ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 286 เตรียมการ
บทที่ 286 เตรียมการ
ความห่วงใยของแม่จ้าวมีเหตุผล ลี่หรงบอกให้โทรหาเธอได้ทุกเมื่อถ้ามีอะไร แต่ต้องรอให้เธอตั้งหลักที่เมืองหยางให้มั่นคงก่อน แล้วจึงจะมีเบอร์โทรที่แน่นอน
ตอนพูดกับอันอัน ลี่หรงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เนื่องจากตอนที่จ้าวชิงซงกลับบ้านนอก เจ้าตัวเล็กยังทำใจไม่ได้อยู่หลายวัน
ตอนนี้แม้แต่ลี่หรงก็จะออกจากบ้าน เจ้าตัวเล็กรู้แล้วจะอาละวาดไหมนะ?
ช่วงนี้ลี่หรงทำอาหารอร่อย ๆ ให้กับอันอันทุกวัน และตอนกลางคืนยังนอนด้วยกันอีก
ตอนที่จ้าวชิงซงอยู่ที่เมืองหลวง เจ้าตัวเล็กนอนกับปู่กับย่า แต่พอจ้าวชิงซงกลับบ้านที่ชนบท เจ้าตัวเล็กจึงได้มานอนกับลี่หรง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวเล็กมีความสุขแค่ไหน
ลี่หรงเล่านิทานให้ฟัง ก่อนจะเงียบไปพักหนึ่ง แล้วค่อยเล่าเรื่องที่เธอจะไปเมืองหยางให้เจ้าตัวเล็กฟัง
ไม่คิดว่าอันอันจะไม่โวยวาย แถมกลับกะพริบตาแล้วพูดอย่างไม่คาดคิดว่า
“คุณแม่ไปเถอะครับ”
ลี่หรงอึ้งไปชั่วครู่ หรือว่าลูกชายไม่ได้รักเธอแล้ว?
ทำไมถึงไม่มีอารมณ์โกรธเลยสักนิด?
“ลูกไม่รักแม่แล้วเหรอ?” ลี่หรงอดถามไม่ได้
“รักสิครับ แต่ว่าคุณพ่อบอกว่าคุณแม่จะไปหาเงิน”
ลี่หรงขมวดคิ้ว “คุณพ่อบอกหนูแบบนั้นเหรอ?”
อันอันพยักหน้าอย่างจริงจัง “คุณพ่อบอกว่าอันอันยังเล็กอยู่ คุณแม่ต้องไปหาเงินเลี้ยงอันอัน พออันอันโตแล้วก็ต้องไปหาเงินเลี้ยงคุณแม่”
“แต่เมืองหยางไกลมากเลยนะ?”
“ไกลแค่ไหนเหรอครับ?” อันอันถามด้วยความสงสัย “ไกลเท่ากับพ่อไหม?”
“ไกลกว่าไปหาพ่ออีกจ้ะ”
อันอันไม่พูดอะไรอีก เดินเข้ามาใกล้ ๆ กางแขนอวบอ้วน แล้วกอดลี่หรง พลางเอาหน้าซบที่อกลี่หรง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “งั้นนั่งรถไฟไปนานไหมครับ?”
“อืม แต่ว่าแม่นั่งเครื่องบินไปนะ”
“เครื่องบินคืออะไรครับ?”
“เครื่องบินเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่ง เหมือนรถยนต์นั่นแหละจ้ะ แต่ว่ามันบินอยู่บนฟ้า”
อันอันเงยหน้าขึ้นทันที เบิกตากว้างมองลี่หรง “สุดยอดไปเลยครับ!”
ลี่หรงเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับของใช้ในยุคหลังมากมายให้กับอันอันฟัง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน จรวด หรือโทรศัพท์มือถือที่สามารถมองเห็นหน้าคนได้…
เรื่องที่เล่าเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของที่อันอันไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าตัวเล็กจึงตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
ลี่หรงเล่าเรื่องอย่างออกรสชาติ สิ่งที่เธอเล่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมอะไรให้มากความ จนกระทั่งสุดท้ายเจ้าตัวเล็กก็เริ่มเคลิ้มหลับไป
มือเล็ก ๆ ยังคงกำเสื้อของลี่หรงอยู่
ลี่หรงลูบใบหน้าของอันอัน แล้วหอมแก้มเขา
ในใจรู้สึกละอายใจอย่างช่วยไม่ได้ที่ทำให้อันอันขาดการดูแลจากพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ลี่หรงไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ แต่ว่าเธอจะไปเมืองหยางเป็นเรื่องที่ตั้งใจไว้แล้ว
ยังมีวิธีการอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือพาเจ้าตัวเล็กไปเรียนที่เมืองหยาง
แต่ว่าวิธีการนี้ใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน ประการแรก ไปเมืองหยางใครจะเป็นคนดูแล?
