ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 260 หาคนช่วยเหลือ
บทที่ 260 หาคนช่วยเหลือ
หรานชิงชิงกลับไปเพียงไม่นาน ก็โทรมาบอกว่าให้ลี่หรงแวะไปหาเธอที่บ้านกับพี่ชายของเธอ
ลี่หรงรู้สึกขอบคุณหรานชิงชิงมาก เธอเดาว่าอีกฝ่ายคงเอาเรื่องที่เธอขอร้องไปบอกสามีของเธอแล้ว ลี่หรงเกรงใจที่จะไปหาที่บ้านโดยตรง เพราะรู้สึกว่าการพูดคุยเรื่องธุรกิจควรดูน่าเชื่อถือเอาไว้ก่อน
เธอเลยบอกว่า “เราเลี้ยงข้าวพวกคุณดีกว่า ที่โรงแรมหวงเหอนะคะ”
“เลี้ยงอะไรกัน? มาบ้านฉันก็ได้ค่ะ”
หรานชิงชิงไม่เท่าไหร่ แต่สามีของเธอนั้นลี่หรงยังไม่เคยเจอ เลยไม่สามารถเดาความคิดของเขาได้ แต่ในเมื่อหรานชิงชิงยืนยันให้ไปที่บ้านเช่นนั้น ลี่หรงจึงตกลง “แล้วพวกคุณสะดวกเมื่อไหร่คะ? พรุ่งนี้ตอนเย็นได้ไหม?”
เรื่องของลี่สวนจือยิ่งจัดการเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ลี่หรงจึงเลื่อนตารางงานขึ้นมา แล้วจัดการเรื่องของพี่รองให้เรียบร้อยก่อน
หลังจากหรานชิงชิงบอกว่าได้ แล้ววางสายไป ลี่หรงรีบส่งข้อความไปหาลี่สวนจือเพื่อนัดหมายวันเวลาที่จะไปบ้านของหรานชิงชิงทันที
บ้านของหรานชิงชิงเป็นบ้านเดี่ยวสร้างตามแบบยุโรป เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีสวนอยู่ภายใน
พอเสี่ยวเป่าเจอลี่หรงก็นิ่งเงียบ แล้วมองตรงไปด้านหลังของเธอ “คุณป้า อันอันล่ะครับ?”
“อันอันไม่ได้มาด้วยจ้ะ” ลี่หรงยิ้ม ที่เธอมาที่นี่เพื่อมาขอความช่วยเหลือ และเป็นเพราะว่าอันอันสนิทกับเเสี่ยวเป่า ลี่หรงจึงไม่ได้พาอันอันมาด้วย เพราะจะดูเหมือนว่าต้องการใช้อันอันมาเชื่อมสัมพันธ์แทน
เมื่อเสี่ยวเป่าได้ยินว่าอันอันไม่ได้มา สีหน้าของเด็กน้อยดูผิดหวังมาก
ลี่หรงลูบหัวเสี่ยวเป่า “วันนี้ที่โรงเรียนอนุบาลไม่ได้เล่นกับอันอันเหรอจ๊ะ? พรุ่งนี้ไปโรงเรียนก็จะได้เจอกันแล้วนะ”
หรานชิงชิงเดินลงมาจากชั้นบน พอเห็นลี่หรง เธอก็ยิ้มออกมา “มาแล้วเหรอ? ฉันยังคิดอยู่เลยว่าถ้าคุณยังไม่มาฉันจะโทรหาแล้ว”
ลี่หรงยื่นกล่องให้หรานชิงชิง เมื่ออีกฝ่ายเปิดดูก็ยิ้มจนตาหยี “ดอกไม้ประดับผม? คุณทำเองเหรอเนี่ย? สวยจังเลยค่ะ”
ลี่หรงพยักหน้า แล้วผายมือไปที่ลี่สวนจือที่อยู่ข้าง ๆ “นี่คือพี่ชายคนรองของฉันค่ะ”
ลี่สวนจือหยิบกล่องของขวัญซึ่งเป็นชาที่เตรียมไว้ออกมา หลังจากนั้นหรานชิงชิงไม่ได้พูดอะไรให้มากความ แล้วหันไปบอกคนรับใช้ข้าง ๆ ว่า “ไปตามคุณท่านลงมาข้างล่าง”
หรานชิงชิงบอกให้เสี่ยวเป่าออกไปเล่น แล้วเรียกคนรับใช้มาชงชาให้ลี่หรงกับพี่ชาย
เมื่อคนรับใช้ยกชามาให้ สามีของหรานชิงชิงก็ลงมาพอดี
ลี่หรงจำได้ว่าอีกฝ่ายเคยบอกว่าสามีของเธอชอบสวมเสื้อเชิ้ตลาย ใส่สร้อยทองเส้นใหญ่กับนาฬิกาทองคำ และยังบอกอีกว่าเขาเป็นเศรษฐีใหม่ วันนี้ได้พบตัวจริงแล้ว ลี่หรงเห็นว่าสิ่งที่หรานชิงชิงพูดไว้นั้น
ไม่มีผิด!
