ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 274 ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นังแม่มด!
บทที่ 274 ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นังแม่มด!
เมื่อลี่หรงมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้ง คุณยายโม่ก็เข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว
หลี่เสี่ยวอ้ายเห็นลี่หรงราวกับเห็นที่พึ่งทางใจ เธอเดินเข้ามาเรียก “พี่ลี่หรง”
“ขอโทษที่มาช้านะ รถติดนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ” หลี่เสี่ยวอ้ายยังนึกว่าลี่หรงจะลืมและไม่มาเสียแล้ว
ทั้งคู่รออยู่ด้านนอกจนกระทั่งการผ่าตัดเสร็จสิ้น หมอบอกว่าการผ่าตัดเป็นไปได้อย่างราบรื่น หลี่เสี่ยวอ้ายจึงคลายมือที่จับลี่หรงไว้ ใจที่หนักอึ้งพลันหายไป
หลังผ่าตัดต้องพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน คุณยายโม่ไม่ได้ป่วยหนักถึงขั้นต้องรักษาในห้องฉุกเฉิน หลังจากผ่าตัดเสร็จจึงย้ายไปที่ห้องผู้ป่วยรวมได้
สมัยนั้นโรงพยาบาลไม่สะดวกสบายนัก แต่ยังดีที่อยู่ในเมืองหลวง ห้องผู้ป่วยเป็นห้องรวมสี่เตียง นอกจากคุณยายโม่แล้วก็มีคนไข้พักอยู่เพียงสองคน
คุณยายโม่ยังไม่ฟื้นจากยาสลบ และยังให้น้ำเกลืออยู่ ลี่หรงในฐานะผู้ใหญ่จึงใคร่ครวญอยู่หลายเรื่อง พลางบอกให้หลี่เสี่ยวอ้ายออกไปซื้อข้าวและผลไม้กลับมา โดยเฉพาะกล้วย เพราะทานง่ายจึงเหมาะกับคุณยายโม่
“สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว” คุณยายโม่บ่นเมื่อตื่นขึ้นมาเห็น
ลี่หรงยิ้ม “ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ถือเป็นความตั้งใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
หลังผ่าตัดเสร็จลี่หรงก็ให้หลี่เสี่ยวอ้ายเฝ้าคุณยายโม่อยู่ที่โรงพยาบาลไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากแล้ว เพราะยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อยู่
หลังจากคุณยายโม่พักผ่อนแล้วลี่หรงจึงกลับไป
ช่วงปิดเทอมลี่หรงรับงานเยอะ โดยส่วนใหญ่เป็นงานตัดชุดกระโปรง สองถึงสามวันมานี้คุณยายโม่กับหลี่เสี่ยวอ้ายไม่อยู่ ลี่หรงจึงไม่อยากออกไปไหนนาน ๆ พอกลับถึงบ้านเธอก็เริ่มทำงานทันที
คุณยายโม่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณแปดเก้าวัน หมอจึงให้กลับบ้านได้
หลี่เสี่ยวอ้ายไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลหนึ่งร้อยหกสิบกว่าหยวน รวมกับค่าผ่าตัดที่จ่ายไปแล้วหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน รวมแล้วเป็นเงินสามร้อยกว่าหยวน
เมื่อกลับถึงบ้านหลี่เสี่ยวอ้ายก็ต้มน้ำร้อนมาเช็ดตัวให้คุณยายโม่
หลี่เสี่ยวอ้ายเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก พลางถอนหายใจ “ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน”
“ใช่แล้ว” คุณยายโม่มองไปที่หลี่เสี่ยวอ้าย “เงินที่เก็บไว้คงหมดแล้วใช่ไหม? มือของยายคงจับเข็มไม่ได้อีกแล้ว ยายขอโทษนะที่เอาค่าเทอมของหลานมาใช้หมด”
หลี่เสี่ยวอ้ายกลั้นน้ำตา “คุณยายพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ เงินหาใหม่ได้ พี่ลี่หรงบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ส่วนเรื่องเรียน ถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่เป็นไร หนูยังทำงานกับพี่ลี่หรงได้”
หลี่เสี่ยวอ้ายเล่าเรื่องนี้ให้ลี่หรงฟัง
