ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 277 การเก็บเกี่ยวลูกแพร์
บทที่ 277 การเก็บเกี่ยวลูกแพร์
ในเดือนกันยายน ลูกแพร์ของจ้าวชิงซงก็พร้อมเก็บเกี่ยว
เขาปลูกเพียงสายพันธุ์เดียวคือลูกแพร์หิมะ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เขาสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มปลูก ดินที่หมู่บ้านต้าเจียงเหมาะสำหรับปลูกเฉพาะสายพันธุ์นี้ และลูกแพร์หิมะยังไม่ใช่สิ่งที่เขาปลูกเพียงคนเดียว
มีผู้คนปลูกกันตั้งแต่ช่วงที่มีการเปิดประเทศ และแบ่งที่ดินให้กับชาวบ้านแล้ว แต่ว่าอาจจะไม่ได้นิยมปลูกกันมากนัก
จ้าวชิงซงมีที่ดินกว้างขวาง สองแปลงสามส่วนคิดเป็นหกสิบไร่ แม้เขาไม่ได้ปลูกเต็มพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังมีต้นลูกแพร์ถึงห้าสิบไร่
มีผู้คนจำนวนมากเฝ้าจับตามองสวนลูกแพร์ของเขา ในปีนี้เป็นปีแรกที่ออกผล จึงได้รับความสนใจอย่างมาก
ผลผลิตที่ได้นั้นถือว่าดี แต่ไม่ได้สูงตามที่คาดการณ์ไว้ อาจเป็นเพราะเพิ่งจะเป็นการเก็บเกี่ยวในปีแรก
แต่ปริมาณผลผลิตในขณะนี้ยังถือว่าน่าพอใจมาก ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่เจริญ ลูกแพร์หิมะก็ให้ผลผลิตประมาณสองพันกว่าจินต่อไร่แล้ว
ซึ่งนี่เป็นการคำนวณของจ้าวชิงซงเอง
ผู้คนในหมู่บ้านต่างมองลูกแพร์ที่ถูกขนบรรทุกออกไปคันแล้วคันเล่า แทบไม่ต้องพูดถึงความอิจฉา ลูกแพร์เหล่านี้หากขายให้กับพ่อค้าคนกลางในราคาไม่กี่เหมาต่อจิน ก็เป็นจำนวนเงินที่พวกเขาไม่คาดฝันแล้ว!
ไม่รู้ว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋าของจ้าวชิงซงอีกเท่าไหร่กัน!
เกษตรกรบางคนที่ปลูกต้นลูกแพร์ไว้ไม่กี่ต้นก็ขายได้ในราคาสามเหมา นี่คือราคาที่พ่อค้ารับซื้อเข้ามาในเมือง
ผู้คนที่เคยทำงานให้กับจ้าวชิงซงในหมู่บ้านต่างคิดคำนวณในใจ หากจ้าวชิงซงได้สองพันห้าร้อยจินต่อไร่ เขามีลูกแพร์ทั้งหมดห้าสิบไร่ ขายให้กับพ่อค้ารับซื้อในราคาสามเหมาก็จะได้ประมาณสี่หมื่นกว่าหยวน!
สี่หมื่นหยวน!
คนพวกนั้นรู้สึกอิจฉา จึงมีคนเริ่มคิดหาวิธีปลูกต้นแพร์แล้ว!
หลังจากเก็บผลไม้เสร็จ จ้าวชิงซงยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ต่อให้ว่างจริงก็ไม่มีเวลามานั่งเดาความคิดของคนอื่น
ถ้าจ้าวชิงซงรู้ว่าคนอื่นคิดกับเขาแบบไหน เขาคงจะหัวเราะออกมาแล้ว!
จ้าวชิงซงใช้วิธีการขายส่งของติงลี่เหริน โดยทำหน้าที่เหมือนพ่อค้าคนกลาง จ้าวชิงซงจะได้รับเงินห้าสิบเหมาต่อหนึ่งจิน คอยวุ่นวายอยู่สองเดือน เมื่อถึงเวลาคิดบัญชี เขาก็จะได้เงินประมาณหกหมื่นกว่าหยวน
แต่เงินหกหมื่นหยวนนับว่าไม่เยอะ เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของแรงงาน วัสดุ และเวลาในช่วงสามปีแรกออกไป เขาก็เหลือเงินไม่ถึงสามหมื่นหยวนเท่านั้น
จากส่วนแบ่งที่จ้าวชิงหยางตกลงไว้ตอนแรก เขาก็แบ่งเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยหยวนให้กับจ้าวชิงหยาง
จ้าวชิงหยางมือสั่น นี่คือเงินจากการขายลูกแพร์จริง ๆ ใช่ไหม? เขาสามารถหาเงินได้มากขนาดนี้จริง ๆ เหรอ? เขามีเงินสี่หมื่นเลยใช่ไหม?