ถ้าไม่พาอันอันไปด้วย ลี่หรงถึงจะทุ่มเทให้กับการบริหารโรงงานได้อย่างเต็มที่
อีกอย่างถ้าจะไปเมืองหยาง อันอันต้องย้ายโรงเรียน ลี่หรงไม่ต้องการให้เขาต้องย้ายตอนอายุยังน้อยขนาดนี้
ลี่หรงไม่ได้จะอยู่ในเมืองหยางนานหลายปี นั่นเป็นเพียงสถานที่หาเงินเท่านั้น หลังจากนั้นเธอก็จะต้องกลับเมืองหลวงอยู่ดี
ในเมืองหลวงอันอันมีแม่จ้าวที่คอยดูแล ลี่หรงวางใจได้มาก อีกทั้งหยวนฮุยเหวินยังชอบมาเล่นกับอันอันอยู่เสมอ ดังนั้นการที่เด็กน้อยจะอยู่ที่เมืองหลวง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
แต่อดที่จะรู้สึกเห็นใจลูกชายไม่ได้ ลี่หรงจึงก้มลงหอมแก้มอันอันอีกครั้ง
กว่าจะมีบัตรประชาชนก็ต้องรอจนถึงปี 84 ลี่หรงจะไปที่เมืองหยาง ต้องไปขอหนังสือรับรองจากกรรมการหมู่บ้าน
คุณลุงกรรมการหมู่บ้านเป็นคนเมืองหลวงมาตั้งนานแล้ว ปกติจึงชอบพูดคุย
เรื่องราวต่าง ๆ ในชุมชนบ้านจัดสรรแห่งนี้ ไม่มีเรื่องไหนที่คุณลุงจะไม่รู้
ตั้งแต่ลี่หรงเปิดร้าน คุณลุงก็ไปดูมาแล้ว
จากนั้นจึงเห็นว่ามีผู้คนแวะเวียนเข้ามาที่ร้านลี่หรงบ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคุณผู้หญิงที่ขับรถยนต์คันเล็ก ๆ ดูก็รู้ว่าเป็นพวกคนรวย คุณลุงจึงรู้ดีว่าธุรกิจของลี่หรงนั้นไม่เลวเลย
เมื่อได้ยินว่าลี่หรงขอหนังสือรับรองเพราะตั้งใจจะไปเมืองหยาง เพื่อประกอบธุรกิจ
คุณลุงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “แม่หนูจะไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอ? ไปคนเดียวด้วย? อันตรายนะ!”
ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย “มีผู้ใหญ่ไปด้วยค่ะ”
เธอไม่ได้โกหก สวีจิ้งตานก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่สำหรับเธอได้
จริง ๆ แล้วคุณลุงอยากรู้มากกว่านั้น ร้านของลี่หรงดูไม่มีปัญหาอะไร ทำไมจู่ ๆ ถึงได้คิดอยากจะเดินทางไกลขนาดนั้น หรือว่าจะปิดร้านแล้วไปที่เมืองหยาง ที่นั่นดีกว่าเมืองหลวงหรือจะหาเงินได้เยอะกว่าเดิมงั้นเหรอ?
ถึงจะมีเรื่องอยากรู้มากมายเต็มไปหมด แต่คุณลุงทำได้เพียงเก็บเอาไว้ เขาไม่ได้สนิทสนมกับลี่หรงมากนัก อีกฝ่ายไม่ได้เป็นญาติพี่น้อง จึงไม่สะดวกที่จะถาม
ต่างจากจดหมายแนะนำตัวกลับบ้านหรือเยี่ยมญาติในอดีต จดหมายแนะนำตัวของลี่หรงในเวลานี้เขียนเหตุผลว่าทำงาน คุณลุงก็ยังเขียนให้ลี่หรงว่าอุทิศตนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
ช่างเป็นคนที่ใส่ใจจริง ๆ
ลี่หรงยกนิ้วโป้งให้ “คุณลุงเป็นคนที่มีคุณธรรมมากค่ะ”
“อ้อ! ไม่ว่าจะมีคุณธรรมหรือไม่ ก็อ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน ถูกปลูกฝังด้วยแนวคิดใหม่จะพูดอะไรได้ล่ะ?”