ปีนี้คุณยายโม่เข้าโรงพยาบาลทั้งหมดสองครั้ง ครั้งหนึ่งคือตอนที่ถูกหลี่กวงเหลียงไล่ออกมาจนเป็นลม และตอนนี้เป็นครั้งที่สอง ลี่หรงเดาได้ว่าเงินที่บ้านของหลี่เสี่ยวอ้ายคงจะไม่พอแล้ว
แต่สำหรับทางเลือกของหลี่เสี่ยวอ้าย ลี่หรงกลับไม่เห็นด้วย “ถึงยังไงเธอก็ต้องเรียน ช่วงปิดเทอมให้ทำงานที่นี่ไปก่อน พอเปิดเทอมแล้ว ฉันจะให้เงินกับเธอเดือนละสิบหยวน”
หลี่เสี่ยวอ้ายหน้าตาตื่นเต้น อยากจะปฏิเสธ แต่ลี่หรงก็ดักคอเอาไว้ “ฉันไม่ได้ให้เปล่าหรอก แต่จะให้เธอยืมไปเรียน พอเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอค่อยทำงานใช้หนี้ฉันก็ได้”
พอพูดมาถึงตรงนี้ หลี่เสี่ยวอ้ายจึงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้าอย่างว่าง่าย
ตอนที่คุณยายโม่เข้าโรงพยาบาลต่อ ลี่หรงก็ไม่ได้ไปเยี่ยมอีกเลย เพราะไม่มีเวลาจริง ๆ ช่วงนี้คนปักผ้าหายไปสองคน เมื่อลี่หรงเขียนแบบชุดเสร็จแล้วต้องหยิบเข็มปักทันที เรียกว่ายุ่งจนตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว
พอหลี่เสี่ยวอ้ายกลับมาทำงานแล้ว ลี่หรงเลยได้มีโอกาสถามอาการของคุณยายโม่
พอรู้ว่าคุณยายโม่ไม่สามารถจับเข็มได้อีกแล้ว ลี่หรงพลันรู้สึกเสียดาย แล้วนึกปวดหัวกับชุดที่ลูกค้าสั่งไว้กับทางร้าน
เสื้อผ้าในช่วงฤดูร้อนต้องใช้งานปักเยอะที่สุด ในเมื่อคุณยายโม่ไม่สามารถทำงานต่อได้แล้ว ลี่หรงเลยต้องหาช่างปักใหม่
โรงงานของลี่สวนจือเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม เมื่อลี่หรงรู้ข่าวดีนี้ เธอจึงโทรไปหาลี่สวนจือ
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบใจเธอมากเลยนะเสี่ยวหรง ถ้ามีเวลาก็แวะมากินข้าวที่บ้านพี่ได้”
“ไว้คราวหน้านะคะ ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ช่วงหน้าร้อนลูกค้าสั่งตัดชุดเยอะ ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าจะพาอันอันไปเที่ยวก็ยังไม่มีเวลาเลย”
ช่วงปิดเทอมคนที่มาบ้านล้อมลานบ่อยที่สุดยังคงเป็นหรานชิงชิง เธอบอกว่าพวกกลุ่มพี่ ๆ นัดไปเที่ยวกันทั้งวันมันน่าเบื่อ และเสี่ยวเป่าก็อยากมาด้วย เธอจึงมักจะมาที่บ้านล้อมลาน บ่อย ๆ
ลี่หรงกำลังวุ่นอยู่จึงไม่ค่อยไม่มีเวลาสนใจ จนกระทั่งหาช่างปักใหม่ได้สามคน ลี่หรงจึงมีเวลาพักผ่อนของตัวเองบ้าง
หรานชิงชิงเห็นลี่หรงมีเวลาว่าง จึงเสนอว่า “เราไปปีนเขากันไหม? ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยนะ”
ลี่หรงกรอกตา “ฉันไม่ไปหรอกค่ะ แค่นี้ฉันก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไปปีนเขาอีกคงจะไม่ไหว”
“อันอัน อยากไปเที่ยวข้างนอกไหมจ๊ะ?” หรานชิงชิงกะพริบตาให้กับอันอัน
ช่วงปิดเทอมนี้อันอันยังไม่ได้ไปไหนเลย บางครั้งก็ตามพ่อจ้าวไปที่ร้านผลไม้ จึงมีลุงหยวนที่คอยเล่นกับเด็กน้อย บางครั้งเสี่ยวเป่าก็มาหาที่บ้าน พอได้ยินว่าจะได้ออกไปข้างนอก เขาคงอยากไปแน่ ๆ
แต่ลี่หรงเหนื่อยมาก ซึ่งอันอันก็สังเกตเห็นท่าทางของผู้เป็นแม่ เขาเลยอดทน และบอกว่าไม่อยากไป แต่สุดท้ายลี่หรงจึงพูดว่า “ไปพิพิธภัณฑ์กันเถอะ”
พิพิธภัณฑ์ในเมืองหลวงเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปีพันเก้าร้อยแปดสิบเอ็ด ลี่หรงชอบพวกของโบราณหรือของที่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์มาก
แถมพาเด็ก ๆ ออกไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แบบนี้ ถือว่าได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปด้วย ส่วนเรื่องปีนเขาก็รอให้จ้าวชิงซงมาก่อน แล้วค่อยไปก็ได้
เด็ก ๆ ตาเป็นประกาย พูดพร้อมกันว่า “เยี่ยมเลยครับ!”
