ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 259 การขอร้อง
บทที่ 259 การขอร้อง
หรานชิงชิงราวกับเป็นเด็กนักเรียนที่ทำดีแล้วได้รับคำชื่นชมจากคุณครู ใบหน้าฉายแววภูมิใจอยู่เล็กน้อย
“แน่นอนสิ เพราะฉันเชื่อคุณ ว่าแต่พักนี้คุณดูหน้าเด็กลงใช่ไหมเนี่ย? ฤดูหนาวที่ผ่านมา หน้าฉันแห้งแล้วก็ลอกด้วย”
“นี่เป็นของที่สามีซื้อมาให้ฉันจากฮ่องกงน่ะ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ลี่หรงจึงตัดสินใจขายของให้กับเธอ แล้วกล่าวต่อไปเพื่อไม่ให้ดูน่าอึดอัดเกินไป “ฉันยังมีอีกหลายอันที่ยังไม่ได้ใช้ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วฉันจะหยิบให้คุณสองขวดนะ”
“จริงเหรอ?” หรานชิงชิง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่แล้วเธอจึงพูดด้วยความเสียดายว่า “ไม่เป็นไร นี่เป็นของที่สามีคุณซื้อให้ ฉันเกรงใจน่ะ”
ที่จริงแล้วหรานชิงชิงอยากได้มาก ทั้งตัวเธอและเหล่าพี่น้องสามารถมอบของให้กันได้ ซึ่งหรานชิงชิงก็อยากเป็นเหมือนกับพี่สาวคนหนึ่ง แต่กลัวว่าจะเป็นการทำให้ลี่หรงไม่พอใจ
ในเมื่อลี่หรงให้สิ่งของบางอย่างกับเธอ แน่นอนว่าหรานชิงชิงไม่อยากพลาดโอกาสนี้
หากเธอรับของจากลี่หรงแล้ว เมื่อถึงเวลาเธอก็จะได้ให้ของตอบแทนลี่หรง แล้วพวกเธอจะได้กลายเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันไม่ใช่หรือ?
หากพูดตามความจริงแล้ว บรรดาผู้คนที่หรานชิงชิงออกไปทานข้าวและเดินห้างด้วยในเมืองหลวง ล้วนแต่เป็นภรรยาของเพื่อนทางธุรกิจของสามี และพวกเธอมาพบปะกันเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น
ความสัมพันธ์ในฐานะพี่สาวน้องสาวนั้นอาจจะมีอยู่บ้าง แต่จะจริงใจ หรือสำคัญแค่ไหน ใครจะรู้ได้?
ลี่หรงไม่แน่ใจว่าการกระทำของตนเหมาะสมหรือไม่ เธอรู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ล้วนมีจุดมุ่งหมาย หรานชิงชิงเป็นผู้หญิงจิตใจดี ลี่หรงไม่รู้ว่าหากอีกฝ่ายรู้ว่าเธอทำดีเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ หรานชิงชิงจะผิดหวังในตัวเธอหรือไม่?
เมื่อรับปากกับลี่สวนจือแล้ว ลี่หรงจึงไม่อาจล้มเลิกความตั้งใจง่าย ๆ
แต่เธอต้องจัดการเรื่องสำคัญเสียก่อน ลี่หรงหยิบแบบชุดออกมาให้หรานชิงชิงดู
พอเริ่มทำงานสีหน้าของลี่หรงพลันเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ดูจริงจัง
หรานชิงชิงชอบการออกแบบของลี่หรงมาก แต่ก็กังวลว่าหากตัวเธอใส่แล้วจะไม่สวย
ลี่หรงคลุกคลีในวงการนี้มานาน สั่งสมประสบการณ์โน้มน้าวใจคนไว้ไม่น้อย หลังจากพูดจาเกลี้ยกล่อมไม่กี่คำ หรานชิงชิงจึงคลายความกังวลในใจลง
ตอนเย็นลี่หรงตั้งใจทำอาหารไว้มากมาย สิ่งที่เธอพูดทางโทรศัพท์ไม่ได้โกหก เหตุผลหนึ่งคือจ้าวชิงซงจะกลับบ้าน อีกอย่างก็เพื่อเชิญหรานชิงชิงมากินข้าวด้วย
อาหารที่บ้านของหรานชิงชิงล้วนแต่มีแม่บ้านทำให้ แม้จะจัดวางอาหารอย่างสวยงาม แต่กลับขาดกลิ่นอายความเป็นครอบครัว
