ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 323 ให้ผลประโยชน์
บทที่ 323 ให้ผลประโยชน์
โดยทั่วไป ถ้าโรงงานขายสินค้าได้อัตรากำไรถึงสิบเปอร์เซ็นต์นั้นถือว่าสูงมากแล้ว
แต่ชุดนักเรียนนี่ขายตรงให้โรงเรียน ไม่จำเป็นต้องเผื่อกำไรให้พ่อค้าคนกลาง อัตรากำไรจึงได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์!
ส่วนร้านเสื้อผ้าเหล่านั้นตั้งราคากำไรอยู่ระหว่างห้าสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่ากำไรสุดท้ายนี้จะตกเป็นของเหอไฉซานและลี่หรง
เหอไฉซานขายเครื่องจักร ลี่หรงจึงไม่ได้เสนอให้อีกฝ่ายช่วยเธอคว้าใบสั่งซื้อชุดนักเรียนแล้วซื้อเครื่องจักรจากเขา
ต่างคนต่างทำธุรกิจ บางเรื่องต้องแยกให้ชัดเจน!
ซื้อหรือไม่ซื้อเครื่องจักรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เหอไฉซานมาหาด้วยตัวเองเพื่อพูดเรื่องชุดนักเรียน คิดว่าเขาจะไม่มีคนรู้จักในโรงงานเสื้อผ้าอื่น ๆ เลยเหรอ?
เวลาที่ควรแบ่งผลประโยชน์ก็ไม่ควรตระหนี่ถี่เหนียว ในเมื่อคุยเรื่องใบสั่งซื้อเสื้อผ้าก็คือใบสั่งซื้อเสื้อผ้า หากใช้อีกอย่างหนึ่งแลกเปลี่ยนแล้วจะเสียแรงทำไปทำไม?
ถ้าพูดแบบนั้น คนอื่นก็จะไม่ใส่ใจ การจะได้ใบสั่งซื้อชุดนักเรียนหรือไม่นั้น ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา อีกอย่างโรงงานผลิตเครื่องจักรมีแค่ไม่กี่แห่ง จะขายให้ใครก็ได้เงิน ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้กำไร
แต่ถ้าอยากได้ใบสั่งซื้อชุดนักเรียน จำเป็นต้องดึงคนเข้ามาอยู่ในขั้วผลประโยชน์เดียวกัน คนเหล่านั้นถึงจะใส่ใจ เพราะถ้าได้มาแล้วย่อมมีผลกำไรร่วมกัน
นักธุรกิจย่อมต้องการทำเงิน อย่าพูดถึงมิตรภาพเลย!
เหอไฉซานมองลี่หรงด้วยความชื่นชมพร้อมชูนิ้วโป้งให้ “ไม่คิดว่าคุณลี่จะเข้าใจได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ผมไม่ได้มองผิดจริง ๆ ใช่แล้ว! ผู้รับผิดชอบเหล่านั้นรู้จักกับผมอยู่บ้าง แต่ผมต้องการส่วนแบ่งสิบห้าเปอร์เซ็นต์ครับ”
ช่างเรียกร้องจริง ๆ
ลี่หรงคิดในใจว่า ตอนที่หลานไห่ทำการขายส่ง พวกเธอยังไม่ได้รับส่วนแบ่งสิบห้าเปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ!
เขาเพิ่งมาเปิดปากก็ขอแบ่งสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว!
ถึงในใจจะบ่น แต่ภายนอกเธอไม่ได้แสดงออกมา ลี่หรงทำหน้าเศร้าหมอง “สิบห้าเปอร์เซ็นต์คงมากเกินไป ถ้าหลานไห่ได้แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็คงไม่มีกำไรเลย…”
ลี่หรงคิดในใจว่าอัตรากำไรต้องถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ถึงจะแบ่งให้เหอไฉซานสิบเปอร์เซ็นต์
เหอไฉซานแน่นอนว่าสามารถต่อรองราคาได้ ในเมื่อมีเงินทุกคนก็อยากได้มากหน่อยอยู่แล้ว
แต่ลี่หรงต้องแกล้งทำเป็นจน ไม่สามารถรับปากให้เหอไฉซานได้ทันที ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะคิดได้ว่าลี่หรงได้รับส่วนแบ่งมากพอแล้ว
การต่อรองราคาอะไรพวกนี้ต้องพิถีพิถัน!
ให้สิบห้าเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ขนแกะต้องออกจากตัวแกะ ถ้าให้ฝั่งนี้มาก ฝั่งนั้นลี่หรงก็ต้องได้กลับคืนมา ยังไงการทำธุรกิจก็ไม่ควรขาดทุน
เหอไฉซานเงียบไป
ลี่หรงเดาไม่ผิด เหอไฉซานมีเพื่อนเจ้าของโรงงานเสื้อผ้าอีกสองสามคน เขามาหาลี่หรงเป็นคนแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ไปหาคนอื่น
ลี่หรงเข้าใจดี เธอเสนอให้ผลประโยชน์ด้วยตัวเอง แต่ถ้าเรื่องนี้ไปอยู่ที่โรงงานอื่น พวกเขาก็จะให้ผลประโยชน์เช่นกัน
คนฉลาดแน่นอนว่าอยากร่วมมือกับคนที่มีเงินมากกว่า
เหอไฉซานยังไม่ได้ไปหาคนอื่นเลยไม่รู้ว่าคนอื่นจะให้เท่าไหร่ ที่เขามาหาลี่หรงเป็นคนแรก ก็เพราะให้ความสำคัญกับหลานไห่ ปีที่แล้วในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ใคร ๆ ต่างรู้ว่าหลานไห่คือม้ามืดที่โผล่ออกมา ทั้งคุณภาพและการออกแบบไม่ต้องพูดถึง
เหอไฉซานมีสัญชาตญาณว่าหลานไห่จะต้องเป็นโรงงานที่มีความก้าวหน้ามากอย่างแน่นอน การมาเยี่ยมเยียนในครั้งนี้ถือเป็นการยื่นกิ่งมะกอก เพื่อเปิดประตูมิตรภาพกับอีกฝ่าย
เขาทำเครื่องจักรสิ่งทอ โดยปกติจะเข้าใจโรงงานเสื้อผ้า สำหรับโรงงานเสื้อผ้าที่ได้กำไรสิบเปอร์เซ็นต์ถือว่าสูงแล้ว แต่ตอนนี้เป็นการติดต่อกับโรงเรียนโดยตรง!
กำไรต้องไม่ใช่แค่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ลี่หรงเปิดปากบอกสิบเปอร์เซ็นต์นั่นไม่ใช่ว่าสามารถขอได้มากกว่านั้นหรอกเหรอ?
เหอไฉซานกำลังคิดที่จะขอเพิ่มอีกนิด แต่ดูจากท่าทีของลี่หรงแล้วน่าจะยากมาก?
ลี่หรงเห็นเหอไฉซานเงียบไป เธอจึงคิดสักครู่แล้วแสร้งทำหน้าเจ็บปวด “งั้นอย่างนี้แล้วกัน เพิ่มอีกสองเปอร์เซ็นต์ เป็นสิบสองเปอร์เซ็นต์ล่ะคะ?”
เหอไฉซาน “สิบห้าเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เหรอครับ?”
“คงยากจริง ๆ” ลี่หรงทำหน้าลำบากใจ “คุณก็เห็นคุณภาพของหลานไห่แล้ว พวกเราเป็นโรงงานของตัวเอง ไม่ใช่ให้คนอื่นรับจ้างผลิต ตัวอย่างเสื้อผ้าเป็นยังไง สินค้าจริงก็จะเป็นแบบนั้น จะไม่มีการลดต้นทุนหรือลดคุณภาพแน่นอน การร่วมมือกับโรงเรียน ราคาขายต้องไม่สูงเกินไปด้วย… กำไรจริง ๆ แล้วคงไม่ได้มีมากหรอกค่ะ”
เหอไฉซานลุกขึ้นยืน ยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นอย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะกลับไปถามดูอีกที ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีโรงงานที่ร่วมมือกันอยู่แล้ว แล้วค่อยมาบอกคุณทีหลัง”
นี่คือการเจรจาล้มเหลวหรือเปล่า?
ลี่หรงกังวล แต่ยังยิ้มแล้วพูดว่า “การร่วมมือกับโรงเรียนต้องดูที่คุณภาพแน่นอน หลานไห่ผลิตผ้าเองและมีโรงงานตัดเย็บ ในราคาเดียวกันสามารถทำคุณภาพที่ดีกว่าได้ คุณเหอลองพิจารณาดูอีกที แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่นึกถึงหลานไห่”
“จริง ๆ แล้ว คุณภาพของหลานไห่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ” ไม่ว่าธุรกิจจะเจรจากันได้ดีแค่ไหน ตราบใดที่ยังไม่ขัดแย้ง ก็ยังต้องชมเชยกันและกันในเชิงธุรกิจ
“อ้อ! ใช่แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ คุณเหอนั่งลงก่อน อย่าเพิ่งรีบไปสิ” ลี่หรงรินชาให้อีกฝ่าย แล้วพูดว่า “หลานไห่ยังต้องขยายโรงงานอีก พอดีคุณเหอทำเครื่องจักรสิ่งทอใช่ไหมคะ? ก่อนหน้านี้สั่งกับพนักงานขายของพวกคุณ ตอนนี้เจ้าของมาเองแล้ว ฉันจะสั่งกับคุณโดยตรงได้ไหม?”
เดิมทีลี่หรงไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกมาตอนนี้หรอก แต่ยังไงซะ หลานไห่ก็ต้องซื้อเครื่องจักรอยู่แล้ว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเหอไฉซานจะไม่ค่อยพอใจกับกำไรสิบสองเปอร์เซ็นต์ของลี่หรง ในใจเขาอาจจะวางแผนจะหาโรงงานอื่น ลี่หรงจึงต้องพูดออกมาตอนนี้ ไม่ว่าสุดท้ายจะได้รับออเดอร์ชุดนักเรียนหรือไม่ ลี่หรงก็ต้องทิ้งความประทับใจไว้ให้เหอไฉซานเสียก่อน
เหอไฉซานสีหน้าดูแปลก ๆ แต่ไม่รีบร้อนที่จะจากไป เขาถามคำถามตรง ๆ ที่ลี่หรงไม่คาดคิด “ถึงแม้ว่าคุณจะสั่งเครื่องจักรกับผม ผมก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะช่วยคุณจัดการเรื่องชุดนักเรียนได้นะครับ”
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นคนละเรื่องกันค่ะ พวกเราต้องการขยายการผลิตจริง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่วางแผนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว”
เหอไฉซานจึงวางใจและพูดอย่างใจกว้างว่า “เครื่องจักรน่ะ ก่อนหน้านี้ผมบอกแล้วว่าถ้าต้องการก็จะลดราคาให้…”
“ขอบคุณคุณเหอมากนะคะ”
หลังจากส่งเหอไฉซานไปแล้ว ลี่หรงถอนหายใจ การติดต่อกับพวกนักธุรกิจรุ่นเก๋าช่างเหนื่อยเหลือเกิน
สวีจิ้งตานไม่ได้อยู่ที่โรงงาน ถ้าอยู่ก็คงให้เธอเป็นคนคุยเรื่องนี้เองแล้ว
เมื่อเจอสวีจิ้งตาน ลี่หรงก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
สวีจิ้งตาน “พวกเราน่าจะได้ราว ๆ สี่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถให้มากเกินไปได้ สิบสองเปอร์เซ็นต์ก็ใช้ได้แล้ว แต่เขาไม่ยอมรับใช่ไหม?”
ลี่หรงพยักหน้า “ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ อาจจะคิดว่าน้อยไป เขาคงจะไปหาโรงงานอื่นแล้วล่ะค่ะ”
“ปล่อยให้เขาไปหาเถอะ โรงงานอื่นอาจจะไม่ให้สิบสองเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ”
แน่นอนว่าคำพูดของสวีจิ้งตานเป็นจริง
เหอไฉซานไปหาโรงงานหลายแห่ง โรงงานพวกนั้นให้สิบเปอร์เซ็นต์ บางที่ให้สิบห้าแต่ชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก
ถึงแม้เขาจะอยากได้เงิน แต่ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเพื่อผลกำไรที่สูงแล้วไปหาโรงงานที่ไม่ดี คงจะเป็นแค่ธุรกิจครั้งเดียว ครั้งหน้าโรงเรียนคงไม่ร่วมมือกับเขาอีก กลับกลายเป็นเสียเครือข่ายของตัวเองไปเปล่า ๆ
มีที่หนึ่งที่ดูดีในทุก ๆ ด้านให้สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ แต่คุณภาพอย่างหลานไห่ยังให้สิบสองเปอร์เซ็นต์เลย และลี่หรงยังสั่งซื้อเครื่องจักรจากเหอไฉซานอีกด้วย
เมื่อคุยกันมารอบหนึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าหลานไห่ยังคงให้ผลประโยชน์ที่น่าร่วมมือมากกว่า