ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 292 เปลี่ยนสาขา
บทที่ 292 เปลี่ยนสาขา
ไม่ว่าเมื่อไหร่ พวกที่กินเงินเดือนหลวงมักจะมีความรู้สึกที่เหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ
ลี่หรงเห็นจนชินแล้ว “สหายคะ พวกเราต้องการมาขอกู้เงินค่ะ”
เมื่อพนักงานสาวผูกเปียได้ยินลี่หรงบอกว่าพวกเธอมาขอกู้เงิน สีหน้าดูถูกของพนักงานนั้นเห็นได้ชัดจนเก็บไม่อยู่ แถมยังเหลือบมองลี่หรงตั้งแต่หัวจรดเท้า
ข้อสรุปที่ได้คือ ผู้หญิงสองคนนี้มีบุคลิกดี แต่ว่า… “แล้วพวกเธอจะเอาอะไรมาค้ำประกันเงินกู้ล่ะ? เงินจำนวนนี้ไม่ใช่ว่าใครอยากจะกู้ก็กู้ได้นะ!”
น้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้นไม่ค่อยสุภาพนัก คงคิดว่าลี่หรงมาขอยืมเงินซะมากกว่า
พนักงานธนาคารแสดงกิริยาเหมือนเจ้าหนี้ไม่มีผิด
ลี่หรงขมวดคิ้ว แล้วสบตากับสวีจิ้วตาน พร้อมพูดกับเธอเบา ๆ ว่า “ไปที่อื่นดีกว่าไหมคะ?”
สวีจิ้งตานพยักหน้า ธนาคารไม่ใช่มีแค่ที่เดียว พวกเธอไม่ทนด้วยหรอก
ลี่หรงมองพนักงานสาวคนนั้น จับมือสวีจิ้งตาน แล้วเดินออกไป
พนักงานสาวที่ใจฝ่อเมื่อเห็นลี่หรงมองมา แต่หลังจากนั้นก็พึมพำออกมาว่า “ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแล้วยังอยากจะกู้เงินอีก…”
ตอนนั้นผู้จัดการของเธอเดินเข้ามาพอดี “พึมพำอะไรน่ะ?”
“ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรค่ะ” หญิงสาวไม่กล้าเล่าเรื่องเมื่อกี้ให้ผู้จัดการฟัง เธอจึงหัวเราะแก้เก้อ
ถ้าหากผู้จัดการรู้ว่าเป็นเพราะท่าทีของพนักงานคนนี้ ธนาคารจะเสียลูกค้ารายใหญ่ไป คงร้องไห้แน่
ลี่หรงกับสวีจิ้งตานเปิดโรงงาน ถ้าหากกู้เงินจากธนาคารนี้ ต่อไปคงจะเลือกใช้บริการที่นี่ ซึ่งธนาคารจะได้ประโยชน์มากมายทีเดียว!
เรื่องนี้พนักงานสาวก็รู้ แต่เธอไม่สนใจ
เพราะเงินเดือนเธอยังเท่าเดิม ยกเว้นจะมีคนซื้อการเงิน ซึ่งช่วงนี้การเงินมีน้อย ส่วนใหญ่ก็เป็นพันธบัตรรัฐบาล แต่ระยะเวลาในการคืนของรัฐบาลนั้นค่อนข้างนาน คนทั่วไปจะมีเงินเหลือไปซื้อได้ยังไง?
ลี่หรงกับสวีจิ้งตานเปลี่ยนถนน เข้าไปในธนาคารพาณิชย์รายใหญ่อีกแห่ง
คนที่ต้อนรับพวกเธอเป็นหญิงสาวที่ดูอ่อนเยาว์และสดใส เธอยิ้มให้ลี่หรงและสวีจิ้งตาน ลักยิ้มของเธอช่างน่ารักมาก เธอถามอย่างสุภาพว่า “สหายคะ คุณจะถอนหรือฝากเงินคะ?”
ที่นี่ไม่สบายกว่าที่เมื่อครู่เหรอ?
“พวกเราต้องการกู้ยืมเงินค่ะ”
หญิงสาวตกใจไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย “ฉันเพิ่งมาทำงาน ยังไม่ค่อยเข้าใจขั้นตอนการกู้ยืมเงินเท่าไหร่ พวกคุณนั่งรอตรงนั้นก่อนนะคะ เดี๋ยวผู้จัดการของเรามาถึงแล้วฉันจะบอกคุณเอง ได้ไหมคะ?”
