ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 347 แอปเปิล
บทที่ 347 แอปเปิล
เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นอาหารการกินยังไม่สมบูรณ์ เกษตรกรบางส่วนจึงลงมือเพาะปลูกจนเต็มพื้นที่ ไหนเลยจะกินข้าวที่เก็บเกี่ยวได้หมด แม้กระทั่งปีที่แล้วก็ยังมีข้าวเก่าเก็บอยู่เลย
การประชุมครั้งนี้จึงไม่ต้องให้หัวหน้าหมู่บ้านลำบากมาโฆษณาอะไรมาก
ได้ข่าวว่าจ้าวชิงซงจะมาสอนวิธีปลูกต้นแพร์ให้ใหม่ ไม่ว่าจะมีต้นแพร์อยู่ที่บ้านหรือไม่ ทุกคนต่างก็มาฟังกันทั้งนั้น
เพราะครั้งนี้จ้าวชิงซงให้ราคาที่สูงกว่าท้องตลาดตั้งสามเฟิน ชาวบ้านจึงคิดว่าจ้าวชิงซงนั้นเป็นคนดี ไม่เคยเอาเปรียบใคร
ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวชิงซงยังเต็มใจมาสอนการปลูกต้นแพร์ พวกเขาจึงปฏิบัติกับจ้าวชิงซงเป็นอย่างดี
ไม่มีใครขัดจังหวะคำพูดของจ้าวชิงซง จนกระทั่งเขาพูดจบ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันถามคำถามมากมาย
คำถามยอดนิยมคือ ทำไมต้นแพร์ของจ้าวชิงซงถึงออกผลมากมายขนาดนั้น?
นอกจากเรื่องปุ๋ยแล้ว ผลผลิตย่อมต้องมาจากการผสมเกสร
จ้าวชิงซงถามพวกเขาว่า “สวนผลไม้ของพวกคุณมีการวางรังผึ้งกันบ้างไหม?”
คำตอบที่ได้ย่อมเป็นเสียงปฏิเสธอย่างไม่ต้องสงสัย
มีข้อยกเว้นคือ ซ่งเสี่ยวซานกับหลี่ต้าไห่ อ้อ! แล้วก็มีลูกชายของป้าหลิวอีกคน พวกเขามักจะไปคุยกับจ้าวชิงหยางเลยได้วางรังผึ้งไว้ด้วย
การเลี้ยงผึ้งช่วยผสมเกสร ถ้าเป็นคนรุ่นหลังคงเป็นการผสมเกสรเทียม แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ประสบการณ์ของจ้าวชิงซงบอกว่าเข้าต้องพึ่งพารังผึ้ง
ถ้าอย่างนั้นพวกเขาคงอยากจะถามว่า แล้วทำไมต้นไม้ของชาวบ้านที่ไม่ได้วางรังผึ้งถึงติดผลด้วย?
แน่นอนว่าต้องมีผึ้งป่ามาบ้างสิ หากมีดอกไม้ก็ต้องมีน้ำผึ้ง ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีผึ้งมาหรอก
เพียงแต่จำนวนผึ้งอาจจะไม่ได้เยอะมาก พวกมันเลยช่วยผสมเกสรได้ในระดับหนึ่ง ผลผลิตเลยออกมาไม่เยอะอย่างที่คิดไว้
ปีนี้ชาวบ้านไม่ได้เอารังผึ้งมาวางไว้ในสวน มีเพียงแค่ขั้นตอนการดูแลรักษาต้นไม้ อย่างการใส่ปุ๋ยและฉีดยาฆ่าแมลง ซึ่งเหมือนกับที่บ้านของจ้าวชิงซงทำกับต้นแพร์ของเขาทุกประการ
ที่เป็นแบบนี้เพราะปีก่อนพวกเขายังไม่มีประสบการณ์ในการปลูก ทำให้ต้นแพร์เจอกับปัญหาศัตรูพืชเล่นงานไปครั้งหนึ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงผึ้งกลับมีคนเลี้ยงน้อยมาก เพราะการจะเลี้ยงผึ้ง ล้วนต้องใช้เงิน ชาวบ้านเพิ่งเริ่มปลูกพืชผล ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตเลย ใครจะยอมเสียเงินก้อนนี้กัน?
หลังจากได้รับคำอธิบายจากจ้าวชิงซง ชาวบ้านจึงเข้าใจว่า นอกจากจะต้องฉีดยาและใส่ปุ๋ยแล้ว ยังจะต้องเลี้ยงผึ้งอีกด้วย!
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าการผสมเกสรคืออะไร แต่ในใจได้ตัดสินใจแล้วว่า ปีหน้าจะต้องหาซื้อรังผึ้งมาวางไว้ในสวนผลไม้ให้ได้
ส่วนรังผึ้งที่บ้านของจ้าวชิงซงนั้นก็มีน้ำผึ้ง ครั้งนี้เขาตัดน้ำผึ้งออกมาขายเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะของแบบนี้ ขายในหมู่บ้านได้ราคาไม่ดี ต้องนำไปขายในเมืองใหญ่ถึงจะได้กำไรมาก ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง จ้าวชิงซงตัดสินใจเก็บไว้ทำน้ำผึ้งเดือนห้าต่อไปอีกสองปี
ส่วนลูกแพร์ที่ส่งมา จ้าวชิงซงยังคงร่วมมือกับติงลี่เหริน ขายอยู่แค่ในไม่กี่มณฑลใกล้เคียง ดังนั้น แม้ตอนนี้เขาจะทำธุรกิจผลไม้กับชิวเฉิงหาวที่เมืองหยาง แต่เขาไม่ได้พาชิวเฉิงหาวกลับไปรับลูกแพร์ด้วย
การขนส่งลูกแพร์กลับมาที่เมืองหยางนั้นไกลเกินไป แต่แน่นอนว่าชิวเฉิงหาวกับพวกเขาก็ไม่ได้รออยู่เฉย ๆ
ก่อนหน้านี้จ้าวชิงซงเพิ่งรับคนงานเพิ่ม ตอนนี้จ้าวชิงซงในฐานะเจ้านายจึงกลับไปรับลูกแพร์ ส่วนชิวเฉิงหาวก็พาลูกน้องไปรับส้มที่กว่างซี
ตอนนี้เป็นฤดูกาลส้มพอดี ที่นั่นมีผลไม้ให้กินตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับว่าสวรรค์จะเมตตาให้ข้าวให้น้ำหรือเปล่าเท่านั้นเอง
หลังจากจัดการเรื่องลูกแพร์เสร็จ จ้าวชิงซงจึงเดินทางไปที่ซานตง
แอปเปิลที่ซานตงนั้นมีชื่อเสียงมาก รวมถึงที่ซานซีด้วย จ้าวชิงซงจึงวางแผนไว้ว่าจะไปทั้งสองเมือง
เดิมทีติงลี่เหรินมีผู้จัดหาแอปเปิลที่เป็นคู่ค้าอยู่ที่ซานตง เมื่อรู้ว่าจ้าวชิงซงจะไปซานซี ติงลี่เหรินจึงขอตามไปด้วย
ที่ร้านผลไม้ของติงลี่เหรินในเมืองหลวง มีลูกค้ามากมาย ในฐานะเจ้าของร้าน หากจะปล่อยร้านไปบ้างคงไม่เป็นไร แต่ติงลี่เหรินได้ขับรถบรรทุกออกมาพร้อมกับลูกน้องคนหนึ่ง ตอนนี้ก็ต้องขับกลับไป ส่วนจ้าวชิงซงได้อาศัยรถของติงลี่เหรินไปเมืองหลวง เพื่อไปขายน้ำผึ้งด้วย
น้ำผึ้งสามารถขายได้ในราคาที่สูงมาก เพราะมันค่อนข้างหายาก และน้ำผึ้งของจ้าวชิงซงก็บริสุทธิ์ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องจะขายไม่ออก
แน่นอนว่าเขาให้ติงลี่เหรินเป็นคนขาย ติงลี่เหรินเป็นเจ้าของร้านผลไม้ รู้จักคนรวยเยอะ คนที่ซื้อผลไม้เป็นประจำ มีบ้านไหนที่ไม่มีเงินกันบ้าง?
การที่ขายผ่านติงลี่เหรินยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือเรื่องเงิน เพื่อให้พี่น้องได้ทำกำไรร่วมกัน
ติงลี่เหรินคงไม่ขายในราคาเดียวกับจ้าวชิงซง อย่างน้อยเขาต้องบวกราคาเพิ่มเข้าไปบ้าง เพราะยังไงเขาก็เป็นพ่อค้า! ดังนั้น พอน้ำผึ้งขึ้นรถของติงลี่เหรินจึงเท่ากับว่าขายให้เขาแล้ว จ้าวชิงซงเพียงรับเงินไปและไม่ต้องขายเอง
ในเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว จ้าวชิงซงเลยถือโอกาสกลับไปพักที่บ้านล้อมลานสักสองวัน
อันอันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจ้าวชิงซงจะกลับมา พอเขาเห็นผู้เป็นพ่อกลับมาก็ตามติดแจ
จ้าวชิงซงรู้ดีว่าตัวเองอยู่ข้างนอกมานานหลายปี เลยไม่ได้ว่าอะไรที่ลูกชายอายุเจ็ดแปดขวบแล้วยังมาติดพ่ออยู่แบบนี้
ส่วนต้าหนิวตอนนี้อยู่ที่บ้านล้อมลาน เขาสอบติดมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวงแล้ว ช่วงก่อนเปิดเทอมไม่กี่วัน เขาเลยมาอยู่ที่นี่ด้วย ในวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะมาอยู่ที่นี่สองวัน ตอนนี้ต้าหนิวสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว
นอกจากคุณแม่จ้าวและที่บ้านเขายังเรียกว่าต้าหนิวอยู่ แต่ตอนนี้จ้าวชิงซงกลับเรียกชื่อจริงของอีกฝ่ายแทน
ที่บ้านล้อมลานต้าหนิวอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับอันอัน นอกจากนี้ ยังมีหลี่เสี่ยวอ้ายอาศัยอยู่ที่บ้านล้อมลานด้วยเหมือนกัน
บ้านล้อมลานเลยคึกคักมาก
แต่ด้วยความที่ต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน หลี่เสี่ยวอ้ายจึงต้องทำใจดีกับจ้าวชิงซง
หลังจากอยู่เมืองหลวงได้สองวัน จ้าวชิงซงกับติงลี่เหรินจึงออกไปรับซื้อแอปเปิลกัน
อันอันใจหายวาบ รีบถามจ้าวชิงซงว่า “พ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ?”
จ้าวชิงซงกอดเขาไว้พลางพูดว่า “ปีใหม่ไง”
อันอันก้มหน้าลง แม้เขาจะไม่ร้องไห้ออกมา แต่ในใจยังรู้สึกเศร้า
จ้าวชิงซงและลี่หรงยังมีงานที่ต้องทำมากมาย ถึงแม้ลูกชายที่อยู่เมืองหลวงอย่างอันอันจะมีทุกอย่างพร้อม ไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร แต่คงห้ามให้อันอันคิดถึงพ่อกับแม่ไม่ได้
พวกเขาไปที่เมืองอวิ้นเฉิงก่อน
ติงลี่เหรินพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ครั้งนี้ฉันคงไม่ออกมาหรอก นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ออกมารับซื้อผลไม้ด้วยตัวเอง”
จ้าวชิงซงไม่พูดอะไร การออกมารับซื้อแอปเปิลในครั้งนี้ เขากับติงลี่เหรินนับว่าเป็นคู่แข่งกัน
จ้าวชิงซงวางแผนไว้แล้วว่าจะรับซื้อแอปเปิล เพื่อนำไปขายต่อที่เมืองหยาง
จ้าวชิงซงโทรไปหาชิวเฉิงหาว และบอกให้พวกเขารอจนกว่าตนเองจะเจรจารับซื้อแอปเปิลเสร็จแล้ว ค่อยให้พวกเขาขับรถมารับ
ติงลี่เหรินมีวิธีการของตัวเองในการรับซื้อแอปเปิลไปขายที่เมืองหลวง โดยไม่จำเป็นที่จ้าวชิงซงจะต้องสนใจ
จ้าวชิงซงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ว่าแต่คุณจะกลับไปไหม?”
คิ้วของติงลี่เหรินขมวดแทบจะติดกันอยู่แล้ว!
“นายอยากจะฮุบไว้คนเดียวเลยสิ!” ติงลี่เหรินโวยวาย “ดีจริง ๆ เลยนะเหล่าจ้าว ไปทำธุรกิจถึงเมืองหยางแล้วลืมเพื่อนอย่างฉันเลยรึไง!”
จ้าวชิงซงตอบกลับไปว่า “ถ้าฉันไม่สนใจนาย แล้วฉันจะพานายไปเก็บลูกแพร์ที่หมู่บ้านต้าเจียงรึไง!”
ที่ติงลี่เหรินพูดไปนั้นก็แค่หยอกเล่น เขาเลยยิ้มและพูดจาดี ๆ ออกมาอีกสองสามประโยค
เมื่อมาถึงเมืองอวิ้นเฉิง พวกเขายังต้องนั่งรถบัสต่อไปยังอำเภอจึงจะไปถึงแหล่งปลูกแอปเปิลได้
ในเวลาเดียวกันนั้น ชิวเฉิงหาวได้พาคนขนของจากเมืองหยางมาแล้ว
จ้าวชิงซงต้องวิ่งวุ่นไปทุกที่แบบนี้จะอ้วนขึ้นได้ยังไงกัน ลี่หรงรู้สึกสงสารจับใจ ประธานของหลานไห่อย่างเธอจึงลงมือเข้าครัวทำอาหารให้สามีด้วยตัวเอง…
ทั้งสองคนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ไม่กี่วัน จ้าวชิงซงทำงานเสร็จกลับบ้านก็พบว่าเลยเวลานัดแล้ว แต่ลี่หรงยังไม่กลับมา เขาคิดว่าเธอคงติดธุระที่หลานไห่ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่พอตกดึก เขาก็ยังไม่เห็นหน้าลี่หรง จ้าวชิงซงจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง