ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 313 หลานไห่เจอปัญหา
บทที่ 313 หลานไห่เจอปัญหา
แน่นอนว่าจุดประสงค์ของจ้าวชิงซงแค่แบ่งผลไม้ที่ปลูกให้พี่น้องกินเท่านั้นเอง ไม่ได้หวังว่าการส่งผลไม้ไปสองสามลูกจะนำรายได้มามากมายขนาดไหน
จ้าวชิงซงหัวเราะ ยื่นมือตบไหล่หลี่เฉิงจวิน “พอแล้ว ถึงเวลานั้นนายจะได้ลูกแพร์แน่นอน! จริงสิ นายอยู่ตำแหน่งนี้มาหลายปีแล้ว ยังไง เมื่อไหร่จะเลื่อนขั้นล่ะ?”
หลี่เฉิงจวินส่ายหัว “พูดยาก ฉันแค่ดิ้นรนขึ้นมาเอง ที่บ้านก็ไม่มีอำนาจมากมาย การได้ทำงานในตำแหน่งนี้ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่ย้ายไปที่อื่นคงยากที่จะเลื่อนขั้นได้อีก จริง ๆ แล้วรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ก็ดี เพราะครอบครัวอยู่ที่นี่กันหมด”
จ้าวชิงซงพยักหน้า ทั้งสองคุยกันพักหนึ่งก่อนจะกล่าวลากัน
หัวหน้าอู๋ของโรงงานเหล็กได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงงานแล้ว ต้นแพร์ของจ้าวชิงซงไม่เพียงแต่ขายส่งออกไป แต่ยังมีบางส่วนที่ขายให้กับโรงงานเหล็กในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดแต่สูงกว่าราคาขายส่ง ซึ่งทำกำไรได้ไม่น้อย
เมื่อรู้ถึงแผนการต่อไปของจ้าวชิงซง อู๋จื่อกังจุดบุหรี่สูบ พูดด้วยความเศร้าใจเล็กน้อย “ในที่สุดก็ต้องไปแล้ว ไปหาเมียใช่ไหม?”
จ้าวชิงซงยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไร อู๋จื่อกังมองแล้วก็เข้าใจ “เจ้าหนู ฉันรู้อยู่แล้ว! แต่ฉันก็ไม่ได้เจอลี่หรงมาหลายปี ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอเรียนจบแล้วใช่ไหม?”
จ้าวชิงซงพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “เพิ่งจบปีที่แล้วครับ พี่อู๋ ถ้าไปเที่ยวเมืองหลวง ผมจะเลี้ยงพี่เอง”
…
ตอนที่จ้าวชิงซงมารับเหอฮวาก็ถูกหลานชายสองคนเห็นเข้าโดยบังเอิญ เถี่ยจู้รู้ว่าพี่สาวจะไปฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวง ในใจรู้สึกอิจฉา แต่เขาอายุสิบกว่าปี ถือว่าเป็นผู้ชายที่โตแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้หลั่งน้ำตาอิจฉาออกมา
น้องคนเล็กสุดยิ้มหัวเราะ ไม่รู้ว่าพี่สาวจะไปไหน แต่เห็นพี่สาวถูกอาพาออกไป เลยคิดว่าจะไปตลาดนัด ร้องโวยวายอยากตามไปด้วย จ้าวชิงหลิ่วต้องนั่งปลอบอยู่นาน
จ้าวชิงซงรู้สึกผิดต่อหลานชายทั้งสอง เขาอุ้มคนเล็กสุดขึ้นมาแล้วลูบหัว “ครั้งนี้ไม่มีบัตรปันส่วนของเด็ก ๆ แต่ครั้งหน้าเดี๋ยวอาจะพาไปเอง”
พวกเขามาถึงเมืองหลวงวันที่ยี่สิบห้าของเดือนสิบสองแล้ว
จ้าวชิงซงไม่ทันได้โทรหาลี่หรง เขาคิดว่าลี่หรงกลับมานานแล้ว ไม่คิดว่าตอนที่พวกเขามาถึงบ้านล้อมลาน ลี่หรงยังคงอยู่ที่เมืองหยาง
อันอันโตขึ้นนิดหน่อย แต่พอเห็นจ้าวชิงซงก็กระโดดเข้าไปให้จ้าวชิงซงอุ้มทันที
เจ้าตัวเล็กร้องเรียกพ่อหลายครั้ง แล้วถามว่า “แม่ล่ะครับ?”
เขาไม่ได้คิดมาก แค่รู้สึกว่าพ่อกับแม่ควรจะกลับมาพร้อมกันสิ ตาและยายก็บอกแล้วว่าพ่อกับแม่จะกลับมาฉลองปีใหม่
ทำไมไม่เห็นแม่เลย
จ้าวชิงซงส่งเสียงฮึ่ม บีบแก้มลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองแรง ๆ “พ่อไม่รู้ พ่อยังอยากจะถามอันอันอยู่เลย”
แม่จ้าวเห็นหลานสาวแล้วตกใจมาก “เหอฮวาก็มาเมืองหลวงด้วยเหรอ? แล้วต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวด้วย ไป ย่าจะไปเอาของกินให้พวกเธอ!”
แม่จ้าวเตรียมจัดห้องว่างในบ้านไว้ล่วงหน้าแล้ว เหอฮวาอยู่คนเดียวหนึ่งห้อง ต้าหนิวและเอ้อร์หนิวนอนห้องเดียวกับอันอัน ส่วนจ้าวชิงหยางกับเหอซิ่งอยู่ด้วยกันอีกห้อง
“แม่ ทำไมลี่หรงยังไม่กลับมาอีกล่ะครับ?” จ้าวชิงซงทานโจ๊กร้อนหนึ่งชามแล้วเอ่ยถามแม่จ้าว
แม่จ้าวชำเลืองมองเขา “ภรรยาของตัวเองแท้ ๆ แล้วยังจะมาถมแม่อีก?”
สักพักเธอก็บอกจ้าวชิงซงว่า “ก่อนหน้านี้ลี่หรงโทรมาบอกว่าจะกลับมาวันที่ยี่สิบสอง ตอนนี้ยังไม่เห็นกลับมาเลย แถมยังไม่มีโทรศัพท์มาด้วย…”
ลี่หรงเดิมทีจะขึ้นเครื่องบินในวันที่ยี่สิบสอง แต่ก็เจอปัญหา
แผนเดิมคือ โรงงานจะส่งสินค้าชุดสุดท้ายออกไป จ่ายค่าจ้างให้คนงานเรียบร้อย เก็บเงินค่าสินค้า แล้วตรวจบัญชีของโรงงานอีกรอบ แบ่งเงินปลายปีให้เสร็จ ก่อนจะกลับเมืองหลวง
แต่พอดีสินค้าที่ส่งออกไปชุดสุดท้ายมีปัญหา
ประตูโรงงานถูกขว้างด้วยไข่เน่าและผักเสียเป็นจำนวนมาก ลี่หรงไม่คิดว่าจะมีคนมากล้าทำเรื่องแบบนี้อย่างเปิดเผย
แต่ก็ไม่ถือว่าเปิดเผยซะทีเดียว อย่างน้อยพนักงานเพิ่งจะเห็นตอนมาทำงานตอนเช้า ซึ่งแสดงว่าเกิดขึ้นตอนกลางคืน
ลี่หรงและสวีจิ้งตานทำใจเย็น พวกเธอไม่รู้ว่าใครทำ แต่ไม่มีหลักฐานจึงไม่สามารถจับคนได้
เรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นฝีมือของพวกพ่อค้าส่ง
ตอนแรกพวกเขาเอาเสื้อผ้ามาที่โรงงานเพื่อมาทำเรื่องบอกว่าหลานไห่เป็นโรงงานที่ไม่ดี สินค้าที่ส่งให้พวกเขาเป็นของเกรดต่ำ ตะเข็บไม่เรียบ แขนเสื้อยาวไม่เท่ากันหรือกระดุมขาด
สรุปคือ มีปัญหาเลยขายไม่ได้!
ตอนแรกที่ลี่หรงได้ยินว่าสินค้าของหลานไห่มีปัญหา เธอก็ใจหายวาบ คิดว่าการควบคุมคุณภาพของหลานไห่มีปัญหาจริง ๆ
แต่เมื่อเธอและสวีจิ้งตานไปตรวจสอบเสื้อผ้าที่พ่อค้าส่งนำมา จึงพบว่านี่ไม่ใช่เสื้อผ้าของหลานไห่
ลี่หรงบอกว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ใช่ของพวกเธอ และพยายามพูดเหตุผลกับพ่อค้าส่งทั้งห้าคนนั้น “ถ้าเสื้อผ้าของหลานไห่มีปัญหาจริง ๆ พวกเราจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นของปลอม มีโรงงานหลายแห่งในเมืองหยางที่ลอกเลียนแบบการผลิตของหลานไห่ ฉันเพิ่งถามฝ่ายขายของเรา พวกเขาไม่ได้ติดต่อกับคุณเลย สินค้าของคุณก็ไม่ได้มาจากพวกเรา กรุณาไปหาคนที่ขายสินค้าให้คุณได้ไหม?”
ตอนนั้นพ่อค้าส่งทั้งหลายเม้มปาก ชั่วขณะหนึ่งก็เสียขวัญไปไม่น้อย พวกเขาไม่ได้มารับสินค้าที่โรงงานโดยตรงจริง ๆ แต่ไปรับจากพ่อค้าส่งรายใหญ่ พ่อค้าส่งคนนั้นบอกว่าเขาสามารถรับเสื้อผ้าของหลานไห่ได้ในราคาถูก แต่ต้องเป็นจำนวนมาก จึงคิดจะร่วมมือกับพวกเขา
พวกเขาคิดว่าปริมาณมากก็ได้ส่วนลดมาก เพราะในโรงงานอื่นก็เป็นแบบนี้ พ่อค้าส่งที่คุ้นเคยสองสามคนรวมตัวกันสั่งซื้อปริมาณมากก็สามารถต่อรองราคากับโรงงานได้ ทำให้ราคาสินค้าถูกลงไปอีก และพ่อค้าส่งคนนั้นยังบอกว่าเมื่อถึงเวลาจะช่วยขนสินค้ากลับมาให้พวกเขา พ่อค้าส่งทั้งหลายอยู่ในถนนเดียวกัน ทุกคนรู้จักกัน จึงไม่คิดว่าจะมีปัญหา
หลังจากได้รับสินค้า พวกเขาจึงพบว่าเสื้อผ้าในนั้นมีคุณภาพแย่กว่าเสื้อผ้าราคาถูกที่พวกเขาขายตามปกติเสียอีก!
เมื่อกลับไปหา พ่อค้าส่งคนนั้นก็โอนร้านค้าไปแล้ว ไม่มีใครอยู่จริง ๆ
หนีไปแล้ว!
เงินของพวกเขาก็หายไปด้วย!
เมื่อทุกคนปรึกษากัน พวกเขาคิดว่านี่คือเสื้อผ้าของหลานไห่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมาหาหลานไห่!
ที่อยู่ของหลานไห่ไม่ใช่ความลับ แต่ไม่คิดว่าคนของหลานไห่จะบอกว่านี่ไม่ใช่เสื้อผ้าของตัวเอง?
ลี่หรงเห็นสีหน้าของพวกเขาไม่เหมือนกัน จึงให้คนไปเอาเสื้อผ้าที่เป็นของเสียออกมาสองสามชิ้น “คุณดูสิ เสื้อผ้าของพวกเราที่หลานไห่จะมีป้ายนี้ และยิ่งไปกว่านั้น เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นของเสีย ไม่ได้มีปัญหาใหญ่เหมือนเสื้อผ้าของพวกคุณ ของเสียที่พวกเราคัดทิ้งล้วนเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ชิ้นนี้เป็นด้ายที่เย็บไม่ดี และผ้าของพวกเราล้วนเป็นของดี แต่ผ้าของพวกคุณแค่สัมผัสก็จะหลุดแล้ว……”
มีแม่ค้าขายส่งผู้หญิงสองคนที่ใบหน้าปรากฏความอับอาย
ในหมู่พ่อค้าขายส่ง มีชายร่างเตี้ยอ้วนคนหนึ่งเห็นว่าคนข้าง ๆ มีท่าทีลังเล จึงเริ่มตะโกนเสียงดัง “ไม่ได้ซื้อกับคุณ แต่คนที่ขายให้พวกเราบอกว่าสินค้ามาจากที่นี่! ตอนนี้เขาหนีไปแล้ว คุณต้องรับผิดชอบ! คุณเป็นเจ้าของที่ใจดำ จะพูดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่เหรอ? ฉันว่านะ! คุณแค่ไม่อยากยอมรับ อยากหลอกเอาเงินของพวกเราต่างหาก!”