ได้ไหม?
แน่นอน!
ลี่หรงและสวีจิ้งตานนั่งลงที่ด้านข้าง จากนั้นก็มีคนเข้ามาอีกสองคน แล้วหญิงสาวคนนั้นจึงทำธุรกรรมฝากถอนให้กับพวกเขา
หลังจากนั้นไม่นาน ก็ไม่มีคนแล้ว หญิงสาวด้านในเดินเอาน้ำมาสองแก้วให้ลี่หรงและสวีจิ้งตาน
ลี่หรงรับแก้วน้ำมาแล้วพูดขอบคุณ อย่างไรก็ไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว จึงพูดคุยกับหญิงสาวคนนี้ต่อ “ทำไมถึงมีแค่คุณคนเดียวล่ะคะ?”
“อ๋อ อาจารย์ของฉันและคนอื่น ๆ รวมทั้งผู้จัดการกำลังประชุมอยู่ค่ะ ตอนนี้คนก็ไม่ค่อยมี ฉันเลยอยู่เฝ้าที่นี่ค่ะ”
“แล้วทำไมคุณไม่ต้องประชุมด้วยล่ะ?”
หญิงสาวหัวเราะอย่างเขินอาย “ฉันยังไม่ใช่พนักงานประจำค่ะ”
ลี่หรงไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอไม่รู้รูปแบบการทำงานของธนาคารในสมัยนั้น แล้วพนักงานฝึกงานไม่ต้องประชุมด้วยงั้นเหรอ?
“เราจะกู้เงินเท่าไหร่?” สวีจิ้งตานเพิ่งนึกขึ้นมาถาม ลี่หรงทั้งคู่พูดกันออกมาเลย ไม่ได้คิดกันไว้ก่อนว่าจะกู้เท่าไหร่ “หรือว่าเราจะกู้แค่ซื้อเครื่องจักร?”
เธอนึกถึงคำพูดของพนักงานคนนั้นอีกครั้ง แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดจาเย้ยหยัน แต่ต้องยอมรับว่าจับประเด็นได้ สวีจิ้งตานจึงถามต่อ “เราจะเอาอะไรค้ำประกัน?”
ลี่หรงขยิบตา เธอไม่มีอะไรค้ำประกันได้เลย มีแค่บ้านในเมืองหลวง แต่ไกลขนาดนั้น แค่จะไปทำเรื่องก็เหนื่อยจะแย่แล้ว
“เอาโรงงานของเราไปค้ำประกัน”
“ไม่ได้นะ!” สวีจิ้งตานเถียงทันทีที่ได้ยิน
ลี่หรงกล้าหาญมาก หากถึงเวลาแล้วใช้หนี้ไม่ได้ โรงงานก็คงจะไม่มีแล้ว
และความพยายามทั้งหมดคงสูญเปล่า
สวีจิ้งตานไม่ยอมเด็ดขาด!
ในยุคปัจจุบันบริษัทหลายแห่งกู้ยืมเงินโดยใช้บริษัทตัวเองเป็นหลักประกัน ลี่หรงยังไม่รู้เลยว่าต้องทำตามขั้นตอนใดบ้าง
ที่นี่ก็ไม่รู้ว่ากู้ยืมเงินได้หรือไม่ หากใช้บริษัทหรือก็คือโรงงานของเธอเป็นหลักประกัน
แม้จะใช้เป็นหลักประกันได้ โรงงานของเธอก็เพิ่งเริ่มผลิตอย่างเป็นทางการ ยังไม่มีกำไรเลย ไม่รู้ว่าธนาคารจะยอมรับหรือไม่?
เธอควรจะโทรไปถามลี่สวนจือก่อนว่าเขาเอาอะไรค้ำประกัน
แต่ถึงจะโทรไปก็ไม่แน่ใจว่าจะได้คำตอบ เพราะนโยบายแต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกัน
“น้าตานคะ คุณเชื่อใจฉันมั้ยคะ?” ลี่หรงมองไปที่สวีจิ้งตาน
“เมื่อเราขายเสื้อผ้าไตรมาสแรกจบ เราต้องมีเงินใช้หนี้ได้แน่ ๆ”
สวีจิ้งตานรู้สึกเหมือนโดนความแน่วแน่ของลี่หรงทำให้คล้อยตาม เธอจึงพยักหน้าอย่างช้า ๆ
ไม่นานนัก ผู้คนแต่งกายสุภาพเรียบร้อยหลายคนเดินเข้ามา ตรงดิ่งไปที่สำนักงานด้านใน
คนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ น่าจะเป็นพนักงานธนาคาร
ก่อนหน้านี้ พนักงานหญิงคนนั้นที่ต้อนรับลี่หรงและพวกเธอลุกขึ้นยืน พร้อมกับตะโกนเรียกผู้จัดการจ้าว ด้วยเสียงที่ใสกังวาน “สหายทั้งสองท่าน ต้องการมากู้ยืมเงินค่ะ”
สาขานี้เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ พนักงานยังไม่ครบเท่าไร มูลค่าเงินหมุนเวียนของธนาคารก็มีน้อยนิด
เมื่อเร็ว ๆ นี้ จ้าวเหวินหลินกำลังคิดหนักว่าจะดึงดูดให้ผู้ผลิตมาร่วมมืออย่างไร
ในเมืองหยางมีโรงงานอยู่หลายแห่ง แต่พวกเขามาใหม่ คนอื่น ๆ มีธนาคารที่ร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ ก็มีคนมาขอกู้ยืม ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมจำนวนมากหรือน้อย สรุปแล้วก็ถือเป็นการร่วมมือกัน
ในยุคนี้ ผู้ที่ขอกู้ยืมไม่ใช่เจ้าของโรงงานก็เป็นนักธุรกิจ
คนทั่วไปกู้ยืมเงินเพื่ออะไรล่ะ?
จ้าวเหวินหลินหยุดฝีเท้าหันไปทางลี่หรงและสวีจิ้งตาน ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันอบอุ่น “สหายทั้งสอง ขอทราบได้ไหมว่าจุดประสงค์ในการกู้ยืมของพวกคุณคืออะไร?”
เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้ ประเภทของการกู้ยืมแตกต่างกัน วิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยก็แตกต่างกัน ลี่หรงพูดตรง ๆ ว่า “สวัสดีค่ะ พวกเรามาจากโรงงานบลูโอเชียนแฟชั่น ตอนนี้โรงงานขาดสภาพคล่องทางการเงิน พวกเราอยากจะถามเกี่ยวกับข้อกำหนดในการกู้ยืมเงินค่ะ”
ที่แท้ก็เป็นเจ้าของโรงงานนี่เอง!
จ้าวเหวินหลินและพนักงานธุรการได้ไปเยี่ยมชมโรงงานหลายแห่ง แต่โรงงานเหล่านั้นได้ร่วมมือกับธนาคารอื่นแล้ว
ราวกับว่าสวรรค์เมตตา จู่ ๆ ก็มีโชคหล่นทับลงมาแบบนี้
แต่ว่า… “บลูโอเชียนแฟชั่นเหรอครับ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?”
พูดตามตรง ก่อนหน้านี้จ้าวเหวินหลินได้ไปทักทายโรงงานต่าง ๆ ที่สามารถตรวจสอบได้แล้ว แต่ประสบความล้มเหลวกลับมา
เมื่อได้ยินว่าเป็นโรงงานใหม่ จ้าวเหวินหลินไม่เพียงสงสัย แต่สายตาที่มองไปที่ลี่หรงยังเพิ่มความระมัดระวังเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะกลัวว่า ลี่หรงจะเป็นพวกต้มตุ๋นมาหลอกเอาเงิน
ลี่หรงหยิบเอกสารที่เพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าให้จ้าวเหวินหลินดู
“ผู้จัดการจ้าวคะ นี่คือเอกสารรับรองของโรงงานเรา ไม่ใช่บริษัทปลอมแน่นอนค่ะ เพียงแต่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน คุณอาจจะยังไม่ทราบ”
จ้าวเหวินหลินพลิกดูเอกสารรับรองที่ลี่หรงหยิบออกมาอย่างจริงจัง ประทับตราจากกรมพาณิชย์เป็นของจริง
สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อยและยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ โอกาสหน้าผมจะไปเยี่ยมโรงงานพวกคุณ”
“เช่นนั้นคงเป็นเกียรติมาก วันนี้พวกเรามาเพื่อขอกู้เงิน ไม่ทราบว่านโยบายการกู้ยืมของธนาคารเป็นยังไงบ้างคะ?”
จ้าวเหวินหลินไม่ได้ถือตัวกับลี่หรง “สำหรับการกู้ยืมของบริษัท เรายินดีให้การสนับสนุน แต่ว่า…”
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
IJXG3HWM