ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 267 การลอกเลียนแบบ
บทที่ 267 การลอกเลียนแบบ
สีหน้าของเจิ้งซื่อเผิงแข็งค้าง หลี่ฮุยรู้ว่าตัวเองควบคุมเขาได้แล้ว ปกติเจิ้งซื่อเผิงมักจะอาศัยความสัมพันธ์ที่มีพี่ชายเป็นเจ้าของกิจการโอ้อวดด้วยการเลี้ยงข้าวเพื่อน ๆ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ใช่เงินของเขาอย่างแน่นอน เงินที่ได้มาคงเกี่ยวกับงานที่เขาทำ
ปกติแล้วหลี่ฮุยจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะตอนที่เจิ้งซื่อเผิงใช้เงิน เขาก็ได้กินได้ดื่มด้วย คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไปบอกความลับ
“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ” เจิ้งซื่อเผิงโบกมือ “นายรีบพาคนออกไปเดี๋ยวนี้ หลี่ฮุย นายอย่าลืมว่าเราสนิทกันแค่ไหน อย่ามาทำร้ายฉัน!”
หลี่ฮุยหัวเราะเยาะ “เราสนิทกัน ฉันกับนายเป็นเพื่อนกัน นายให้ฉันยืมเงินหน่อยก็ได้มั้ง”
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้ยืมนะ แต่ฉันไม่มีจริง ๆ!”
“เขาไม่มีจริง ๆ ครับ” จ้าวชิงซงพูดกับหลี่ฮุย “เมื่อวานนี้เขายังให้เพื่อนคนหนึ่งยืมเงิน บอกว่าเพื่อนไม่สบายต้องรีบไปโรงพยาบาล”
“ให้ยืมบ้าอะไร!” หลี่ฮุยไม่ได้สนใจว่าจ้าวชิงซงเป็นใคร พอได้ยินดังนั้นก็โต้แย้งทันที เจิ้งซื่อเผิงก็ไม่ยอมช่วยเหลือเขา เขารู้สึกโกรธมาก ชี้ไปที่หน้าของเจิ้งซื่อเผิงแล้วตะโกน “เจิ้งซื่อเผิง นายมันเป็นแค่ไอ้ลูกหมาจริง ๆ เห็นคนกำลังจะตายไม่ช่วยเหลือ แถมยังพูดว่าเอาเงินให้เพื่อนยืมเพื่อไปโรงพยาบาล! ไร้สาระ! ที่จริงมันเอาไปเล่นพนันหมดแล้วต่างหากล่ะ! ฮ่าฮ่า! แล้วมันก็แพ้พนันจนหมด! ฉันเห็นนะว่านายรีบวิ่งหนีหางจุกตูดออกจากที่นั่น!”
จ้าวชิงซงหัวเราะออกมาทันที พลางเหลือบมองซ่งเซียนผิงแล้วพูดว่า “ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ อ้อ ผมว่าเขาอาจจะไม่เหมาะกับการขับรถไถแล้วละ เพราะบางครั้งก็ต้องไปเก็บเงินค่าสินค้า ใครจะรู้ว่าครั้งถัดไปเขาจะทำหายหรือเอาไปให้ใครยืมอีก”
คำพูดของจ้าวชิงซงทำให้เจิ้งซื่อเผิงโกรธจนกระโดดตัวขึ้น “พี่จ้าว! ไม่ใช่แบบนั้น เรื่องนี้ผมผิดเอง พี่ช่วยให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ”
เจิ้งซื่อเผิงไม่โง่ คำพูดของจ้าวชิงซงอาจจะไม่ได้จริงจัง แต่ซ่งเซียนผิง พี่ชายของเขาต้องทำตามแน่ หากเขาพูดแบบนี้ การจะทำงานในฟาร์มสุกรของเจิ้งซื่อเผิงก็คงอยู่ไม่รอด ถึงแม้ว่าจะอยู่ได้ แต่ก็ต้องยกงานขับรถไถให้คนอื่นทำอยู่ดี!
เขาไม่ยอมเด็ดขาด!
การได้ขับรถไถมันเท่แค่ไหน!
ในวันที่มีการตั้งตลาด เขาก็สามารถพาลูกสาวชาวบ้านไปเที่ยวได้ ถ้าขับรถไปตามทางแล้วมีคนมองมาด้วยสายตาอิจฉาก็ไม่ต้องพูดถึง!