ตอนนี้เมื่อหรานชิงชิงเห็นอาหารที่ลี่หรงจัดเตรียมไว้เต็มโต๊ะ ราวกับเธอได้เติมเต็มกลิ่นอายความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ขาดหายไป ทำให้ในใจของหรานชิงชิงรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย
เมื่อเทียบกับอาหารในโรงแรมใหญ่โตภายนอกแล้ว หรานชิงชิงชื่นชอบงานเลี้ยงอาหารค่ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของครอบครัวแบบนี้มากกว่า
เธออดชมลี่หรงไม่ได้ “ลี่หรง คุณมีฝีมือจริง ๆ อาหารน่าทานมาก ไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยวเป่ามักจะพูดอยู่เสมอว่าอยากมากินข้าวที่บ้านคุณ”
เมื่อลี่หรงว่าง เธอจะทำของที่พกพาสะดวกให้อันอันนำไปโรงเรียนเป็นของว่าง และยังตั้งใจทำเผื่อให้อันอันไปแบ่งเพื่อน ๆ ด้วย
คาดว่าเสี่ยวเป่าคงจะได้กินด้วย จึงคิดอยากมากินข้าวที่บ้านของลี่หรง
ลี่หรงลูบหัวของเสี่ยวเป่า “อย่างนั้นเหรอจ๊ะ?”
เสี่ยวเป่าพยักหน้า
“รีบกินข้าวกันเถอะ” ลี่หรงเชิญให้พวกเขานั่งลง
แม่จ้าวคิดว่าที่ลี่หรงเชิญหรานชิงชิงมากินข้าวด้วย เพราะว่าเธอเป็นแม่ของเสี่ยวเป่า
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแม่ของเพื่อนร่วมชั้นของอันอัน แม่จ้าวจึงต้อนรับพวกเขาด้วยความกระตือรือร้น พร้อมกับกล่าวว่า “เสี่ยวเป่ากับอันอันสนิทกันมาก ชวนกันตั้งใจเรียนด้วยนะจ๊ะ”
ครอบครัวของหรานชิงชิงค่อนข้างมีฐานะ แต่เธอไม่ได้ดูถูกคนบ้านนอกอย่างแม่จ้าว ตัวของหรานชิงชิงเองก็มีพื้นเพมาจากชนบท เธอจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฟังจากที่คุณครูเล่า อันอันเรียนดีที่สุด แต่ลูกชายของฉันช่างน่าปวดหัวจริง ๆ บางครั้งถ้าอาละวาดขึ้นมา แม้แต่พ่อเขายังเอาไม่อยู่!”
เธอพูดคุยกับลี่หรงเพื่อขอคำแนะนำวิธีการเลี้ยงดูเด็ก ๆ ซึ่งลี่หรงก็อาศัยหัวข้อนี้พูดคุยกับเธอเช่นกัน
หรานชิงชิงฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล เธอจึงพูดว่าสมแล้วที่ลี่หรงจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แม้แต่การเลี้ยงดูเด็กก็มีวิธีการของตัวเอง…
“คุณแม่อันอัน อาหารของคุณสุดยอดมาก! น้ำซุปกระดูกหมูนี่ ทำไมถึงได้หอมอร่อยอย่างนี้? รสชาติเหมือนที่บ้านเกิดฉันเลย! ไก่ผัดจานนี้ด้วย ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเลยค่ะ!” หรานชิงชิงไม่คิดเลยว่าลี่หรงจะทำให้เธอได้ลิ้มรสชาติอาหารเหมือนบ้านเกิด
จริง ๆ แล้วนี่เป็นสิ่งที่ลี่หรงตั้งใจทำให้ และแน่นอนว่าเธอยังมีแผนการอื่นด้วย
ลี่หรงรู้สึกรังเกียจความตั้งใจที่ไม่บริสุทธิ์ของตัวเองจริง ๆ แล้วเธอก็พูดว่า “วันนี้เชิญคุณมากินข้าวด้วยกัน แล้วได้ยินมาว่าบ้านคุณชอบทานไก่ผัด ฉันเลยตั้งใจทำดู ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับบ้านเกิดคุณบ้างไหม อร่อยไหมคะ?”
