ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 312 มอบสวนลูกแพร์ให้จ้าวชิงหยาง
บทที่ 312 มอบสวนลูกแพร์ให้จ้าวชิงหยาง
เรื่องราวของจ้าวจื้อหมิงทำให้ชาวบ้านถอนหายใจเพียงชั่วครู่ ไม่ได้ถูกพูดถึงนานนัก ตอนนี้ทุกคนชอบไปคุยกับจ้าวชิงซงเรื่อยเปื่อย
เห็นได้ชัดว่าที่สวนลูกแพร์ของจ้าวชิงซงมีดอกไม้บานสะพรั่งทั่วเขา สวยงามนัก ชาวบ้านต่างใจร้อนรอคอยปีหน้า เพื่อให้ต้นไม้ของพวกเขาจะออกผลบ้าง
ปีที่แล้วจ้าวชิงซงขายลูกแพร์จนหลายคนอิจฉา ปีนี้หมู่บ้านต้าเจียงมีคนปลูกต้นแพร์เป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาพึ่งเริ่มปลูกปีนี้ ต้นลูกแพร์จึงยังไม่เริ่มออกผล ทำได้เพียงมองดูสวนลูกแพร์ของ จ้าวชิงซงที่มีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกไปเรื่อย ๆ
จ้าวชิงซงยังคงร่วมมือกับติงลี่เหริน โดยให้ส่วนแบ่งเล็กน้อยแก่อีกฝ่าย ตัวเองถือเป็นพ่อค้าคนกลางครึ่งหนึ่ง ปีที่แล้วลูกแพร์ขายได้ในราคาห้าเหมา ปีนี้ราคาเพิ่มขึ้นอีกสองเฟิน
ในสวนลูกแพร์มีรังผึ้ง ทำให้ผสมเกสรดอกแพร์ได้ผลดี ปีนี้ผลผลิตจึงมากกว่าปีที่แล้ว
ขายได้จนถึงเดือนมกราคมปีถัดไปด้วยซ้ำ เมื่อได้เงินมากกว่าเจ็ดหมื่นหยวน จ้าวชิงซงเก็บไว้เองสี่หมื่นหยวน ส่วนอีกสองหมื่นหยวนแบ่งให้จ้าวชิงหยางตามสัดส่วน เงินที่เหลือกว่าหมื่นหยวนเก็บไว้เป็นต้นทุนการผลิตในปีหน้า
จ้าวชิงหยางรับเงินมาแล้วรู้สึกอุ่นใจ เหอซิ่งไม่คิดว่าปีนี้จะทำเงินได้มากขนาดนั้น จึงยิ้มและพูดว่า “พวกเราสามารถซื้อบ้านในเมืองได้แล้ว”
จ้าวชิงหยาง “พวกเราซื้อที่ดินกันเถอะ จ้างคนมาสร้างเอง เพราะถ้าซื้อบ้านคนอื่นก็เป็นบ้านเก่าทั้งนั้น”
“ได้”
หลังแบ่งเงินเสร็จ จ้าวชิงซงจึงถามจ้าวชิงหยางด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ชาย หลังจากไปฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวง ผมคงไม่กลับมาปลูกแพร์แล้ว ผมอยากอยู่กับภรรยาที่เมืองหลวง”
จ้าวชิงหยางเข้าใจ อีกฝ่ายต้องแยกกันอยู่คนละที่กับภรรยาเกือบห้าปีแล้ว ถ้าแยกกันต่อไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจได้รับผลกระทบ
ก่อนหน้านี้จ้าวชิงซงเคยบอกให้เขาเตรียมใจไว้แล้ว หลังจากนั้นจ้าวชิงหยางจึงเน้นศึกษาการปลูกแพร์ เขาเองเป็นคนฉลาด สิ่งที่จ้าวชิงซงสอน เขาก็เรียนรู้ได้หมด
จ้าวชิงซงคิดจะมอบสวนลูกแพร์ให้เขาดูแลทั้งหมด จ้าวชิงหยางคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ เขานิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เข้าใจแล้ว”
จ้าวชิงซงเสริมอีกสองประโยค “ตอนนี้ผมไปข้างนอกยังทำธุรกิจผลไม้อยู่ ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับต้นลูกแพร์ที่บ้านแก้ไขไม่ได้ก็โทรถามผม อ้อใช่! ตอนสิ้นปีเก็บเกี่ยว เดี๋ยวผมจะกลับมาหาสักหน่อย…”