ข้างนอกมีข่าวลือกันว่าจ้าวชิงซงขายลูกแพร์ได้เงินสี่หมื่น
แม้แต่จ้าวชิงหยางเองก็ยังไม่เชื่อ เขาจะมีเงินมากขนาดนั้นได้ยังไง?
เมื่อจ้าวชิงหยางได้รับเงินด้วยตนเองแล้วพลันถอนหายใจ เขากลายเป็นเศรษฐีหมื่นหยวนแล้ว!
แต่อย่ามองเพียงเท่านั้น ขณะที่พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับร้านอาหารในอำเภอ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ครอบครัวของเขามีลูกชายสองคนที่ต้องศึกษาเล่าเรียนจึงไม่มีเงินเก็บมากนัก
เมื่อจ้าวชิงซงชวนปลูกต้นแพร์และร่วมลงทุน เขาก็เอาเงินทั้งหมดที่มีมาลงทุน หลังจากนั้นไม่กี่ปี ต้นแพร์ยังต้องมีการดูแล ใส่ปุ๋ย และจ้างแรงงาน เขานำเงินออกมาประมาณห้าหรือหกพันหยวน
นี่เป็นการขายผลผลิตในปีแรก แต่เขาสามารถแบ่งเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นหยวน!
จ้าวชิงหยางถามขึ้นอย่างกังวลใจ “นายหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกไปหรือยัง? ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ออกเงินมากนัก ส่วนใหญ่เป็นเงินของนายเอง นายไม่ควรจะยกเงินทั้งหมดให้ฉันนะ มันจะเป็นแบบนั้นไม่ได้!”
จ้าวชิงซงหัวเราะ “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พี่น้องกันต้องพูดกันตามตรง ผมไม่โกงพี่หรอกน่า และผมก็จะไม่โกงตัวเองด้วย ผมเองก็มีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงเหมือนกัน ผมไม่ยกเงินทั้งหมดให้พี่หรอก แต่ผมจะบอกความจริงบางอย่างให้พี่รู้ ลูกแพร์ที่ผมขายมันมากกว่าที่พวกเขาคิดสองเท่า เงินหนึ่งหมื่นที่พี่ได้รับ หักค่าใช้จ่ายตลอดหลายปี และสำรองค่าปุ๋ยและค่าแรงในปีหน้าไว้แล้ว และนี่คือบัญชี พี่ลองดูสิ”
“ฉันไม่ดูแล้ว ฉันเชื่อนาย อีกอย่าง ฉันดูบัญชีไม่เป็น แค่รู้ว่านายไม่โกงก็พอแล้ว”
จ้าวชิงซงยิ้ม จากนั้นเขายังสอนวิธีดูบัญชีให้จ้าวชิงหยางด้วย จากวิธีปลูกแพร์ จ้าวชิงซงที่เรียนรู้และเข้าใจอะไรมาก็คอยบอกเล่าให้จ้าวชิงหยางฟังเช่นกัน
“พี่ซง”
วันนี้ซ่งเสี่ยวซานมาหาจ้าวชิงซง
ตอนที่จ้าวชิงซงเอาผลไม้ออกไปขาย ต้องหาคนขนของ ซ่งเสี่ยวซานจึงมาช่วยเช่นกัน แน่นอนว่าเขาไม่ได้ขับรถไถของฟาร์มสุกร แต่ขับรถรถไถของจ้าวชิงซงเอง
จ้าวชิงซงเองก็ซื้อรถไถมาด้วยเหมือนกัน ปกติแล้วถ้าเวลาไม่รีบ จ้าวชิงซงก็จะขับเอง แม้เขาขี่จักรยานไม่เป็น แต่กับรถไถคันนี้ หากเขาขับช้า ๆ ก็ไม่มีปัญหา
จ้าวชิงซงซื้อมันมาเพื่อขนปุ๋ยเป็นหลัก ตอนที่เก็บเกี่ยวลูกแพร์หิมะ พอซ่งเสี่ยวซานทำงานของฟาร์มสุกรเสร็จก็มาช่วยจ้าวชิงซงด้วย
เมื่อเห็นลูกแพร์ที่จ้าวชิงซงปลูกไว้แล้วออกผลดีขนาดนี้ ซ่งเสี่ยวซานยังรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ตอนแรกไม่ได้ลงมือปลูกพร้อมกับจ้าวชิงซง
แต่ถ้าให้เลือกอีกครั้ง เขาคงไม่เลือกที่จะปลูกแพร์ เพราะว่าไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น
แต่ตอนนี้เขามีเงินติดตัวอยู่บ้าง และยังได้ยินข่าวลือเรื่องที่จ้าวชิงซงขายลูกแพร์ได้เงินสี่หมื่น
เขาจึงเริ่มสนใจ จัดการเตรียมของแล้วรีบมาหาจ้าวชิงซงทันที แน่นอนว่าไม่ได้มาเพื่อสอบถามกับจ้าวชิงซงโดยตรงว่าได้เงินสี่หมื่นจริงไหม?
แต่มาเพื่อขอให้จ้าวชิงซงพาเขาปลูกต้นแพร์ด้วย!
ต้นแพร์นี้จ้าวชิงซงปลูกมาหลายปีแล้ว แน่นอนว่าเขามีประสบการณ์มากมาย นอกจากนี้ซ่งเสี่ยวซานยังคงรู้สึกชื่นชมจ้าวชิงซงเป็นอย่างมาก
เขาหวังเพียงแค่ให้จ้าวชิงซงสอนให้เขาปลูกต้นแพร์
ทั้งยังมีคนอื่น ๆ พูดกันไม่น้อยว่าจะปลูกต้นลูกแพร์ และไม่ปฏิเสธที่จะเข้ามาหาจ้าวชิงซง แต่ถึงอย่างไร บางคนก็เก็บความรู้สึกเอาไว้ คิดว่าจ้าวชิงซงสามารถปลูกให้ดีได้ พวกเขาต้องปลูกได้เช่นกัน บางคนรู้สึกว่าไม่สนิทกับจ้าวชิงซงจึงไม่กล้าเดินมาถามถึงที่ แต่ซ่งเสี่ยวซานไม่เป็นอย่างนั้น เขาสนิทกับจ้าวชิงซง และไม่สนใจเรื่องอื่นจึงเดินมาถามถึงที่
“นายอยากปลูกต้นลูกแพร์เหมือนกันเหรอ?” จ้าวชิงซงฟังความตั้งใจของซ่งเสี่ยวซานจบจึงแปลกใจเล็กน้อย
ตามบุคลิกนิสัยของซ่งเสี่ยวซาน จ้าวชิงซงยังคิดว่าเขาจะเลือกแต่งานที่มั่นคง และสามารถได้เงินอย่างรวดเร็วมากกว่าเสียอีก
“การปลูกต้นแพร์ต้องอดทนรอ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ยังต้องทุ่มเงินลงไปเรื่อย ๆ นายคงรู้ดีว่าฉันเพิ่งจะเริ่มมีรายได้ปีนี้เอง” จ้าวชิงซงพูดแล้วหัวเราะออกมาทันที “นายคงได้ยินข่าวลือจากข้างนอกสินะ”
ซ่งเสี่ยวซานพยักหน้ารับ “แต่ไม่เพียงแค่เหตุผลนี้เท่านั้น พี่ซง ผมจะบอกให้ว่าผมไม่สามารถทำงานในฟาร์มสุกรได้ตลอดไป ในบ้านมีคนรอกินข้าวอยู่หลายปาก ผมคิดว่าควรพยายามหาเงิน แต่ทำงานให้คนอื่นเป็นลูกจ้างจะมีรายได้มากเท่าไหร่กัน ผมคิดไม่ตกมาตลอดว่าจะทำอะไรดี ภูเขาของบ้านที่แบ่งปันกันอยู่ก็ว่างเปล่า ถึงจะเล็กเพียงยี่สิบไร่ก็เถอะ”
เขาเงยหน้ามองจ้าวชิงซงแล้วพูดต่อ “ผมไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้ได้เหมือนกับพี่ ช่วยดูแลที่ดินแปลงเล็ก ๆ ก็พอ ผมตั้งใจจะปลูกแค่สิบไร่จะได้ไม่ต้องจ้างคนงาน ผมกับภรรยาช่วยกันสองคนก็พอแล้ว”
“ความคิดนี้ไม่เลว” จ้าวชิงซงมองซ่งเสี่ยวซานด้วยสายตาพึงพอใจ “ได้เลย ตั้งแต่เป็นพ่อคน ดูเหมือนนายจะรู้จักคิดมากขึ้นนะ”
“นั่นเป็นเพราะพี่คอยสอนผมอยู่ตลอดไงล่ะครับ!” ซ่งเสี่ยวซานพูดกับจ้าวชิงซงอย่างไม่รู้สึกเขินอาย
จ้าวชิงซงก็ชินแล้ว เขาพูดต่อไปว่า “ได้ ฉันจะช่วยนายปลูกต้นแพร์ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ รอให้ปีใหม่ผ่านพ้นไปก่อน ถึงเวลานั้นฉันจะพานายไปเลือกพันธุ์ต้นไม้”
จ้าวชิงซงให้สัญญา ซึ่งซ่งเสี่ยวซานก็ไม่ได้ถามอะไรมาก สรุปก็คือเขาจะทำตามจ้าวชิงซงทุกอย่าง หากจ้าวชิงซงบอกอะไร เขาก็ทำอย่างนั้น