“อร่อยมาก!” หรานชิงชิงชูนิ้วโป้งให้ และไม่สามารถหยุดปากชมได้
ในสวนมีโต๊ะเล็ก ๆ วางอยู่ เมื่อกินข้าวเสร็จ ลี่หรงจึงชวนหรานชิงชิงให้นั่งจิบชาก่อนกลับ
หรานชิงชิงยินดีมาก บอกให้เสี่ยวเป่ากับอันอันไปเล่นกันก่อน ส่วนเธอจะนั่งคุยกับลี่หรงในสวน
เมื่อถึงมื้อเย็นหรานชิงชิงอดใจไม่ไหว กินข้าวไปสองชามทำให้รู้สึกแน่นท้องมาก เธอไม่ได้กินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาหลายปีแล้ว
แม้เธอจะรู้สึกแน่นท้อง แต่เธอก็เกรงใจลี่หรงเลยไม่กล้าบอก
เธอจะบอกว่ายังไงล่ะ?
จะให้บอกว่าตัวเองหยุดปากไม่ได้ กินจนท้องอืดหรือไง?
โชคดีที่ลี่หรงเป็นคนช่างสังเกต จากท่าทางบางอย่างของหรานชิงชิง ทำให้เดาได้ว่าอีกฝ่ายกินเยอะเกินไป จึงไม่ได้พูดหักหน้าเธอ แต่หันไปใส่ผลไม้รสเปรี้ยวลงในชาดอกไม้ที่กำลังต้มอยู่แทน
ผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยย่อยอาหารได้
เมื่อดื่มแล้วความรู้สึกเปรี้ยวอมหวานนั้นล้วนทำให้คนชอบ หรานชิงชิงจิบไปเพียงนิดพลันรู้สึกติดใจ “คุณใส่อะไรลงไปในชาเหรอ?”
ลี่หรงจึงบอกสูตรของเธออย่างไม่ปิดบัง
เป็นกระเจี๊ยบตากแห้งที่ลี่หรงตากเอง พอหรานชิงชิงได้ฟังเช่นนั้นก็อดชมไม่ได้ แม้หรานชิงชิงออกปากชมลี่หรงไปหลายครั้ง แต่ลี่หรงเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าน่ารำคาญ
“ฉันตากไว้เยอะเลยค่ะ ก่อนกลับคุณจะแบ่งไปก็ได้”
“ได้เลย ได้เลย!” หรานชิงชิงยิ้มจนตาหยี ที่บ้านเธอนั้นมีของพวกนี้ไม่ขาดอยู่แล้ว แค่กลับไปบอกคนรับใช้เท่านั้น มันก็จะถูกวางบนโต๊ะอาหารในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน แต่หรานชิงชิงกลับต้องการสิ่งที่ลี่หรงให้ต่างหาก!
ของที่ลี่หรงให้ล้วนเป็นของดีทั้งนั้น!
ผ่านไปครู่หนึ่ง หรานชิงชิงมองไปที่ลี่หรง พร้อมกับยิ้มน้อย ๆ “คุณแม่อันอันมีเรื่องอื่นอีกหรือเปล่าคะ?”
ลี่หรงชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดาออก แต่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เธอทำดูพยายามเกินไปจนทำให้หรานชิงชิงรู้สึกได้
แม้หรานชิงชิงดูเป็นคนไม่ค่อยระมัดระวัง และเป็นคนซื่อ แต่เธอไม่ใช่คนโง่
ลี่หรงหัวเราะ แล้วตัดสินใจพูดออกไปตรง ๆ “ใช่ค่ะ ฉันมีเรื่องอยากให้คุณช่วยหน่อย”
“เรื่องอะไรเหรอคะ? บอกมาได้เลย แต่ต้องดูด้วยว่าฉันจะช่วยได้หรือเปล่า”
“สำหรับคุณแล้ว เรื่องนี้ไม่ยากเลยค่ะ” ลี่หรงเล่าเรื่องราวของพี่ชายคนรองของเธอเพียงคร่าว ๆ โดยเน้นเฉพาะประเด็นสำคัญ แล้วพูดว่า “เรื่องก็เป็นอย่างนี้ ฉันอยากให้คุณช่วยแนะนำสามีของคุณ ฉันจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง”
หรานชิงชิงรับปากลี่หรงว่าจะกลับไปคุยกับสามีของเธอ แต่ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญากับลี่หรงในทันที เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก