ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 341 ขนสัตว์
บทที่ 341 ขนสัตว์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกคนงานเก่า ๆ มาหาลี่หรงพร้อมกับพูดว่า “คุณลี่หรง นี่คือหลานสาวข้า ที่บ้านไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนหนังสือเลยได้แต่ออกมาทำงาน…”
“ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ห่าง ๆ กัน เพิ่งมาจากต่างถิ่น หางานไม่ได้…”
…
พวกคนงานเหล่านี้อยู่ที่หลานไห่มานาน รู้สึกว่าลี่หรงเป็นคนพูดจาเข้าใจง่าย พอมีการขยายโรงงานแบบนี้ ข่าวเลยแพร่ออกไป
จริง ๆ แล้ว การฝากฝังญาติพี่น้องให้เข้าทำงานในยุคสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่นี่มันออกจะไร้เหตุผลเกินไปหน่อย!
อย่าคิดว่าลี่หรงจะเป็นแม่พระขนาดนั้น เพราะเธอไม่มีทางรับคนงานที่อายุไม่ถึงสิบแปดหรอก การไม่ใช้แรงงานเด็กคือกฎของเธอ
ส่วนเรื่องที่บางคนเรียนไม่จบเพราะปัญหาทางบ้านแล้วต้องออกมาทำงาน แม้ลี่หรงจะเห็นใจ แต่เธอจะไม่ยอมแหกกฎของตัวเองเด็ดขาด!
ส่วนเรื่องที่เมื่อก่อนรับหลี่เสี่ยวอ้ายเข้าทำงาน เป็นเพราะตอนนั้นฝูหรงเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ และกำลังขาดคน อีกอย่าง ฝีมือการปักผ้าของหลี่เสี่ยวอ้ายตอนนั้นต้องบอกว่าดีกว่าช่างปักหลายคนเสียอีก
ส่วนเรื่องที่ช่วยเหลือให้หลี่เสี่ยวอ้ายได้เรียนหนังสือ เป็นเพราะความสัมพันธ์อันดีของทั้งคู่ ประจวบเหมาะกับที่ลี่หรงมีกำลังทรัพย์พอดี
ถึงตอนนี้ลี่หรงเองก็ยังคงมีกำลังทรัพย์มากพอ แต่ช่วงนี้เด็กอายุสิบกว่าปีที่ไม่เรียนหนังสือแล้วออกมาทำงานมีเยอะไป ลี่หรงจึงไม่อยากจะไปสนใจอะไรมากมาย
เธอได้ประกาศในโรงงานอย่างชัดเจนว่าไม่รับคนงานที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี พวกคนงานเลยได้แต่ทำใจและล้มเลิกความตั้งใจไป
โรงงานหลานไห่จากที่มีคนงานสองร้อยคน ก็ขยายเป็นสามร้อยคน
ลี่หรงเตรียมทำเสื้อโค้ตขนสัตว์และเสื้อขนสัตว์สำหรับฤดูหนาว
เสื้อโค้ตแบบนี้เป็นที่นิยมมากในยุคหลัง แต่เสื้อโค้ตจำนวนมากผู้ขายมักจะโฆษณาว่าเป็นขนสัตว์นำเข้าจากออสเตรเลีย… ยิ่งดูดีมีระดับ ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น
แต่จริง ๆ แล้วขนสัตว์ของประเทศเรานั้นดีมาก แบรนด์ต่างประเทศจำนวนมากยังเลือกผลิตในประเทศของเรา
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลี่หรงจึงนึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาเรื่องหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ตอนที่เธออยู่ต่างประเทศ เธอไปเดินซื้อของกับเพื่อน ๆ แล้วเห็นเสื้อขนสัตว์ตัวหนึ่งคุณภาพดีมาก เธอจึงซื้อกลับบ้าน พอเปิดดูกลับพบว่ามีคำว่า ‘made in China’ ติดอยู่
ช่างน่าตลกสิ้นดี!
เสื้อขนสัตว์ในประเทศสมัยนี้ราคาแพงมาก เพราะส่วนใหญ่โฆษณาว่าเป็นขนสัตว์นำเข้าจากออสเตรเลีย เสื้อขนสัตว์ที่ผลิตในประเทศที่หาซื้อได้ทั่วไปคุณภาพก็ไม่ดี พูดกันตามตรงคือ เสื้อขนสัตว์ราคาถูกและคุณภาพดีถูกขายไปต่างประเทศหมดแล้ว
ดังนั้น ลี่หรงจึงไม่คิดว่าเป็นเพราะสินค้าในประเทศไม่ดี
ครั้งนี้เธอตั้งใจจะซื้อขนสัตว์ไปทำเป็นวัสดุและตัดสินใจไปมองโกเลีย
ในมองโกเลียมีวัวและแกะมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตขนสัตว์ที่สำคัญของประเทศด้วย
การไปเที่ยวในมองโกเลียในครั้งนี้ สวีจิ้งตานเองก็อยากไปด้วย เพราะเธอเป็นคนที่ชอบออกไปเที่ยวอยู่แล้ว แต่โชคร้ายที่ก่อนออกเดินทาง เธอดันไปตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เลยอดไปกับลี่หรง
ตอนที่ลี่หรงไปมองโกเลีย เธอได้พาพนักงานจากหลานไห่ไปด้วยหลายคน ได้แก่ หลี่ว์เส่าหวาจากฝ่ายผลิต อู่เชาจากฝ่ายจัดซื้อและปัวอี๋จากฝ่ายออกแบบ
พวกเขาทั้งสี่คนเดินทางโดยรถไฟและรถบัส จนในที่สุดก็มาถึงเอ้อเอ่อร์ตัวซือ
ทุ่งหญ้าช่วงปลายเดือนสิงหาคมนั้นยังคงเขียวขจี มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นม้าและแกะที่ถูกเลี้ยงไว้บนทุ่งหญ้า
“ยังมีเต็นท์อีกสองสามหลังให้เห็นเป็นระยะ หรือจะเรียกว่า ‘กระโจมมองโกเลีย’ ก็ได้”
นอกจากลี่หรงแล้ว อีกสามคนที่เหลือไม่เคยมาที่นี่มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีเช่นนี้
ปัวอี๋ร้องด้วยความประหลาดใจ “พวกเขาอาศัยอยู่ในเต็นท์แบบนี้กันหมดเลยเหรอ?”
หลี่ว์เส่าหวาและคนอื่น ๆ ไม่ได้ตอบ เพราะพวกเขาก็อยากรู้เหมือนกัน
ลี่หรงจึงอธิบายให้พวกเขาฟังว่า “ชนเผ่าเร่ร่อนจะอาศัยอยู่ในกระโจมมองโกเลียเฉพาะตอนที่พวกเขาย้ายฝูงสัตว์ไปเลี้ยงเท่านั้น พอเข้าไปในตัวเมือง คุณก็จะเห็นบ้านของพวกเขา พวกเขามีตึกอาคารเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ…”
ทั้งสามคนจึงพยักหน้ารับ
เมื่อมาถึงเอ้อเอ่อร์ตัวซือ ลี่หรงพาพวกเขาทั้งสามไปเข้าพักที่โรงแรม
พอรู้ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดมีผู้สนับสนุนออกให้ ปัวอี๋และคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกโล่งใจ และไม่สนใจแล้วว่าค่าโรงแรมจะแพงแค่ไหน
ลี่หรงพักห้องเดียวกับปัวอี๋ ส่วนผู้ชายอีกสองคนพักห้องเดียวกัน
ถ้าเป็นยุคหลัง ตำแหน่งอย่างลี่หรงต้องได้พักห้องเดี่ยวสุดหรูอย่างแน่นอน!
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องประหยัดเงินแล้ว เธอเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในยุคนี้ หากปล่อยให้ปัวอี๋อยู่คนเดียวคงไม่ดีนัก
คนที่พามาทั้งหมดเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ในยุคนี้ เด็กมหาวิทยาลัยหลายคนมีงานรองรับ อย่างโรงงานเสื้อผ้าเล็ก ๆ ของลี่หรง ถ้าอยากจะหาเด็กมหาลัยหลาย ๆ คนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ลี่หรงและสวีจิ้งตานเคยคุยกับเด็กมหาลัยพวกนี้มาก่อน ในเมื่อพวกเขายินดีมาทำงานให้กับหลานไห่ ลี่หรงและสวีจิ้งตานก็ไม่หวงที่จะสอนงานให้พวกเขา
ตอนนี้ถือโอกาสออกมาซื้อขนสัตว์ เลยพาพวกเขามาด้วย
ปัวอี๋ทำงานด้านออกแบบเสื้อผ้าที่หลานไห่ แม้ความสามารถของเธอจะยังไม่เทียบเท่าลี่หรง แต่เสื้อผ้าที่เธอออกแบบก็ขายดีมากทีเดียว
ส่วนเรื่องที่เธอซึ่งเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า แต่ทำไมถึงถูกพามาทำงานด้านจัดซื้อด้วยนั้น ในที่สุดปัวอี๋ก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยปากถามขึ้นก่อนเข้านอน
ตอนนั้นลี่หรงกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ เธอเงยหน้ามองปัวอี๋ พลางยิ้มมุมปาก “อยากรู้รึไง?”
ปัวอี๋มองลี่หรงทาครีม พลางพยักหน้าหงึกหงัก
ลี่หรงลูบไล้ครีมบำรุงผิวที่ใบหน้า แล้วพูดไปด้วย “นักออกแบบเสื้อผ้าต้องออกไปหาแรงบันดาลใจเหมือนกัน เธอต้องออกไปข้างนอก เดินทางไปดูงานของคนอื่นบ้าง ถึงจะมีไอเดียทำผลงานที่ดีกว่านี้ได้…”
ปัวอี๋คงเข้าใจความหมายคร่าว ๆ ในใจพลันคิดว่าตัวเองมาหาเจ้านายถูกคนแล้ว
ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดหางานให้ แต่ปัวอี๋ไม่ต้องการ เธออยากออกไปหางานทำเอง ด้วยเหตุนี้จึงทะเลาะกับทางบ้านอยู่พักหนึ่ง…
หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนาน ทุกคนจึงนอนหลับพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้น ลี่หรงพาพวกเขาไปลิ้มลองอาหารเช้าขึ้นชื่อของท้องถิ่น ได้แก่ บะหมี่เนื้อ ไก่ตุ๋นและแป้งทอด
ในช่วงปี 1980 เมืองเอ้อเอ่อร์ตัวซือมีโรงงานทำเสื้อผ้าขนแพะแคชเมียร์*[1] แล้ว
ลี่หรงเคยได้ยินชื่อแบรนด์นั้น ที่ก่อตั้งในช่วงการเปิดประเทศ และในช่วงก่อนปี 2010 มีคำโฆษณาติดหูว่า ‘เออร์โดส อบอุ่นทั่วโลก’ จนทำให้หลายคนจดจำกันได้ขึ้นใจ แบรนด์นี้กลายเป็นผู้ผลิตแคชเมียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะผ่านช่วงขาลงเกือบสิบปี แต่สุดท้ายก็สามารถรอดพ้นมาได้ และยังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมแคชเมียร์ได้เป็นอย่างมาก
ที่ลี่หรงมา แน่นอนว่าไม่ใช่มาเพื่อหาความร่วมมือกับพวกเขา
แต่เธอมาที่นี่เพื่อจัดซื้อขนสัตว์เท่านั้น
ในตอนนี้เอ้อเอ่อร์ตัวซือ จริง ๆ แล้วไม่มีโรงงานขายขนสัตว์โดยเฉพาะ
ลี่หรงและหลี่ว์เส่าหวาพยายามหามาสองวันแล้ว ยังไม่เจอผู้จัดหาขนสัตว์ที่เหมาะสม
ถ้าพวกเธอต้องการก็ต้องไปหาซื้อจากคนเลี้ยงสัตว์เอง หรือไม่ก็ไปที่ตลาดแถวนั้น รอคนเลี้ยงสัตว์เอาขนสัตว์ออกมาขาย
แต่วิธีนี้มันช้าเกินไป!
ลี่หรงไม่สามารถมาเสียเวลาอยู่ที่เอ้อเอ่อร์ตัวซือนาน ๆ เพื่อหาซื้อขนสัตว์ได้ แถมยังเป็นไปไม่ได้ที่จะมาปักหลักอยู่ที่นี่ เพียงเพื่อรอซื้อขนสัตว์…
แบบนี้มันเปลืองทั้งคนเปลืองทั้งเงิน
พวกเขาคิดว่าคงซื้อขนสัตว์กลับไปไม่ได้แล้ว และรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้คงเสียเที่ยว แถมการผลิตในช่วงฤดูหนาวอาจจะได้รับผลกระทบอีกด้วย
เพราะตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ ตราบใดที่ยังไม่มีขนสัตว์
*[1] ขนแพะแคชเมียร์
ที่มา :ขนแคชเมียร์ (Cashmere) – ความรู้เรื่องผ้าและเส้นใย | ruedee