ตอนที่อยู่ในโรงเรียนอนุบาล คุณครูเคยพูดถึงพิพิธภัณฑ์ พวกเขาได้ยินแบบนั้นก็อยากไป ดีที่วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปสักที
ซึ่งหรานชิงชิงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการไปพิพิธภัณฑ์
ลี่หรงชอบไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมีเด็ก ๆ สองคนติดสอยห้อยตามไปด้วย เธอก็พาเที่ยวชมได้อย่างคล่องแคล่ว แม้ว่าที่นี่จะไม่เหมือนกับที่เธอเคยไปเที่ยวในชาติก่อน
สองหนูน้อยฟังลี่หรงเล่าเรื่องจนเพลิน แม้ว่าหรานชิงชิงจะฟังไม่รู้เรื่องก็ยังนั่งฟังอยู่ด้วย
แต่จู่ ๆ อันอันก็โดนชนจนล้มลงไปกองกับพื้น
ลี่หรงตกใจมาก “อันอัน!”
“เหวอ… แม่จ๋า!” อันอันยังเป็นเด็ก เจ็บปวดอะไรก็ร้องหาแต่แม่
ลี่หรงรีบอุ้มอันอันขึ้นมาแล้วดูว่าเขาว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหน เจ้าตัวเล็กคางฟาดลงไปกับพื้นจนแดง เจ้าตัวเล็กน้ำตาไหลร้องว่าเจ็บ
แม้คางจะไม่ได้เป็นแผล แต่ก็เป็นรอยแดง
ลี่หรงให้เขาอ้าปากดู ด้านในมีฟันซี่หนึ่งที่โยก ฟันน้ำนมของเจ้าตัวเล็กจะต้องหลุดอยู่แล้ว จึงไม่ใชปัญหา พอแน่ใจว่าไม่มีบาดแผลอื่น ลี่หรงจึงหันไปดูตัวการ
เด็กชายสองคนวิ่งไล่กันอยู่ข้างใน ตอนที่ลี่หรงไปดูอันอัน หรานชิงชิงก็รวบเด็กชายสองคนนั้นได้แล้ว
“เจ้าหนูตัวแสบ ตอนเข้ามาไม่ได้มองทางหรือยังไง?” หรานชิงชิงเห็นอันอันโดนชนล้มลงไปจึงโมโหไม่น้อย และพวกเขาก็เกือบจะชนเสี่ยวเป่าไปด้วยแล้ว
ลี่หรง จ้องมองเด็กชายสองคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เป็นเด็กชายอายุไล่เลี่ยกับอันอัน ไม่รู้ว่าผู้ปกครองอยู่ที่ไหน
เธอจ้องเด็กชายสองคน “ขอโทษพวกเราเดี๋ยวนี้”
“ทำไมต้องให้เราขอโทษด้วย พวกเราตะโกนบอกให้หลบแล้วนะ เขาก็ไม่หลบเองนี่!” หนึ่งในเด็กชายที่หรานชิงชิงจับตัวไว้ดิ้นขลุกขลัก แต่ก็ดิ้นไม่หลุด เงยหน้าเถียงลี่หรงดังลั่น
พอพูดจบก็ตบมือหรานชิงชิงแรงๆ “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นังแม่มดชั่ว!”