หวังฉยงก็ไม่พอใจเช่นกัน “คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย! หลานชายอย่าไปฟังเขาเลย! หลานก็รู้ดีว่าซื่อเผิงเป็นยังไง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องแท้ ๆ ของเธอ อย่าไปสนใจคำพูดของคนนอกเลย…”
ซ่งเซียนผิงพยายามกลั้นความโกรธเอาไว้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามกดดันเขา จึงตะโกนออกมาว่า “พอได้แล้ว!”
หวังฉยงตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก็รีบวางท่าทางเป็นผู้ใหญ่ และต้องการพูดคุยดี ๆ กับซ่งเซียนผิง “หลานชาย…”
จ้าวชิงซงถอนหายใจและลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินออกไป
เขาไม่อยากสนใจเรื่องพวกนี้อีกแล้ว
แต่คำพูดสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้นั้นมีความหมายที่ชัดเจน
ซ่งเซียนผิงต้องจัดการชำระค่าหมูด้วยตัวเอง และเจิ้งซื่อเผิงก็ไม่สามารถขับรถไถในฟาร์มสุกรได้อีกต่อไป สำหรับปัญหาของหลี่ฮุยนั้น จ้าวชิงซงไม่ได้ใส่ใจ
วันต่อมาจ้าวชิงซงก็พาซ่งเสี่ยวซานมาที่ฟาร์มสุกร
ซ่งเซียนผิงสับสนเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าจ้าวชิงซงจะพาซ่งเสี่ยวซานกลับมา ใบหน้าของเขาดูไม่พอใจเล็กน้อย “เขา ซ่งเสี่ยวซานขับรถไถไม่ได้”
“ผมรู้แล้ว” จ้าวชิงซงตอบ
เมื่อวานนี้ซ่งเสี่ยวซานไปส่งของในเมือง เขาเห็นเจิ้งซื่อเผิงแยกทางกับเพื่อนหน้าบ่อนการพนัน เจิ้งซื่อเผิงดูหน้าเศร้า เห็นแล้วก็รู้แน่นอนว่าเขาต้องแพ้
ทันใดนั้นเพื่อนของเจิ้งซื่อเผิงก็เดินผ่านเขาไป ซ่งเสี่ยวซานได้ยินพวกเขาพูดคุยอย่างหงุดหงิดว่า เจิ้งซื่อเผิงเอาเงินจากไหนมาใช้จ่าย และพวกเขาก็พูดถึงฟาร์มสุกร…
ซ่งเสี่ยวซานนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เขาลาออกจากฟาร์มสุกร คนงานเก่าที่สนิทกับเขาก็มาบ่นเกี่ยวกับเจิ้งซื่อเผิงกับเขา พูดถึงเรื่องเงินค่าหมูและบัญชีที่มีเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ่อย ๆ
เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฟาร์มสุกร ซ่งเสี่ยวซานจึงวิ่งไปบอกจ้าวชิงซง แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ที่ฟาร์มสุกรแล้วก็ตาม
จากนั้นจ้าวชิงซงก็ไปที่ฟาร์มสุกรและพบกับเจิ้งซื่อเผิงที่กำลังให้เงินกับซ่งเซียนผิง
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ซ่งเสี่ยวซานก็ไม่คิดว่าจ้าวชิงซงจะพาเขากลับมาทำงานที่ฟาร์มสุกรด้วย ระหว่างทางเขายังรู้สึกงุนงง ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าซ่งเซียนผิงแล้ว ซ่งเสี่ยวซานรู้ดีว่าเขาเป็นตัวแทนหน้าตาของจ้าวชิงซง
เมื่อไม่นานมานี้ซ่งเสี่ยวซานฟังที่จ้าวชิงซงพูด เขาจึงรีบไปเรียนขับรถไถและทันทีที่เรียนจบไม่นานก็กลับมาแล้ว
การเชื่อคำพูดจ้าวชิงซงไม่เสียหายจริง ๆ!
หวังฉยงไม่ยอมจ่ายเงิน ซ่งเซียนผิงก็เลยต้องควักเงินจ่ายหนี้แทน ซึ่งมันเป็นเงินหลายร้อยหยวน สุดท้ายเขาจึงบังคับให้เจิ้งซื่อเผิงเขียนใบยืมหนี้ ถ้าหากใช้คืนไม่ได้ เขาก็จะเอาใบยืมหนี้ไปแจ้งตำรวจ!
นอกจากนี้เจิ้งซื่อเผิงก็ขับรถไถไม่ได้แล้ว ซ่งเซียนผิงให้เขาเขียนใบยืมหนี้ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติหวังฉยง ความสัมพันธ์ฉันญาติแบบนี้ หากจะรักษามันต่อไปคงจะยาก
ซ่งเซียนผิงปวดหัวจะแย่ จ้าวชิงซงก็พาซ่งเสี่ยวซานกลับมาอีก ซ่งเซียนผิงไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่ให้ซ่งเสี่ยวซานอยู่ต่อ
ณ เมืองหลวง
เฉาเหลียงอวี้ถูกกล่าวหาว่าลอกการบ้าน
การลอกเลียนแบบในงานสร้างสรรค์เป็นเรื่องร้ายแรง!
ชิ้นงานที่ถูกลอกเลียนแบบเป็นงานออกแบบของหวังอ้ายเจิน!
อาจารย์อาน่าเรียกทั้งสองมาที่ห้องทำงาน “งานของพวกเธอสองคน มีส่วนที่คล้ายกันเยอะเกินไป ใครกันแน่ที่ลอกผลงานของคนอื่น ฉันพูดหลายครั้งแล้วว่าการออกแบบงานของเรา ขอให้เขียนไม่ออกดีกว่าไปเลียนแบบความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่น”
เฉาเหลียงอวี้ตกใจ “ฉันไม่ได้ลอกนะคะ ฉันจะไปลอกทำไมล่ะคะ?”
“ฉันก็ไม่ได้ลอกเหมือนกัน!” หวังอ้ายเจินสาบานหนักแน่นอยู่ข้าง ๆ
“ถึงจะลอกจริง ๆ ก็ต้องเป็นเฉาเหลียงอวี้ที่ลอกฉันสิ ก่อนหน้านี้เธอก็นิสัยไม่ดีอยู่แล้ว เอาแบบร่างการออกแบบของพี่ลี่หรงไปซ่อนแล้วก็ทำลายมัน!”
“นี่เธอ!” เรื่องนี้ถูกนำออกมาพูด เฉาเหลียงอวี้ทั้งอับอายทั้งโกรธ “ตอนนั้นไม่ใช่พวกเธอที่ยุฉันหรอกรึไง!?”
“โง่เองจะโทษใครได้!” หวังอ้ายเจินกลอกตาแล้วยังเบ้ปากใส่
“พอได้แล้ว! เรื่องในอดีตอย่าเอามาพูดเลย” อาจารย์อาน่าวางผลงานของทั้งสองคนบนโต๊ะ
“ดูสิ ผลงานพวกเราแตกต่างกันมากเลยนะ” หวังอ้ายเจินมองผ่านไป ดวงตาเปลี่ยนไป แล้วพูดอย่างรวดเร็ว “ผลงานเราอาจดูคล้าย แต่จริง ๆ แล้วแตกต่างกันมาก อาจเป็นเพราะเราเรียนจากอาจารย์คนเดียวกัน ผลงานเลยมีส่วนที่เหมือนกันบ้าง”
อาน่าส่ายหัว เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “อาจารย์คนเดียวกันไม่มีผิด แต่พวกเธอคือคนละคนกัน มีความคิดของตัวเอง ผลงานจะเหมือนกันขนาดนี้ได้ยังไง”
เฉาเหลียงอวี้ดูแบบของหวังอ้ายเจินให้ชัด สายตาก็เบิกกว้าง ร้องออกมา “นี่มัน..แบบที่ฉันวาดไม่ใช่เหรอ?”
อาน่ามองเฉาเหลียงอวี้ด้วยความสงสัย เฉาเหลียงอวี้หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะชี้ไปที่แบบของหวังอ้ายเจิน “นี่คือแบบที่ฉันตั้งใจจะส่งตอนแรกค่ะ…”
หวังอ้ายเจินมีท่าทางตกใจเล็กน้อย เธอพูดว่า “แต่เธอก็ไม่ได้ส่ง ใครจะพูดอะไรก็ได้ ฉันยังจะบอกว่าเธอลอกงานฉันอยู่ดี เพราะแบบของเธอเป็นแบบที่ฉันวาดแล้วเธอก็เอาไปดัดแปลง เธออาจจะเอาแบบที่ฉันเขียนไว้ไปแล้วดัดแปลงก็ได้”
เฉาเหลียงอวี้มั่นใจมากว่าอีกฝ่ายลอกแบบของเธอ แต่เธอก็ไม่รู้จะพิสูจน์ยังไง เธอเครียดจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้น “อาจารย์คะ ฉันมีหลักฐานว่านี่คือแบบที่ฉันวาดขึ้นมาตั้งแต่แรก!”