เตียวฉีหู่รูปร่างสูงใหญ่ แต่ไม่ให้ความรู้สึกกดดัน ลี่หรงกับคนอื่น ๆ ยังต้องสวมเสื้อนอก แต่เตียวฉีหู่กลับสวมเสื้อลายดอกแขนสั้น และสร้อยทองเส้นโตที่คอนั้นถือว่าสะดุดตามากทีเดียว
ถ้าหน้าหนาวไม่มีเสื้อลายดอก ไม่รู้ว่าเขาจะสวมอะไร ลี่หรงพยายามกลั้นหัวเราะ
หรานชิงชิงพูดกับเตียวฉีหู่ด้วยความรังเกียจว่า “บอกให้เปลี่ยนเสื้อผ้าทำไมไม่เปลี่ยน?”
เตียวฉีหู่หัวเราะในลำคอ “เปลี่ยนอะไรล่ะ? แบบนี้สบายดีออก”
เตียวฉีหู่ไม่สนใจว่าลี่หรงและพี่ชายจะอยู่ตรงนั้น เขานั่งลงข้าง ๆ หรานชิงชิง แล้วโอบไหล่ของเธอทันที
หรานชิงชิงสะบัดไล่เขา “มีแขกอยู่ ทำไมไม่วางตัวดี ๆ หน่อย นี่ลี่หรง เป็นแม่ของอันอัน และเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าฝีมือดี ทั้งยังจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวด้วยนะ”
หลังจากถูกหรานชิงชิงสะบัดมือออก เตียวฉีหู่เหมือนจะชินแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกอับอายอะไร เขามองลี่หรง “คุณคือคุณนายลี่ที่ภรรยาผมพูดถึงทุกวันเองสินะ”
ลี่หรงพยักหน้า “สวัสดีค่ะ”
“แค่คุณนายลี่พูดก็รู้ว่าเป็นคนมีการศึกษา” เตียวฉีหู่หัวเราะในลำคอ “ได้ยินมาว่าคุณมีเรื่องอยากให้ผมช่วยเหรอครับ?”
“ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพี่รองของฉันค่ะ เขามีปัญหาเลยมาหาคุณ” ลี่หรงเหลือบมองลี่สวนจือ “นี่คือพี่รองของฉัน ลี่สวนจือค่ะ”
ลี่สวนจือยิ้มอย่างเป็นมิตรต่อเตียวฉีหู่ด้วยท่าทีสุภาพแต่ไม่ถือเป็นการประจบ “สวัสดีครับ ผมลี่สวนจือ”
สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน การพูดจาดูมีการศึกษาด้วยกันทั้งคู่ เตียวฉีหู่นั่งตัวตรง พลางกล่าวแนะนำตัวว่า “ผมเตียวฉีหู่”
ลี่หรงอดหัวเราะไม่ได้
หรานชิงชิงรู้สึกอับอายจึงหันไปตบแขนเตียวฉีหู่
ลี่สวนจือหัวเราะเพียงเล็กน้อย “คุณเตียวดูท่าทางเป็นคนจริงใจดีนะครับ”
“ใช่แล้วล่ะ คุณเห็นไหมว่าพวกเขาก็เห็นด้วย” เตียวฉีหู่พูดอย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคงไม่ชินกับการอ้อมค้อม เขาพูดออกมาตรง ๆ ว่า “ภรรยาผมชอบคุณลี่มาก แล้วคุณก็เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเธอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกมาเลยว่าอยากให้ผมช่วยอะไร?”
ลี่หรงขยิบตา ลี่สวนจือจึงเข้าใจในทันที เขาจึงเล่าเรื่องราวของตนคร่าว ๆ “ประมาณนี้ครับ อาจจะเป็นเพราะดวงไม่ดี โดนคนหลอกเอาเสียหน่อย ได้ยินมาว่าคุณเตียวทำธุรกิจวัสดุและรับเหมาก่อสร้าง เลยให้น้องสาวช่วยมาถามดู”
เตียวฉีหู่ พยักหน้าหลังจากฟังเขาพูดจบ แล้วด่าตามมาประโยคหนึ่ง “วงการนี้มันซับซ้อนจริง ๆ บางคนก็ไร้ซึ่งสำนึกเพื่อเงินไม่กี่หยวน”
เขาดูสนใจมากกับการตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัวของลี่สวนจือในช่วงอายุสามสิบกว่า เขาถามว่า “ก่อนหน้านี้คุณทำงานที่ไหนเหรอ?”
เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ลี่สวนจือจึงบอกเขาตามตรง
เตียวฉีหู่ชูนิ้วโป้ง “กล้าหาญมากเลยครับคุณลี่! ผู้จัดการโรงงานพูดลาออกก็ลาออกเลย มีอีกหลายคนที่อยากกินข้าวหลวงแต่ก็ยังกินไม่ได้เลยนะครับ”
ลี่สวนจือยิ้มแห้ง “ได้เงินเดือนตายตัวมันไม่ไหวครับ แล้วผมก็ยังไม่แก่ขนาดนั้น เลยขอลองเสี่ยงดูสักตั้ง”
“ความคิดดีครับ” เตียวฉีหู่ยัดอะไรบางอย่างคล้ายซิการ์เข้าปาก แต่ไม่ได้จุด แล้วถามหลี่สวนจือว่า “จะซื้อวัสดุก่อสร้างจากผม หรือจะให้ผมรับเหมางานให้ครับ?”
ลี่สวนจือเคยเจอคนอย่างเตียวฉีหู่มาแล้ว แต่เตียวฉีหู่กลับทำให้เขาเดาใจไม่ถูก อย่างเช่นตอนนี้ อีกฝ่ายถามตรง ๆ ว่าให้ช่วยยังไง ลี่สวนจือก็เดาไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเขาคิดยังไงกันแน่?
ลี่สวนจือเลยพูดข้อเสนอของตัวเองออกมา
เตียวฉีหู่ถือซิการ์ไว้ในมือ พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าผมรับเหมาให้คงไม่ได้เพราะงานของคุณเล็กไป แต่ว่าวัสดุก่อสร้างผมสามารขายให้คุณได้ อ้อ! ผมมีคนรู้จักรับเหมาแบบรายวันนะ เป็นพวกทำกันเองไม่กี่คน รับงานสร้างบ้านทั่วไป คุณว่าเป็นยังไง?”
สิ่งที่พวกเขากำลังพูดกันนั้น หรานชิงชิงฟังไม่เข้าใจ ส่วนลี่หรงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้พูดอะไร หรานชิงชิงกลัวว่าลี่หรงจะเบื่อและนั่งฟังอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เธอเลยชวนลี่หรงออกไปเดินเล่น “เรื่องของผู้ชายปล่อยให้เขาคุยกันไปเถอะค่ะ”
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง คนรับใช้จึงเดินมาบอกหรานชิงชิงว่าอาหารเย็นเสร็จแล้ว
หรานชิงชิงเลยเรียกลี่หรงให้ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน
เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของเตียวฉีหู่ดังมาจากห้องนั่งเล่น ลี่หรงเดินเข้าไปแล้วสบตากับลี่สวนจือ พลางขยับมือไปมาเป็นสัญญาณเพื่อถามว่าเป็นยังไงบ้าง?
ลี่หรงรู้สึกว่าน่าจะสำเร็จแล้ว เพราะสีหน้าของลี่สวนจือผ่อนคลายลง และยังแฝงไปด้วยความยินดีอยู่มาก
แน่นอนว่าลี่สวนจือพยักหน้า ลี่หรงจึงรู้สึกยินดีไปด้วย ส่วนเรื่องรายละเอียดเอาไว้ถามเขาทีหลังแล้วกัน