ลี่หรงอยู่ทางใต้ ที่นั่นก็มีผลไม้เยอะ จ้าวชิงซงตั้งใจจะไปทำธุรกิจผลไม้ที่นั่น หรือธุรกิจอย่างอื่นก็ได้ ยังไงทางใต้ยังมีโอกาสเยอะ เขาไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองจะไม่มีงานทำ
จ้าวชิงหยางเดิมทียังกังวลเรื่องขายผลไม้อยู่ แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เขายิ้มและตบไหล่จ้าวชิงซง “ไม่ต้องห่วงหรอก พี่รู้แล้ว”
จ้าวชิงซงคิดสักพักแล้วพูดว่า “ช่วงนี้พี่ต้องลำบากหน่อย เพราะสวนลูกแพร์มีหลายอย่างที่ต้องคอยดูแล ต่อไปเวลาเก็บเกี่ยวที่สวนลูกแพร์ พวกเราก็แบ่งกันคนละครึ่ง”
จ้าวชิงหยางชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบโต้แย้งทันที “แบบนั้นไม่ได้หรอก…”
จ้าวชิงซงขัดคำพูดของเขา “ตกลงแบบนี้แหละ อ้อใช่! ปีนี้พวกพี่จะไปเมืองหลวงฉลองปีใหม่อีกไหม?”
ปีนี้ได้เงินมาเยอะ จ้าวชิงหยางคิดว่าไปได้ “แวะพาพี่สะใภ้ไปเดินเล่นด้วย ปีที่แล้วยังไม่ค่อยได้เที่ยวเท่าไหร่เลย”
เมื่อมีเงินในกระเป๋าก็มีความมั่นใจ ความใฝ่ฝันในใจกลายเป็นความคาดหวังในดวงตา
จ้าวชิงซงหัวเราะ “ไปเที่ยวทางใต้เลยดีกว่า ที่นั่นมีที่เที่ยวเยอะแยะ”
“ค่อยว่ากันอีกที ต้าหนิวกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไปเที่ยวจนเพลินแล้วกลับมาไม่อยากเรียน เดี๋ยวเหอซิ่งจะว่าได้ว่าทำตัวเป็นคนรวย”
จำนวนเงินในมือมีแค่สามีภรรยารู้กัน ต้าหนิวและเอ้อร์หนิวไม่รู้หรอก แต่ที่บ้านมีร้านอาหารเล็ก ๆ ในหมู่บ้านก็ถือว่าเป็นคนมีเงินแล้ว
แต่ต้าหนิว เอ้อร์หนิวทำงานในร้านมาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าพ่อแม่ลำบาก จึงไม่รู้สึกว่าที่บ้านรวย พอต้าหนิวอายุมากขึ้นหน่อย เขารู้จักเห็นใจพ่อแม่ ถึงแม้จะรู้ว่าเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในอำเภอ ได้เงินมากกว่าทำไร่ในชนบท แต่เขาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย
หลังจากนี้จะไม่อยู่ในหมู่บ้านแล้ว จ้าวชิงซงเลยถือโอกาสไปอวยพรปีใหม่ให้เพื่อนสนิทแต่เช้า แล้วพูดถึงการพัฒนาตัวเองในอนาคตเล็กน้อย
จ้าวชิงหลิ่ว “ต่อไปจะอยู่ที่เมืองหลวง ไม่กลับมาแล้วเหรอ?”
จ้าวชิงซง “ปลายปีจะกลับมาอยู่สักพัก อ้อใช่! พี่เขย” เขามองไปที่หลี่ต้าไห่ “ตอนปลูกต้นลูกแพร์ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาผมหรือให้พี่ชายผมมาดูให้ก็ได้”
หลี่ต้าไห่พยักหน้า
เพิ่งเดินออกมาจากบ้านพี่สาวกับพี่เขยไม่ไกลนัก จ้าวชิงซงได้ยินเสียงเรียกอย่างร้อนรนจากด้านหลัง
“อารอง!”
จ้าวชิงซงหันหลังกลับไปมอง “เหอฮวา? ทำไมเธอถึงได้ออกมาล่ะ?”
เหอฮวาถือว่าเป็นสาวแล้ว อายุสิบหกสิบเจ็ด มีความคิดของตัวเอง จ้าวชิงซงรอสักครู่ ก่อนจะได้ยินหลานสาวพูดว่า “อารอง ฉันคิดถึงน้าสะใภ้รอง คิดถึงคุณปู่คุณย่าและอันอัน ฉันอยากไปเมืองหลวงด้วย”
“หืม?” จ้าวชิงซงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะ “ทำไมเมื่อกี้ไม่ถาม?”
“เมื่อกี้น้อง ๆ อยู่ด้วยกันหมด แม่บอกว่าถ้าฉันอยากไปเมืองหลวงให้ถามอาเอง”
เหอฮวาพูดแบบนี้ จ้าวชิงซงรู้ว่าจ้าวชิงหลิ่วเห็นด้วยที่จะให้เหอฮวาออกไป
หลี่ต้าไห่และซ่งเสี่ยวซานเกือบจะเหมือนกัน แหล่งรายได้เกือบทั้งหมดมาจากการช่วยจ้าวชิงซงทำงาน เวลาที่เหลือก็ยุ่งอยู่กับต้นลูกแพร์ของตัวเอง จ้าวชิงหลิ่วก็ปลูกผักที่บ้านเป็นครั้งคราวและเอาผักไปขาย หรือขายให้ร้านอาหารเล็ก ๆ ของเหอซิ่งก็ถือเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง
แต่สำหรับครอบครัวของหลี่ต้าไห่ในตอนนี้ การที่ทุกคนในครอบครัวจะไปเมืองหลวงด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ค่าใช้จ่ายระหว่างทางก็ต้องลำบากใจแล้ว
จ้าวชิงซงพอจะรู้สถานการณ์ของพวกเขา คิดว่าอีกสองสามปีค่อยไปเมืองหลวงก็ไม่สาย ตอนที่คุยกัน เลยไม่ได้ถามว่าพวกเขาจะไปหรือเปล่า
ไม่คิดว่าเหอฮวาจะอยากไป แต่ดูท่าทางลูก ๆ สองคนนั้น จ้าวชิงหลิ่วไม่ได้ตั้งใจจะให้พวกเขาไปด้วย จ้าวชิงซงหัวเราะ ลูบหัวเหอฮวา “ได้ อาจะซื้อบัตรปันส่วนให้เธอ”
เหอฮวาส่ายหัว หยิบตั๋วเงินใบใหญ่ห้าใบออกมาจากกระเป๋าส่งให้จ้าวชิงซง “นี่คือเงินที่แม่บอกให้อาเอาไปซื้อบัตรปันส่วน ห้ามใช้เงินของอา ถ้าไม่พอ…” ก็ค่อยถามเธออีกที
จ้าวชิงซงคืนบัตรปันส่วนไป “บอกแม่ของเธอว่า อารองไม่ขัดสนเงินจำนวนนี้หรอก”
พูดจบก็โบกมือให้เหอฮวากลับไป
ฝั่งของซ่งเสี่ยวซาน จ้าวชิงซงพูดเหมือนกับที่พูดกับหลี่ต้าไห่ บอกเขาว่าไม่ต้องกังวลเรื่องต้นลูกแพร์
ซ่งเสี่ยวซานรู้สึกลำบากใจ “ผมรู้ว่าพี่ต้องไปเมืองหลวง พี่ไปเถอะ ถ้าวันหนึ่งผมหาเงินได้เยอะแล้ว ผมจะตามไป…”
จ้าวชิงซงตบไหล่เขา “แม้นายจะไม่มีเงินยังไปหาได้ ตอนนั้นพี่จะพานายไปหาเงินก้อนโตเอง!”
ซ่งเสี่ยวซานยิ้มกว้าง “ได้ครับ”
สหายหลี่เฉิงจวินไม่ได้แสดงท่าทีเย่อหยิ่งเหมือนตอนที่อยู่ในกองทัพ “นายจะไปเมืองหลวงแล้ว ต่อไปพวกเราคงกินลูกแพร์ฟรีไม่ได้แล้ว”
สองปีนี้ทุกครั้งที่ถึงฤดูผลไม้ จ้าวชิงซงจะขนลูกแพร์มาให้หลี่เฉิงจวินหลายตะกร้าเสมอ
หลี่เฉิงจวินแจกจ่ายผลไม้ไปเรื่อย ๆ ทุกคนพอจะรู้จักจ้าวชิงซงกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็สะดวกขึ้นหน่อย ถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน