ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 333 ต้องฝึกฝน
บทที่ 333 ต้องฝึกฝน
บังเอิญสวีจิ้งตานคุยกับลี่หรงเรื่องนี้พอดี เป็นเรื่องที่ครอบครัวของเย่เหลยคอยคะยั้นคะยอให้เขาไปหางานทำ
เย่เหลยไม่อยากเข้าระบบราชการ ครอบครัวเลยให้เงินทุนเขาไปทำธุรกิจ ก่อนหน้านี้ล้มเหลวไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้เขาจึงไม่อยากทำอะไรแล้ว
ลี่หรงนึกถึงว่าอีกฝ่ายขับรถบรรทุกได้ ไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงจะต้องการคนอยู่หรือเปล่า?
จ้าวชิงซงทำธุรกิจผลไม้ แน่นอนว่าต้องวิ่งไปทั่ว ไม่ต้องพูดถึงการวิ่งไปซินเจียงเพื่อรับองุ่น แม้แต่ที่ใกล้ ๆ อย่างกว่างซี ยูนนานก็ต้องไปอยู่แล้ว
ลี่หรงรู้สึกว่าเย่เหลยน่าจะช่วยได้ แต่ไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงจะอยากพาคุณชายคนนี้ไปทำงานด้วยหรือเปล่า
ลี่หรงจึงเล่าเรื่องของเย่เหลยให้จ้าวชิงซงฟัง
เมื่อจ้าวชิงซงฟังจบ เขาก็หรี่ตามองลี่หรง “ก่อนหน้านี้พวกคุณเคยเจอโจรด้วยเหรอครับ?”
สีหน้าเขาไม่ค่อยสบอารมณ์นัก “ตอนนั้นทำไมไม่บอกผมครับ?”
ในใจจ้าวชิงซงโกรธมาก ไม่คิดว่าครั้งแรกที่ลี่หรงมาที่เมืองหยางจะเจอเรื่องอันตรายแบบนั้น แล้วเธอยังไม่ยอมบอกเขาอีก!
ลี่หรงรู้สึกไม่ดีที่ครั้งนี้เผลอพูดออกไป
เธอแค่อยากให้จ้าวชิงซงรู้จักเย่เหลยมากขึ้นเท่านั้น อีกฝ่ายอายุน้อย ไม่มีประสบการณ์และขี้ขลาด ถือว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่บ้านตามใจมากเท่านั้นเอง…
ลี่หรงเข้าไปจุ๊บจ้าวชิงซงหนึ่งทีเหมือนปลอบใจ เธอยิ้มแล้วพูดขึ้นมา “เรื่องมันผ่านไปแล้วนะคะ อีกอย่างมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ฉันเลยไม่ได้ตั้งใจจะบอกคุณ เพราะกลัวว่าคุณจะกังวลน่ะค่ะ”
จ้าวชิงซงเห็นลี่หรงหัวเราะก็ยิ่งโกรธ แต่เขาไม่กล้าพูดแรง ๆ เลยกดลี่หรงลงไปจูบอยู่นานจนระงับความโกรธในใจลงได้
เขากอดลี่หรง แล้วกลับเข้าเรื่อง “ฟังที่คุณพูดแล้ว เย่เหลยก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง เขาอายุเท่าไหร่เหรอครับ?”
“คงไม่ถึงยี่สิบ… ประมาณสิบแปดสิบเก้ามั้งคะ?” ลี่หรงเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ
จ้าวชิงซง “เรื่องนี้ที่บ้านเขารู้ไหมครับ?”
“ไม่คะ ยังไม่ได้บอกเขาเลย แม้แต่น้าตานฉันก็ยังไม่ได้บอก คิดว่าจะมาถามคุณก่อน” ลี่หรงเม้มปาก “เขาเป็นเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ ฉันแค่รู้สึกว่าเขาขับรถบรรทุกเป็น และคิดว่าคุณน่าจะใช้ประโยชน์ได้ แต่ถ้าคุณตกลงพาเขาไป อย่างน้อยก็เป็นคนที่รู้จักกัน คุณต้องพาเขาทำธุรกิจด้วยนะคะ อาจจะมีหลายอย่างที่ต้องให้คุณสอน”
“ต้องให้คุณตอบตกลงก่อน ฉันถึงจะไปบอกเขา” ลี่หรงยังคงคำนึงถึงจ้าวชิงซงก่อน “ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่ได้ ฉันก็จะไม่พูดค่ะ”
จ้าวชิงซงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้เขาต้องการคนจริง ๆ แม้เขาจะสอบใบขับขี่และขับรถยนต์ได้ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะขับรถบรรทุกสักหน่อย
ชิวเฉิงหาวขับรถบรรทุกเป็น แต่ถ้าต้องวิ่งทางไกล จ้าวชิงซงยังรู้สึกว่าต้องหาอีกคนเพิ่ม หากเย่เหลยขับได้ ถือว่าเขาตรงกับความต้องการของจ้าวชิงซงพอดี
แต่ลี่หรงพูดแล้วว่า ครอบครัวของเย่เหลยไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา ถ้าจ้าวชิงซงพาเขาไปด้วย ความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับในอนาคตก็จะมากขึ้น
ไม่ต้องพูดถึงการให้เย่เหลยทำงานกับเขา ในอนาคตจะสามารถทำธุรกิจด้วยตัวเองได้ แต่อย่างน้อยที่สุดต้องรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของเย่เหลยด้วย
แต่ฟังจากที่ลี่หรงบรรยาย นั่นก็แค่คุณชายที่ถูกตามใจที่บ้าน ถูกโจรปล้นจนทำอะไรไม่ถูกเท่านั้น
จ้าวชิงซงไม่กลัวเด็กแบบนี้ ถ้าอยู่ในค่ายทหารคงต้องโดนลากออกมาฝึกสักหน่อย!
จู่ ๆ เขาก็ยิ้มออกมา “ถ้าตัวเขาและที่บ้านเขาเต็มใจก็ให้เขามาทำงานกับผมได้ครับ แต่ผมไม่ได้ให้เขามาเป็นหุ้นส่วนนะ เขาต้องมาทำงานเป็นคนขับรถ เวลาขนผลไม้ เขาก็ต้องมาเป็นกรรมกรให้ผมด้วย”
“มาทำงานกับผมไม่ได้สบายเหมือนขับรถส่งของในเมืองหลานไห่ ทั้งตากแดดตากฝน ปีนเขา ลุยน้ำ สภาพแวดล้อมเลวร้ายแบบไหนก็อาจจะเจอ ลองบอกเขาดูก่อนแล้วกันครับ ว่าเขาจะยอมมาไหม?”
ลี่หรงยิ้ม “ฟังดูลำบากมากเลยนะคะ”
จ้าวชิงซงไม่พูดอะไรต่อ เมื่อกี้เขาอาจจะพูดเกินเกินจริงไปบ้าง แต่ถ้าคุณชายคนนี้เต็มใจมาทำงานกับเขา งั้นต่อไปเวลาเขาฝึกเย่เหลยก็จะง่ายขึ้นแล้ว
จ้าวชิงซงเคยเจอคนแบบนี้มาแล้วตอนอยู่ในค่ายทหาร เมื่อมาอยู่ในมือเขา ไม่มีทหารคนไหนฝึกไม่ได้!
เมื่อได้ยินจ้าวชิงซงตอบตกลง ลี่หรงเลยนำข่าวไปบอกสวีจิ้งตาน
สวีจิ้งตานรู้สึกว่าไม่มีปัญหา “เย่เหลยก็แค่ถูกที่บ้านตามใจ เขายอมมาเป็นคนขับรถที่เมืองหลานไห่ เพราะไม่อยากเข้ารับราชการ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะยอมตามเสี่ยวจ้าวออกไปวิ่งข้างนอกไหม เดี๋ยวฉันไปบอกซ่งอี้เฉิงก่อน ถ้าเย่เหลยตกลงก็ไม่มีปัญหา”
ลี่หรงถาม “แล้วทางบ้านเย่เหลยจะยอมไหมคะ? จ้าวชิงซงต้องวิ่งไปทั่ว ที่บ้านเขายอมให้เขาออกมาลำบากแบบนี้เหรอ?”
สวีจิ้งตานยิ้ม “ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเย่เหลยเต็มใจ ที่บ้านเขาคงยินดีเก็บกระเป๋าส่งตัวเขามาเลยล่ะ! เธอบอกให้เสี่ยวจ้าวฝึกเขาดี ๆ แล้วกัน”
เย่เหลยรู้ว่าสามีของลี่หรงมาที่เมืองหยาง เพราะตั้งใจจะมาทำธุรกิจ แต่เขายังไม่เคยเจอ
เขาเห็นลี่หรงทำโรงงานเสื้อผ้าได้ดีขนาดนี้ ในใจจึงค่อนข้างสงสัยว่าสามีของลี่หรงเป็นคนแบบไหน? แล้วเขามาที่เมืองหยางจะทำธุรกิจอะไร…
ได้ยินลี่หรงบอกว่าจ้าวชิงซงทำธุรกิจแล้วขาดคน เย่เหลยพลันมีความคิดหนึ่งขึ้นมา
งานที่ที่บ้านหามาให้ ในความคิดของเขาไม่น่าสนใจเลย อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยทำตามแล้วก็ขาดทุน เย่เหลยรู้จักตัวเองดี จึงไม่กล้าเสนอตัว
ดังนั้นตอนที่สวีจิ้งตานมาหาเขา แล้วถามว่าอยากไปไหม เย่เหลยก็ดีใจรีบบอกทันทีว่า “ผมอยากไปครับ!”
สวีจิ้งตานถอนหายใจ สายตาของเธอเหมือนกำลังมองเด็กโง่ “ไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำอะไร? ถ้าเขาพาไปทำเรื่องผิดกฎหมายเธอก็ทำเหรอ?”
เย่เหลยเกาหัว “ถ้าผิดกฎหมาย พี่ตานคงไม่ให้ผมไปทำหรอก แล้วอีกอย่าง นั่นแฟนของพี่ลี่หรงเลยนะครับ พี่ลี่หรงจะปล่อยให้เขาทำเรื่องผิดกฎหมายได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้หรอกใช่ไหมครับ?”
“ยังดีที่ไม่โง่ไปทั้งหมด…”
“หา?” เย่เหลยไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด “พี่พูดว่าอะไรนะครับ?”
“ฉันบอกว่า เธอต้องไปเป็นคนขับรถให้เขา ขับรถบรรทุกขนผลไม้ ตามเขาขึ้นเขาลงนา แล้วยังต้องเป็นกรรมกรขนถ่ายผลไม้อีก… แบบนี้เธอยังอยากไปไหม?”
ไม่ผิดคาด เย่เหลยขมวดคิ้วพึมพำ “ต้องเป็นกรรมกรด้วยเหรอ?”
เขาเริ่มลังเล ตอนที่เป็นคนขับรถส่งของที่เมืองหลานไห่ เขาไม่เห็นต้องเป็นกรรมกรเลย
“ลองคิดดูให้ดี ๆ นะ ถึงเธอจะเต็มใจก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมพาตัวปัญหาอย่างเธอไปด้วยหรือเปล่านะ ถึงยังไง เธอต้องไปเจอเสี่ยวจ้าวก่อน” สวีจิ้งตานจงใจพูดแบบนี้
คำพูดของเธอทำให้เย่เหลยรู้สึกว่าจ้าวชิงซงไม่ได้ขาดคน ถ้าทางเย่เหลยไม่รีบตอบตกลง อีกฝ่ายคงไปหาคนอื่นแล้ว ความรู้สึกเร่งรีบที่โอกาสอยู่ตรงหน้าพลันปรากฏขึ้นมาทันที
เย่เหลยไม่อยากลำบาก แต่เขาจะทิ้งโอกาสนี้ไปไม่ได้!
ก่อนที่สวีจิ้งตานกำลังจะไป เย่เหลยก็ร้องเรียกอีกฝ่าย “พี่ตาน! ผมไปครับ ผมจะได้เจอเขาตอนไหน?”
“อะไรคือเขา? อย่างน้อยเธอต้องเรียกเขาว่าพี่จ้าวด้วย”
เย่เหลยยิ้ม “เรียกว่าพี่เขยดีกว่า เพราะพี่ลี่หรงกับพี่ก็เหมือนพี่สาวแท้ ๆ ของผม”
“ถ้าพูดแบบนั้น เธอก็เรียงลำดับอาวุโสสลับกันไปหมดแล้วสิ!” สวีจิ้งตานหัวเราะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………