หลังจากเขียนจดหมายแนะนำให้กับลี่หรงเสร็จ คุณลุงมองดูลี่หรงที่เดินจากไปพลางส่ายหัวและครุ่นคิด
เมื่อหยวนฮุยเหวินรู้ว่าลี่หรงจะไปเมืองหยาง ปฏิกิริยาแรกคือการสนับสนุน
คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ แต่หยวนฮุยเหวินเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ทันทีที่รัฐบาลจีนเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ เมืองแรก ๆ ที่จะพัฒนาก็คือเมืองชายฝั่งทะเล
โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองหยาง
ลี่หรงไปพัฒนาที่เมืองหยาง หยวนฮุยเหวินก็อยากจะปรบมือให้เธอ ช่างเป็นคนที่มีความกล้าหาญมาก อายุยังน้อยแต่มีความกล้าหาญจริง ๆ
ทางใต้เป็นที่แรกที่ปฏิรูป และมีพลังมากที่สุด ด้วยความฉลาดของลี่หรง เขาเชื่อว่าลี่หรงจะต้องทำธุรกิจใหญ่ได้สำเร็จอย่างแน่นอน
“ไปที่นั่นยังจะทำเสื้อผ้าอีกหรือเปล่า?”
ลี่หรงพยักหน้า “ใช่ค่ะ เสื้อผ้ากำลังเป็นที่นิยม อันที่จริงยังมีอีกอย่างที่กำลังมาแรง คือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นยากเกินไป อุปสรรคด้านเทคโนโลยียังเป็นปัญหาสำหรับฉันอยู่ค่ะ”
อุปสรรคทางเทคโนโลยีเป็นคำเฉพาะทางที่หยวนฮุยเหวินเคยสอน ลี่หรงเคยเรียนเรื่องเศรษฐศาสตร์มาก่อน สิ่งเหล่านี้เขาเป็นคนสอน ดังนั้น ลี่หรงจึงไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“เสื้อผ้าก็ดีนะ เธอทำเสื้อผ้าอยู่แล้ว ถือว่ายังมีประสบการณ์”
แต่การสร้างโรงงานยุ่งยากกว่าการเปิดร้านมาก
ลี่หรงพูดว่าพอถึงเมืองหยางแล้ว คงต้องเป็นไปตามกระบวนการ
ที่ดินเป็นของหุ้นส่วนที่ซื้อไว้แล้ว แต่โรงงานยังต้องสร้าง ใช้แบบไหน สร้างยังไงก็ยังเป็นปัญหา
ลี่หรงมาที่นี่ก็เพราะอยากจะฝากฝังให้หยวนฮุยเหวินช่วยดูแลอันอัน
หยวนฮุยเหวินเป็นถึงอาจารย์ แค่คอยบอกอันอันถึงเรื่องดี ๆ และคอยเป็นกำลังใจให้ อนาคตของเด็กน้อยคงไม่เลวร้ายแล้ว
ส่วนเรื่องที่คิดว่าหยวนฮุยเหวินจะเอ็นดูอันอันจนตามใจอันอันมากไปหรือเปล่า ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมีแต่พ่อจ้าวแม่จ้าวเท่านั้นที่จะตามใจ
หยวนฮุยเหวินยินดีที่จะสอนอันอัน และยินดีจะให้อันอันมาอยู่ที่บ้านด้วย เพียงแต่เขาก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าลูกชายของเขายังอยู่ หลานชายก็คงจะโตพอ ๆ กับอันอันแล้ว
เขาบอกให้ลี่หรงวางใจ ถ้าอันอันมีเรื่องอะไร เขาจะดูแลให้อย่างดี
ผ่านไปครู่หนึ่งลี่หรงพูดจนครบแล้วกำลังจะออกไป หยวนฮุยเหวินจึงบอกลี่หรงถึงเรื่องที่เธอคาดไม่ถึง “นายกเทศมนตรีเมืองหยางเป็นลูกศิษย์เก่าของฉัน ฉันจะเขียนจดหมายให้เธอ เผื่อมีเรื่องอะไรเธอก็เอาจดหมายฉบับนี้ไปหาเขาได้”