ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 261 ให้เฉาเหลียงอวี้ทำงาน
บทที่ 261 ให้เฉาเหลียงอวี้ทำงาน
ระหว่างทางกลับ ลี่หรงถามลี่สวนจือว่า “เป็นยังไงบ้างคะ? เตียวฉีหู่ยินดีช่วยไหม?”
“เต็มใจมากเลยล่ะ แถมยังใจดีอีกด้วย” ลี่สวนจือหัวเราะอย่างมีความสุข “เขาได้ยินมาว่าเมื่อก่อนฉันโดนหลอก คงไม่มีเงินแน่ ๆ เลยบอกให้ฉันจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างแค่ครึ่งหนึ่งก็พอ”
“อย่างนั้นก็ดีเลยสิคะ!”
“แต่คนรับเหมาเขาแนะนำมาให้ เรื่องค่าแรงยังไงก็ยังต้องจ่ายเหมือนเดิม”
“แล้วตอนนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่คะ?”
“ห้าหกหมื่นน่าจะได้ รู้สึกสบายใจขึ้นมากเลย เตียวฉีหู่ยังบอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปที่บริษัทเขา เพื่อไปดูวัสดุอื่นก่อน บางทีอาจจะขนเสาเข็มไปได้เลย
จะได้เริ่มสร้างเร็ว ๆ” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลี่สวนจืออดไม่ได้ที่จะพูดอีกครั้งว่าเตียวฉีหู่นั้นใจดีจริง ๆ
เพราะว่าวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ต้องสั่งล่วงหน้า ไม่บ่อยนักที่จะมีของพร้อมแบบนี้
จากเดิมที่ขาดอยู่ตั้งแสนกว่า ตอนนี้เหลือแค่ห้าหกหมื่น ลี่หรงยังมีเงินเหลืออยู่บ้าง จึงเสนอให้ลี่สวนจือยืมหนึ่งหมื่น
ลี่สวนจือมองลี่หรงด้วยความประหลาดใจ “เธอยังมีเงินอีกเหรอ ไม่ใช่ว่าเพิ่งซื้อบ้านไปอีกหลังแล้วเหรอ?”
“ยังเหลืออยู่นิดหน่อยค่ะ ฉันเต็มใจให้คนในครอบครัวยืมเงินอยู่แล้ว”
“ไม่เป็นไร ไม่รบกวนเธอหรอก พี่รองของเธอจัดการเองได้ เรื่องวันนี้ต้องขอบใจเธอมาก ช่วยได้เยอะเลย”
ลี่สวนจือนอกจากจะอาศัยลี่หรงแล้ว ยังใช้ความรู้และความสามารถของตัวเองในการโน้มน้าวเตียวฉีหู่ได้สำเร็จด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว แค่ดูที่หน้าตาอย่างเดียว เตียวฉีหู่ คงจะไม่คิดจะช่วย หรือแม้แต่จะเสนอให้จ่ายเงินแค่ครึ่งเดียวด้วยซ้ำไป
สำหรับเรื่องที่เหลือ ลี่หรงก็ไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากที่จ้าวชิงซงกลับไป เธอจึงเริ่มทุ่มเททำงานของตัวเองอย่างเต็มที่
ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้ว ลี่หรงซื้อพัดลมมาไว้ในห้อง ห้องละสองตัว ให้เหมยจีอวี้และคนอื่น ๆ ไม่อย่างนั้น คงร้อนจนไม่มีเรี่ยวแรงทำงานบ้านแน่
พัดลมเป็นแบบโบราณ ใบพัดเหล็ก ไม่มีระดับความแรงให้เลือก แต่พอเสียบปลั๊กแล้วถือว่าลมแรงทีเดียว
พัดลมหลายตัวไม่ใช่ราคาถูก แต่เงินจำนวนนี้เธอสามารถหาคืนได้อยู่แล้ว ลี่หรงเลยไม่กังวลอะไร ส่วนค่าไฟก็ต้องจ่ายเป็นธรรมดา
ตั้งแต่ที่ลี่หรงซื้อพัดลมมา เธอก็ไม่ได้วางไว้เฉย ๆ ทั้งยังกำชับว่าให้ปิดเวลาที่ไม่มีคนอยู่ด้วย
ลี่หรงซื้อไอศกรีมมาแช่ไว้ในตู้เย็น เวลาคลายร้อนก็แบ่งให้หลี่เสี่ยวอ้ายกินด้วย
เจิ้งเยี่ยนหงบอกว่าลี่หรงเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีที่สุด เมื่อก่อนตอนอยู่โรงงาน เถ้าแก่คนเก่ายังไม่ยอมซื้อพัดลมให้พวกเธอเลย
ยิ่งไม่ต้องฝันว่าจะได้กินไอศกรีม
ลี่หรงฟังแล้วยิ้ม ไม่ได้กล่าวอะไร หญิงสาวคุยกับพวกเธอได้ไม่กี่คำ ก็มีคนมาหาที่หน้าบ้าน
เป็นคนที่ลี่หรงนึกไม่ถึง
“เฉาเหลียงอวี้?”
เฉาเหลียงอวี้ยิ้มอย่างเขินอาย “รุ่นพี่ลี่หรง ขออนุญาตรบกวนหน่อยได้ไหมคะ?”
ก่อนหน้านี้ที่โรงแรมหวงเหอ เฉาเหลียงอวี้ถามที่อยู่ของลี่หรง แต่ว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่มาเธอจึงดูเกร็ง ๆ ไปบ้าง
พระอาทิตย์เคลื่อนไปทางทิศตะวันตกแล้ว โต๊ะเล็กในลานโล่งร่มรื่น
ลี่หรงเชิญให้เฉาเหลียงอวี้นั่ง แล้วถามเธอว่า “ไม่เป็นไร ว่าแต่เธอมาที่นี่ มีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยเหรอ?”
เฉาเหลียงอวี้ถือผ้าห่อสีน้ำเงินเข้มอยู่ในมือ ซึ่งเป็นแบบที่นักเรียนสมัยนี้ชอบใช้ใส่หนังสือ
เธอมองลี่หรงแล้วยิ้มบาง ๆ “ฉันมีเรื่องอยากให้รุ่นพี่ช่วยหน่อยน่ะค่ะ”
“บอกมาก่อน ฉันจะดูว่าช่วยได้หรือเปล่า”
“คือ… ฉันเขียนแบบชุดเสื้อผ้าไว้ชุดหนึ่ง รุ่นพี่ช่วยฉันดูหน่อยได้ไหมคะ? ฉันรู้สึกว่ามีบางจุดที่ต้องแก้ไข แต่ฉันคิดไม่ออก เลยอยากให้รุ่นพี่ช่วยดูให้ค่ะ”
งานที่เราทำเองมักจะมองไม่ออกว่ามีปัญหาอะไร เหมือนตอนทำโจทย์ปัญหา ถ้าไม่ลองตรวจย้อนหลังก็ยากที่จะตรวจสอบความถูกต้อง
น่าเสียดายที่สิ่งนี้เป็นแบบเสื้อผ้า ไม่มีวิธีไล่กลับเพื่อคำนวณ
เฉาเหลียงอวี้เลยคิดว่าลองไปถามคนอื่นดูดีกว่า เธอไม่ได้รีบไปหาอาจารย์ แต่มาหาลี่หรงแทน
โชคดีที่ลี่หรงไม่ถามว่าทำไมเธอถึงไม่ไปถามอาจารย์
“ฉันไม่รับรองว่าจะให้คำแนะนำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ แต่ถ้าเธอเชื่อใจ ฉันจะช่วยดูให้ก็ได้”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ!” เฉาเหลียงอวี้หยิบสมุดวาดภาพออกจากกระเป๋าตัวเองแล้วเปิดให้ลี่หรงดู “ชุดนี้ค่ะ ช่วยดูให้หน่อยสิคะ”
เมื่อมองเผิน ๆ แบบร่างนั้นดูไม่มีปัญหาอะไร อาจจะเห็นได้ว่าเฉาเหลียงอวี้มีพรสวรรค์ด้านการออกแบบอยู่บ้าง
ลี่หรงเหลือบมองเฉาเหลียงอวี้ ไม่น่าแปลกใจที่เธอจะไม่สนใจลี่หรงในตอนแรก เพราะถ้าอยากโน้มน้าวใจคนที่มีพรสวรรค์แบบเฉาเหลียงอวี้ ลี่หรงต้องแสดงความสามารถให้เธอเห็นเสียก่อน
สุดท้ายลี่หรงก็ใช้การออกแบบของตัวเองในการแข่งขันจนเป็นที่โดดเด่น ทำให้เฉาเหลียงอวี้ยอมรับนับถือ
เสื้อผ้าของเฉาเหลียงอวี้มองเผิน ๆ ก็ดูไม่มีปัญหา แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่ามีจุดบกพร่องมากมายในแบบร่างที่ควรปรับปรุง
ลี่หรงดูอย่างจริงจัง โดยไม่สนใจเลยว่าเฉาเหลียงอวี้กำลังจ้องมองเธออยู่
ด้วยแขกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงบวกกับความชอบส่วนตัวของลี่หรง เธอจึงใช้ชาดอกไม้ในการต้อนรับแขกเสมอ
เฉาเหลียงอวี้รออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยกชาดอกไม้บนโต๊ะขึ้นดื่ม เธอแค่คิดว่าหาอะไรให้มือเล็ก ๆ จับ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น แต่พอได้ดื่มก็ชื่นชอบอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
จิบแล้วจิบอีกจนกระทั่งหมดกา เธอเงยหน้าขึ้นเห็นลี่หรงกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้ม
เฉาเหลียงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตั้งสติได้ว่าอีกฝ่ายคงมองเธอดื่มชามาตลอด จึงรู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที เธอรีบหลุบตาลงแล้วรอฟังความคิดเห็นของลี่หรง “รุ่นพี่ แบบร่างฉันมีปัญหาตรงไหนบ้าง
เหรอคะ?”
“มีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่นะ มีดินสอไหม?”
“มีค่ะ” เฉาเหลียงอวี้หยิบดินสอจากกระเป๋าให้ลี่หรง
“ฉันจะวาดรูปลงไปนะ?” ลี่หรงกล่าว ซึ่งเฉาเหลียงอวี้ก็พยักหน้าตอบ
หลังจากพูดคุยปัญหาทั้งหมดแล้ว เฉาเหลียงอวี้เหมือนเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง “ถึงว่าฉันรู้สึกแปลก ๆ อยู่เรื่อยเลย แต่อีกใจก็คิดว่าดูเข้ากันดี แล้วฉันต้องแก้ยังไงคะ?”
ลี่หรงมองเฉาเหลียงอวี้แล้วยิ้มมุมปาก ถามกลับไปว่า “เธอคิดว่ายังไงล่ะ?”
เฉาเหลียงอวี้เพิ่งรู้สึกว่าที่ตัวเองถามไปแบบนั้นมันไม่ค่อยเหมาะสมนัก
เหมือนกับว่าคุณทำโจทย์ผิด แล้วบอกให้ครูเฉลย แต่คุณกลับไม่คิดจะแก้โจทย์ด้วยตัวเองก่อน เฉาเหลียงอวี้อายหน้าแดง ไม่รู้จะพูดอะไร ลี่หรงจึงถามเธอว่า “หลังจากนี้เธอมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีค่ะ”
ลี่หรงลุกขึ้น “ถ้าเกิดไม่มี เธอก็มาช่วยฉันบ้างแล้วกัน เมื่อครู่ฉันช่วยเธอไปแล้วนี่”
เฉาเหลียงอวี้เดินตามลี่หรงเข้าไปในห้องตะวันออก พอเห็นของตกแต่งภายในห้อง เฉาเหลียงอวี้พลันเบิกตากว้าง “โอ้โห! ร้านของรุ่นพี่เองเหรอคะ? ตอนอยู่ข้างนอกฉันไม่ได้สังเกตเลย”
ในห้องมีคนอยู่สองสามคนกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่
เฉาเหลียงอวี้อดใจไม่ไหว เดินเข้าไปดูแล้วรู้สึกแปลกใจ “รุ่นพี่ลี่หรง ชุด ‘คุณนายโบตั๋น’ ของรุ่นพี่ก็ปักแบบนี้เหรอคะ?”
ลี่หรงพยักหน้าหยิบแบบชุดที่ลูกค้าสั่งมาให้เฉาเหลียงอวี้ดู “นี่คือชุดที่ฉันจะทำ แบบวาดเสร็จแล้ว ขนาดผ้าวางอยู่ตรงนี้ เธอมาช่วยฉันตัดผ้าหน่อยแล้วกัน”