ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 280 ครอบครัวของเหอซิ่งเข้าเมืองหลวง
บทที่ 280 ครอบครัวของเหอซิ่งเข้าเมืองหลวง
เมื่อจ้าวชิงซงไปหาจ้าวชิงหลิ่ว เขาบอกว่าครอบครัวของเขามีลูกสามคน จ้าวชิงหลิ่วรู้สึกว่าการไปเมืองหลวงนั้นจะยุ่งยากจึงไม่ไปด้วย
เหอฮวาอายุสิบห้าปีแล้ว อยู่ในช่วงวัยมัธยมต้น แม้ว่าหลายปีมานี้จะได้พบกับลี่หรงน้อยมาก แต่เธอก็รู้สึกประทับใจในตัวหญิงเป็นอย่างมาก
เธอถามจ้าวชิงซงว่า “ครอบครัวของลุงรองอยู่ที่เมืองหลวงหมดเลยเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว ป้าสะใภ้รองชวนทุกคนไปเมืองหลวงฉลองตรุษจีนด้วยกัน หนูอยากไปไหม?”
เหอฮวาเพิ่งได้ยินพ่อแม่ปฏิเสธไป เธอเลยส่ายหน้าช้า ๆ
จ้าวชิงซงลูบหัวเธอแล้วล้วงเอาอั่งเปาที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าให้เหอฮวา เถี่ยจู้ และเถี่ยตั้นเอ๋อร์คนละซอง “ลุงให้อั่งเปาพวกหนูไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน”
จ้าวชิงหลิ่วห้ามเขาไม่ได้ กลับเข้าบ้านไปห่ออั่งเปา บอกจ้าวชิงซงว่าฝากเอาไปให้อันอันด้วย แล้วปฏิเสธจ้าวชิงซงอย่างจริงจังว่า “นี่ของหลานฉัน นายอย่ามาปฏิเสธแทนเขา”
พอพูดเรื่องในครอบครัวเสร็จ หลี่ต้าไห่ก็มีเรื่องจะพูดกับจ้าวชิงซงด้วย
ตั้งแต่แยกบ้านกันเมื่อหลายปีก่อน ภายใต้ความพยายามของหลี่ต้าไห่และจ้าวชิงหลิ่ว ชีวิตพวกเขาจึงค่อย ๆ ดีขึ้น ที่บ้านยังเลี้ยงไก่ไว้หลายตัวและเลี้ยงหมูไว้สองตัว
หมูได้จากความช่วยเหลือของจ้าวชิงซง จึงซื้อลูกสุกรจากฟาร์มปศุสัตว์ได้ราคาถูกกว่าและมีคุณภาพดีกว่าที่อื่น
ในยุคนี้การเลี้ยงหมูไว้สองตัวถือว่าหาได้ยาก
คนส่วนใหญ่ปลูกข้าวเพื่อไว้กินเอง แม้ว่าจะมีของเหลือให้หมูกิน แต่การเลี้ยงหมูสักตัวก็ถือว่ามากแล้ว
ก่อนตรุษจีนหลี่ต้าไห่ขายหมูได้ เมื่อรวมกับเงินที่เก็บมาหลายปีแล้ว ในมือก็มีเงินอยู่ราวสองถึงสามพันหยวน
เขาเห็นว่าจ้าวชิงซงปลูกต้นลูกแพร์แล้วประสบความสำเร็จ เขาก็คิดเรื่องนี้มาตลอด
วันนี้ที่จ้าวชิงซงมาหา เขาคิดอยู่นานแล้วจึงได้พูดออกมา
จ้าวชิงซงรับปากทันที ซ่งเสี่ยวซานเขายังเต็มใจสอน หลี่ต้าไห่เป็นพี่เขยของเขา หากหลี่ต้าไห่หาเงินได้ ครอบครัวของพี่สาวย่อมมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้
“พี่เขย ถ้าพี่อยากเรียนรู้จริง ๆ ผมก็เต็มใจสอน แต่ต้องรอช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าถึงจะเหมาะกับการปลูกต้นลูกแพร์ เมื่อผมกลับมาจากเมืองหลวงแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกที ว่าแต่ทำไมพี่ถึงอยากปลูกต้นลูกแพร์ตอนนี้ล่ะ ผมจำได้ว่าพี่เคยบอกจะต้องไปทำงานบางอย่างนี่?”
“ก่อนหน้านี้มีพี่น้องในหมู่บ้านคนหนึ่ง กลับมาจากมณฑลข้าง ๆ บอกว่าไปขุดถ่านหินได้เงินเยอะ กลับมาก็สร้างบ้านหลังใหญ่ ฉันเลยคิดว่าจะรอให้พี่น้องคนนั้นกลับมา หลังจากผ่านปีใหม่ไปแล้ว ฉันจะตามไปขุดถ่านหินด้วย…”
จ้าวชิงหยางเดินเข้ามาจากด้านนอก ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “ไปขุดถ่านหินอะไรกัน ไม่ใช่ว่าฉันสั่งห้ามไปแล้วเหรอ! ได้เงินมาก็จริง แต่ทำไมต้องเอาชีวิตไปแลกด้วย?”
“อย่าโกรธไปเลย อาหลิ่ว” หลี่ต้าไห่รีบอธิบาย “ผมยังพูดไม่จบ ผมไม่ได้จะไปหรอก”
เขาหันไปทางจ้าวชิงซง “พี่น้องคนนั้นปีนี้ยังไม่กลับมาเลย ได้ข่าวมาว่าเขาตายในเหมือง ฉันเลยไม่ไป เลยคิดว่าปลูกต้นลูกแพร์ที่บ้านดีกว่า เพราะช่วงนี้ที่บ้านฉันไม่มีเงิน”
“ไม่มีเงินเหรอ?” จ้าวชิงซงขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่พี่เขยของนายชอบคิดเรื่องค่าเล่าเรียนของลูก ๆ น่ะ เหอฮวาปีหน้าก็ต้องสอบเข้ามัธยมปลาย เถี่ยจู้ก็เตรียมเข้ามัธยมต้นแล้ว ส่วนคนเล็กก็เรียนประถม แต่ละคนต้องใช้เงินทั้งนั้นเลยน่ะสิ”
จ้าวชิงซงพยักหน้า “เอาไว้หลังจากผ่านตรุษจีนค่อยคุยกันเรื่องนี้ก็ได้ครับ ไม่ต้องรีบ”
หลี่ต้าไห่พยักหน้า แล้วพูดชวนจ้าวชิงซงกินข้าวด้วยกัน
ตอนนี้จ้าวชิงซงอยู่คนเดียว คิดว่านาน ๆ จะมาทีเลยตกลงกินด้วย
…
จ้าวชิงหยางรู้สึกว่าการเข้าเมืองไปฉลองตรุษจีนเป็นเรื่องลำบาก ต้องนั่งรถไฟอีกสองวันกว่าจะถึง แต่เมื่อเห็นแววตาที่เป็นประกายของเหอซิ่ง บวกกับที่ไม่ได้เจอพ่อแม่มาปีถึงสองปีแล้ว เขาจึงตอบตกลง
ต้าหนิวปีนี้สอบเข้ามัธยมปลายได้ ตอนเด็ก ๆ แม้เขาเป็นเด็กหัวโจก แต่ไม่ได้ทิ้งการเรียน จนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุดในอำเภอได้
ตอนนี้เขาตัวสูงกว่าเหอซิ่งซะอีก ก่อนจะถึงวันสิ้นปีเขายังจำเรื่องที่เอ้อร์หนิวเข้าเมืองไปฉลองตรุษจีนเมื่อปีที่แล้วได้ดี จึงเกิดอาการกังวลว่า ถ้าอารองพาคนเข้าเมืองไปฉลองด้วย ต้าหนิวคงจะไม่ได้ไปเพราะเขาโตขนาดนี้แล้ว
พอได้ยินเหอซิ่งบอกว่าจะพาครอบครัวไปเมืองหลวง เพื่อเยี่ยมคุณปู่คุณย่าและฉลองตรุษจีนด้วยกัน ต้าหนิวแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
เอ้อร์หนิวก็ดีใจด้วย เขายังจำได้เหมือนกันว่าเคยเกิดอะไรขึ้นที่เมืองหลวง
ความจริงเมื่อปีที่แล้วตั้งแต่กลับมาจากเมืองหลวง เอ้อร์หนิวก็เล่าเรื่องราวสนุก ๆ ที่เมืองหลวงให้ต้าหนิวฟัง
ตอนนี้จึงนึกขึ้นมาได้ว่าต้าหนิวฟังเขามานานเกินไปแล้ว
“พอได้แล้ว รีบไปเก็บเสื้อผ้าซะ อย่าให้แม่ต้องมาคอยช่วยจัดอีก!”
เอ้อร์หนิวทำหน้าตาล้อเลียนต้าหนิว แล้วไปเก็บเสื้อผ้าอย่างมีความสุข
พอมาถึงเมืองหลวงเหอซิ่งถึงได้รู้ว่าโลกภายนอกกว้างใหญ่มากแค่ไหน แค่เห็นสถานีรถไฟก็รู้แล้ว เธอจึงพึมพำว่า เมืองหลวงนี่มันสุดยอดจริง ๆ!
“นี่มันเมืองหลวงนะครับคุณแม่!” เอ้อร์หนิวพูดอย่างตื่นเต้น “เราไปดูการชักธงชาติที่จัตุรัสเทียนอันเหมินกัน แล้วก็ไปปีนกำแพงเมืองจีนด้วย!”
ต้าหนิวก็อดใจไม่ไหวที่จะพูดว่า “ไปด้วย! ฉันเคยเห็นแต่ในหนังสือเรียนมานานแล้ว”
ต้าหนิวคิดว่าเมื่อกลับไปแล้วทั้งห้องจะมีแต่เขาคนเดียวที่เคยไปเมืองหลวง ขาของต้าหนิวพลันสั่นด้วยความตื่นเต้น
พอออกจากสถานีรถไฟ จ้าวชิงซงถามพวกเขาว่า “จะแวะหาอะไรกินก่อนไหม แล้วค่อยกลับ?”
“มันไกลจากบ้านไหม?” เหอซิ่งถาม
“ไม่ไกลมาก นั่งรถเมล์ประมาณครึ่งชั่วโมง”
“งั้นอดทนเอาหน่อยเถอะ” เหอซิ่งคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้เงินตอนนี้ แถมเมืองหลวงก็เป็นเมืองใหญ่ ของที่ขายอยู่คงแพงกว่าที่ชนบทแน่ ๆ
ในหมู่บ้านต้าเจียงอาจจะเป็นเหอซิ่งและจ้าวชิงหยางที่มีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่พอได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวง เหอซิ่งจึงอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
เธอตอบจ้าวชิงซง แล้วถามต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวว่า “พวกลูกหิวไหม?”
ต้าหนิวกับน้องชายของเขาเป็นเด็กดี พวกเขาพากันส่ายหัว
บนรถไฟไม่มีของร้อน ๆ ให้ทาน แต่จ้าวชิงซงอยากดื่มซุป พอถึงเมืองหลวงเขาก็ยิ่งอยากเจอลี่หรงและเห็นเหอซิ่งกับคนอื่น ๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหาอะไรกินบริเวณนั้น เขาเลยพาทุกคนไปขึ้นรถเมล์ทันที
เหอซิ่งนั่งริมหน้าต่าง ทุกคนพากันมองออกไปนอกหน้าต่าง เมืองหลวงมีตึกใหม่ ๆ มากมาย รวมถึงร้านค้า เหอซิ่งแทบไม่อยากกะพริบตาเลย
เมื่อลงรถแล้ว จ้าวชิงซงก็ทำหน้าที่นำทาง
คนที่รับสมัครเข้ามาทำงานในร้านส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองหลวงหรือจังหวัดใกล้เคียง หลายคนไม่รีบกลับบ้าน ต่างก็อยากทำงานหลาย ๆ วันเพื่อรับค่าจ้าง
เมื่อเหอซิ่งกับคนอื่น ๆ มาถึงบ้านจึงพบว่ามีคนกว่าสิบคนกำลังนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวกันอยู่
จ้าวชิงซงกับเอ้อร์หนิวไม่ได้แปลกใจ เพราะปีที่แล้วพวกเขาเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้
แต่เหอซิ่งกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย จนไม่รู้จะเริ่มถามจากตรงไหนดี?
ตั้งแต่เข้าบ้านมา เหอซิ่งอดไม่ไหวที่อยากจะเดินดูบ้านล้อมลานให้ทั่ว
สวนที่นี่ใหญ่มากจริง ๆ!
ด้านในยังปลูกต้นไม้อีกหลายต้น แม้ตอนนี้จะเหลือแต่กิ่งแห้ง ๆ แต่เหอซิ่งรู้อยู่แก่ใจว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่คงจะสวยงามเป็นพิเศษ
เอ้อร์หนิวเรียกปู่กับย่าเสียงดัง
“อ้าว! มาถึงแล้วเหรอ?!” แม่จ้าวลุกขึ้น แล้วหันไปยิ้มให้เหอซิ่ง
“ซิ่งเอ๋อร์”
ต้าหนิวสูงกว่าแม่จ้าวแล้ว เมื่อเห็นหลานชายที่ไม่ได้เจอกันมาสองปี แม่จ้าวก็นํ้าตาคลอเบ้า
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2IKR1FDE