ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 314 จับได้คาหนังคาเขา
บทที่ 314 จับได้คาหนังคาเขา
พ่อค้าขายส่งที่เดิมทีเสียงเบาลงไปแล้วกลับมาอีกครั้ง “ใช่… ตอนนี้คุณบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่เหรอ?”
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องเกาะติดลี่หรงให้ได้
ลี่หรงเห็นว่าพูดด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่อง สีหน้าของเธอจึงเย็นชาขึ้น “งั้นพวกคุณพูดว่าเป็นของหลานไห่ก็เป็นของหลานไห่เหรอ พูดให้ฟังหน่อยซิว่าสินค้าที่พวกคุณเอามาน่ะ แม้แต่ของเกรดต่ำของพวกเรายังสู้ไม่ได้เลย ใครจะรู้ว่าพวกคุณมาหาเรื่องหรือเปล่า? ถ้าทุกคนเป็นเหมือนพวกคุณ เอาเสื้อผ้าเสียหายแบบนี้มาหาหลานไห่ แล้วพวกเราต้องรับผิดชอบทุกอย่างเลยเหรอ?”
ผู้ชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ “คุณอย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย คุณต้องจ่ายเงินชดเชยมาให้พวกเรา ไม่งั้นพวกเราจะแจ้งตำรวจ!”
ลี่หรงหัวเราะเยาะ “งั้นก็แจ้งเลยสิ พวกคุณรออยู่ตรงนี้สักครู่ ฉันจะให้คนกลับไปที่สำนักงานแล้วโทรศัพท์หน่อย”
พ่อค้าขายส่งที่แต่เดิมบอกว่าจะแจ้งตำรวจ เพียงแค่อยากขู่ลี่หรงเท่านั้น พวกเจ้าของโรงงานควรจะกลัวเรื่องพวกนี้ที่สุดแล้ว แต่ลี่หรงกลับทำหน้าตาเปิดเผยตรงไปตรงมา ท่าทีไม่อ่อนข้อเลยสักนิด บางคนชักเริ่มใจไม่ดีแล้ว
พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่แล้วออกมาทำธุรกิจ แต่กลับพิสูจน์ไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าเป็นสินค้าของหลานไห่จริงหรือไม่ พอเรื่องถึงตำรวจแบบนี้ พวกเขากลับพูดอะไรไม่ออก
สมัยนี้ถึงแม้จะเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไม่อยากเจอตำรวจหรอก
“…อูตงหราน นายอยู่ตรงนี้เถียงเองแล้วกัน ฉันนึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระที่บ้าน ฉันกลับก่อนนะ”
“เอ่อ… คุณอู ลูกชายฉันรอให้ฉันทำข้าวอยู่ที่บ้าน เรื่องนี้ฝากนายก่อนนะ”
…
ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าชื่ออูตงหราน จริง ๆ แล้วเขาซื้อสินค้าไม่มาก แต่ที่ทำเป็นปลุกระดมขนาดนั้นก็เพราะทนเห็นลี่หรงอยู่อย่างสุขสบายไม่ได้ แถมยังมีคนบอกเขาด้วยว่า ถ้าทำให้เรื่องใหญ่โต เขาจะได้ผลประโยชน์ด้วย
เห็นคนอื่น ๆ ต่างพากันออกไปจนหมด เหลือแค่เขาคนเดียว อูตงหรานพลันถ่มน้ำลายลงพื้น “พวกเขากลัวเรื่องยุ่งยาก แต่ฉันไม่กลัวหรอก ถ้ามีความสามารถก็เรียกตำรวจมาสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะจับฉันไปได้”
อูตงหรานมีรูปร่างเตี้ยอ้วน หน้ากลม ตอนพูดจะเห็นฟันสีเหลืองดำเต็มปาก พฤติกรรมยิ่งน่ารังเกียจ เขานั่งลงตรงประตูโรงงานทันที
พอเห็นคนเดินผ่านไปมาก็ตะโกนด่าเสียงดัง
สวีจิ้งตานมองไปที่ลี่หรงแล้วพูดว่า “คนคนนี้น่ารังเกียจจริง ๆ”
ลี่หรงดูนาฬิกา “ฉันแจ้งตำรวจแล้วค่ะ น่าจะใกล้มาถึงแล้ว พวกเรารอก่อนแล้วกัน”
สิบกว่านาทีต่อมา ตำรวจก็มาถึง
ลี่หรงชี้ไปที่คนที่นั่งอยู่ตรงประตู “คนนี้เป็นคนมาก่อกวนค่ะ รบกวนคุณตำรวจจัดการให้หน่อย”
ตำรวจที่มาเป็นตำรวจประจำเขตใกล้เคียง เลยรู้จักบริษัทหลานไห่ เขาได้ฟังเรื่องราวคร่าว ๆ จากลี่หรงแล้วจึงเดินไปสอบถามอูตงหราน
อูตงหรานมองตำรวจอย่างไม่เกรงกลัว พลางชี้ไปที่ลี่หรงพร้อมด่าทออย่างรุนแรง “คุณตำรวจ ดูเจ้าของโรงงานใจดำคนนี้สิ ขายของไม่ได้คุณภาพให้พวกเราแล้วไม่ยอมรับ หลอกเอาเงินของพวกเราไปหมด…”
ตำรวจได้ฟังเรื่องราวจากลี่หรงมาแล้วอย่างมีเหตุผล เขาจึงถามว่า “เมื่อกี้คุณลี่บอกว่าสินค้าที่คุณถืออยู่ไม่ใช่ของหลานไห่ คุณมีหลักฐานพิสูจน์ได้ไหมว่าสินค้าของคุณมาจากหลานไห่?”
“ต้องการหลักฐานอะไร…”
ตำรวจฟังเขาพูดจบ ยิ่งมั่นใจว่าคนนี้แค่อยากมาก่อกวน เขาจึงเตือนกลับไปว่า “ถ้าไม่มีหลักฐาน คุณก็ไม่ควรมาก่อกวนและมาใส่ร้ายหลานไห่แบบนี้ ถ้าทุกคนทำแบบคุณ แล้วจะมีตำรวจไว้ทำไมล่ะ? พอแล้ว กลับไปเถอะ ถ้ายังมาก่อกวนอีก ถ้ามีคนอื่นแจ้งความว่าคุณจงใจก่อเหตุ เราจะต้องจับคุณไปที่สถานีตามระเบียบ…”
อูตงหรานไม่พอใจ แต่ก็กลัวถูกจับ เขากลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
ลี่หรงคิดว่าเรื่องน่าจะจบลงแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าวันรุ่งขึ้นพอมาถึงโรงงาน กลับพบว่าประตูโรงงานถูกขว้างด้วยผักเน่าและไข่เสีย
ลี่หรงจึงรีบแจ้งความกับตำรวจทันที
สวีจิ้งตาน “ใครกันที่ไร้มารยาทขนาดนี้?”
ลี่หรง “น่าจะเป็นผู้ชายเมื่อวานนั่นแหละ มีแต่เขาที่ทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนี้ได้ อีกอย่าง พวกเราไม่ได้ไปทำให้ใครโกรธเคืองเลย ช่วงนี้ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว เจ้าของโรงงานทั่วไปคงยุ่งกันอยู่ ใครจะมีเวลามาทำเรื่องพวกนี้กัน”
ในตอนนี้แม้แต่ชาสวีจิ้งตานก็ดื่มไม่ลง “เรื่องนี้ต้องยังไม่จบแน่ คาดว่าคืนนี้เขาคงจะมาอีก!”
ลี่หรงตาเป็นประกาย “ใช่แล้ว! เขาต้องมาอีกแน่ ๆ ฉันรู้ว่าควรทำยังไง…”
อีกด้านหนึ่ง อูตงหรานถือเงินไม่กี่ร้อยหยวนที่ได้มาอย่างมีความสุข เขาไปหาร้านเล็ก ๆ แล้วดื่มเหล้าจนเมามาย แล้วถือขวดเบียร์เกือบเต็มขวดเดินโซเซกลับบ้าน
ในบ้านมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำอาหาร อูตงหรานถือเบียร์เข้าบ้าน พลันตะโกนเสียงดังว่า “ไอ้สารเลว! ไอ้ผู้หญิงชั่ว! ไปตายที่ไหนกัน? ถ้าไม่อยู่บ้านคงจะนอกใจไปที่อื่นใช่มั้ย!”
ผู้หญิงคนนั้นเม้มปากเดินออกมาจากครัว “ทำไมคุณดื่มมากขนาดนี้อีกแล้ว…”
ปัง!
อูตงหรานทุบชามบนโต๊ะ วางขวดเบียร์ลงไปอย่างแรง ชี้ไปที่ผู้หญิงคนนั้นแล้วเริ่มด่า “แกกล้าจะมาสั่งฉันเหรอ? ดูสิ ฉันจะไม่ตีแกตายหรอก…”
เขาเดินโซเซ พลันยกมือขึ้นจะตี แต่ผู้หญิงคนนั้นหลบได้ เขาเลยล้มลงนอนหลับไปบนพื้น
ผู้หญิงทำหน้าเย็นชา เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเมาจนหลับไปแล้ว เธอก็ไม่ได้สนใจเขา หันหลังกลับไปที่ครัวเอาอาหารของตัวเองออกมา แล้วเดินเหยียบร่างอีกฝ่ายไปนั่งกินข้าวของตัวเองอย่างเชื่องช้า
เมื่อเธอนอนบนเตียงไปสักพัก ตอนที่ลุกขึ้นมาแล้วพบว่าอูตงหรานยังนอนอยู่บนพื้น เธอก็หัวเราะออกมา แล้วพาอูตงหรานไปนอนบนเตียง
ก่อนหน้านี้อูตงหรานเอาเงินของเธอไปซื้อของแล้วถูกหลอก ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขามีเงินไปดื่มเหล้าที่ไหน เธอหวังว่าเขาจะดื่มเหล้าตายข้างนอก คนแบบนี้เป็นขยะของสังคมชัด ๆ!
เมื่อเก็บของเสร็จแล้วเธอก็ออกไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดกลางคืน อูตงหรานจะไปที่ตลาดกลางคืนต่อเมื่อต้องการเงิน คืนนี้หวังว่าเขาจะไม่ไปหาเธอนะ!
ความหวังของผู้หญิงคนนั้นไม่สูญเปล่า อูตงหรานตื่นไปเข้าห้องน้ำแล้วไปที่ครัวเพื่อหาอะไรกิน แต่กลับไม่มีอะไรเลย เขาจึงสวมหมวกออกจากบ้านไปพร้อมกับบ่นงึมงำ
อู๋ตงหรานเดินถือของมาถึงหลานไห่ มองไปรอบ ๆ สักพักแล้วพบว่าไม่มีใคร เขาจึงเดินออกไปหยิบของในถุงออกมาขว้างใส่ประตูโรงงานหลานไห่ เขายังพยายามเอาไข่ไก่โยนข้ามรั้วเข้าไปในโรงงานอีกด้วย
เขาขว้างอย่างสุดแรง เพราะขว้างเสร็จเขาก็จะได้เงินแล้ว!
พอคิดถึงเงินสมองก็ร้อนผ่าว ไม่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวข้าง ๆ เลย
ทันใดนั้น มีแสงไฟกลุ่มหนึ่งส่องมาที่อูตงหราน “ใครน่ะ!”
ถูกจับได้แล้ว!
ความคิดนี้ทำให้อูตงหรานโยนของในมือทิ้งแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต แต่อีกฝั่งก็มีคนมาขวางไว้
ผู้ชายหกเจ็ดคนล้อมจับอูตงหราน เขาไม่มีทางหนีรอดแล้ว
สือเทาพาคนจับอูตงหรานส่งไปที่สถานีตำรวจ เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ถึงอูตงหรานพูดอะไรไปก็มีแต่ข้อแก้ตัวทั้งนั้น!
ได้ยินว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว ลี่หรงจึงตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อไปสถานีตำรวจกับสวีจิ้งตาน
สวีจิ้งตานหัวเราะเย็นชา “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นอูตงหรานจริง ๆ คนคนนี้น่ารังเกียจมาก! เขาซื้อไข่เน่าแล้วไม่เสียเงินหรือไง?”