสามารถ หรานชิงชิงอยากจะสนิทกับเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก นอกจากเรื่องที่หรานชิงชิงมาให้ลี่หรงทำชุดให้
ตอนนี้ลี่หรงชวนเธอไปก็ทำให้เธอดีใจมากน่ะสิ
ก่อนที่จะไปรับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน หรานชิงชิงก็ใช้เวลานานมากกับการเลือกเสื้อผ้าและแต่งหน้าแต่งตัว
ครั้งแรกที่ได้เจอกัน ลี่หรงก็ได้บอกวิธีการดูแลผิวให้กับเธอ พอกลับบ้าน หรานชิงชิงก็เริ่มทำตาม ไม่ได้แต่งหน้าจัด ๆ อีกแล้ว และสิวที่ใบหน้าของเธอก็เริ่มดีขึ้นอย่างช้า ๆ
พอมาถึงบ้านลี่หรง หรานชิงชิงก็ยังได้ขอบคุณลี่หรงเป็นพิเศษ “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณบอกฉันนะ ฉันอาจจะยิ่งโบกแป้งไปอีก แล้วตอนนั้นหน้าฉันคงเละไปแล้ว”
ลี่หรงยิ้ม “ก็ต้องขอบคุณที่คุณยอมเชื่อฉัน บางคนพูดไปก็เท่านั้น เขาอาจจะไม่ทำตามที่เราพูด แต่คุณลงมือทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นก็เป็นสิ่งที่คุณควรได้รับค่ะ”