ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 348 ลักพาตัว
บทที่ 348 ลักพาตัว
ลี่หรงรู้สึกมึนงงเมื่อตื่นขึ้นมา
เธออยู่ที่ไหน?
เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?
แน่นอนว่าไม่มีใครตอบคำถามเหล่านี้
ลี่หรงส่ายหัวไปมา ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เธอรู้แค่ว่าตัวเองถูกขังอยู่ในพื้นที่รกร้างและดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานหลายปีแล้ว เพราะเธอได้กลิ่นฝุ่นและกลิ่นอับชื้น
ลี่หรงไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เธอไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว เพราะกลัวว่าจะไปโดนอะไรเข้า หากบอกว่าไม่กลัวก็คงจะโกหก ตอนนี้ใจเธอเต้นระรัวไปหมดแล้ว!
ลี่หรงพยายามตั้งสติ ด้านบนของห้องนี้มีรูอยู่รูหนึ่ง แสงแดดลอดผ่านมาตกกระทบพื้นเป็นลำแสงเล็ก ๆ กว้างไม่ถึงสองนิ้ว เธอจำได้ว่าหลังจากจัดการเรื่องของหลานไห่เสร็จ เธอกำลังจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ เหมือนว่าเธอจะได้กลิ่นฉุนรุนแรง พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
หลังจากค่อย ๆ รื้อฟื้นความทรงจำ ลี่หรงจึงหันไปมองที่แสงนั้นอีกครั้ง…
แสงแดดสาดส่องลงมาแบบนี้ คงเป็นเช้าวันใหม่แล้วสินะ
เธอรู้สึกกังวลมาก จ้าวชิงซงคงรู้แล้วว่าเธอหายไป ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นห่วงแค่ไหน ส่วนตอนนี้ลี่หรงก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ช่วงนี้เธอไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครไม่ใช่เหรอ?
แต่แบบนี้มันเป็นการลักพาตัวชัด ๆ!
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด อาจเพราะพระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อย แสงแดดอีกสองสายจึงส่องลงมาในห้อง ลี่หรงเลยมองเห็นโครงร่างเลือนรางภายในห้องได้ชัดเจนขึ้น
เธอคลำไปเจอประตูบานหนึ่ง แล้วรีบทุบประตู พลางร้องเรียกว่า “มีใครอยู่ข้างนอกไหม!”
เธอตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
ไม่น่าเป็นไปได้ เธอถูกมัดมาที่นี่ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ทิ้งคนไว้เฝ้าเธอเลย?
หรือว่าจะมีคนอยู่แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียง?
เวลานี้ลี่หรงเริ่มรู้สึกเวียนหัว น่าจะเป็นเพราะความหิว ตอนนี้เป็นวันที่สองแล้ว และเธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อคืน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ประตูถึงได้เปิดออก ชายต่างชาติร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มราวกับอสรพิษจ้องมองเหยื่อ “คุณลี่ ยังจำผมได้ไหม?”
ลี่หรงชะงัก เธอจำได้แน่นอน เพราะตั้งแต่มาที่เมืองหยาง เธอได้พบกับชายต่างชาติเพียงคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังนึกถึงเรื่องของอูตงหราน
แต่เรื่องมันนานมาแล้ว ลี่หรงไม่คิดว่าเขาจะคลั่งอะไรแบบนี้อีก
เธอจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไร
“ลืมแล้วเหรอ?” เหวยเจี๋ยปิดประตูแล้วเดินเข้ามาหา “ยัยตัวดี ฉันจะคิดบัญชีแค้นทั้งเก่าและใหม่ทีเดียวเลย!”
“แค้นอะไร?” ลี่หรงแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ก่อนที่จะรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่าย เธอไม่อยากทำให้อีกฝ่ายโกรธ เพราะตอนนี้สถานการณ์ไม่เป็นใจกับเธออย่างเห็นได้ชัด
“แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?” เหวยเจี๋ยเอื้อมมือไปบีบแก้มของลี่หรง “ถ้าฉันไม่ได้กลับประเทศและปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปหน่อย แกคงไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายมาหลายวันแบบนี้หรอก คิดเหรอว่าคนที่ทำให้ฉันไม่พอใจจะอยู่อย่างสงบสุขได้นานขนาดนั้น!”
เรื่องราวผ่านไปเกือบปี เหวยเจี๋ยยังคงไม่ลืมลี่หรง แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง หลังจากที่เขากลับประเทศและเพิ่งกลับมาที่เมืองหยางก็คิดถึงลี่หรงขึ้นมาทันที เขาเลยสั่งให้คนไปจัดการ จนในที่สุดจึงหาโอกาสจับตัวมาได้
เหวยเจี๋ยประกาศกร้าว “ครั้งนี้ฉันต้องล้างแค้นให้ได้!”
มือของอีกฝ่ายไม่ยอมผ่อนลงแม้แต่น้อย ลี่หรงทนไม่ไหวจึงยกมือขึ้นเพื่อแกะแขนของอีกฝ่ายออก “เหวย… ปล่อยฉัน!”
อะไรที่ได้มายากก็ยิ่งอยากได้มากขึ้น ลี่หรงจึงอยู่ในใจของเหวยเจี๋ยมาตลอด แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่เรียกว่าความชอบ เพียงแต่เขาถูกลี่หรงทำให้เสียหน้าและตอนนี้เขาต้องการเอาคืน
ผู้หญิงที่สวยและร้อนแรงขนาดนี้ เพียงแค่คิดว่าจะได้กดเธอลงใต้อาณัติของเขา เหวยเจี๋ยพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ลี่หรงรู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เมื่อเหวยเจี๋ยเริ่มยื่นมือเข้ามาดึงเสื้อของเธอออก
เสื้อของลี่หรงถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน พลันคิดว่าถ้ามีปืนสักกระบอกก็คงดี ลี่หรงจะเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเลเลย!
คนแบบนี้สมควรตายไปเถอะ!
เวลาคนเราถึงทางตัน มักจะปลดปล่อยแรงเฮือกสุดท้าย ลี่หรงถึงกับเหวี่ยงเหวยเจี๋ยกระเด็นไปชนกับข้าวของด้านข้าง
ร่างของเหวยเจี๋ยกระแทกจนมึนไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกเหมือนถูกยั่วโมโห เลยเอามือกุมหัวเบิกตาแดงก่ำมองหน้าลี่หรง แล้วสบถออกมาว่า “Fxxx!”
ลี่หรงวิ่งไปที่ประตู พบว่าไม่ว่าจะดึงยังไงก็เปิดไม่ออก ความสิ้นหวังพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
เหวยเจี๋ยเดินเข้ามาหาลี่หรง แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ตอนที่อีกฝ่ายพยายามจะควบคุมตัวเธออีกครั้ง ลี่หรงก็พุ่งเข้าชนทันที
สู้ให้ตายกันไปข้าง!
เหวยเจี๋ยไม่ใช่คนดีอะไร ตอนที่ลี่หรงขัดขืน เขายังยกมือขึ้นตบหน้าเธออย่างแรง ลี่หรงถูกตีจนรู้สึกมึนไปหมด เธอจับแขนของเหวยเจี๋ยแล้วกัดลงไปอย่างแรง เหวยเจี๋ยเจ็บมาก จึงจับหัวของลี่หรงโขกกับกำแพง ส่วนปากก็พ่นคำหยาบออกมาไม่หยุด
ในขณะที่ลี่หรงเกือบจะสิ้นหวังก็มีเสียงเตะประตูดังขึ้นจากข้างนอก
ลี่หรงรวบรวมแรงสุดท้ายตะโกนขอความช่วยเหลือ จากนั้นก็หมดสติไป
ด้านนอก จ้าวชิงซงพาคนมาด้วยจำนวนหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงของลี่หรง ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำ ใบหน้าที่ซีดเซียวของจ้าวชิงซง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขากังวลมากแค่ไหน ตั้งแต่เมื่อคืนที่ลี่หรงหายตัวไป เขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจตลอดทั้งคืน
หลังจากโทรหาสวีจิ้งตานแล้ว เมื่อได้ยินว่าลี่หรงหายตัวไป สวีจิ้งตานเลยให้ซ่งอี้เฉิงใช้เส้นสายของตัวเองเพื่อช่วยตามหาลี่หรง
จ้าวชิงซงตั้งสติได้จึงถามสวีจิ้งตานว่า ช่วงที่ลี่หรงมาทำธุรกิจที่นี่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครบ้างหรือเปล่า
ตอนแรกสวีจิ้งตานบอกว่าไม่มี เพราะหลานไห่ไม่เคยมีเรื่องกับใครตั้งแต่ก่อตั้งมา
แต่พอกลับไป สวีจิ้งตานจึงนึกขึ้นได้ว่าปีก่อนช่วงใกล้ตรุษจีน หลานไห่เคยมีเรื่องขัดหูขัดตากับผู้ค้าส่งอยู่บ้าง
เธอจึงเล่าทุกอย่างที่นึกออกเท่าที่จำได้
จ้าวชิงซงใช้เวลาทั้งคืนเค้นเอาข้อมูลจากโรงพัก จนในที่สุดก็ได้เบาะแส พวกเขาได้ไปหาอูตงหรานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมือง พร้อมนำกำลังจับกุมและเค้นสอบปากคำ จนได้ความจริงว่าตัวการคือเหวยเจี๋ย
ผ่านไปหนึ่งคืน จ้าวชิงซงรู้สึกกังวลใจมาก เขากลัวว่ายิ่งช้า ลี่หรงจะยิ่งได้รับอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
แต่ไม่รู้ว่าเหวยเจี๋ยคิดอะไรอยู่ ถึงได้สั่งให้คนจับตัวลี่หรงกลับมา คงต้องการปล่อยให้เธอหิวโหยทั้งคืน เพื่อให้รู้สึกสิ้นหวัง แล้วค่อยจัดการทีหลังอย่างแน่นอน
เพราะคิดว่าคงไม่มีใครตามมาได้เร็วขนาดนี้
เมื่อแน่ใจว่าลี่หรงอยู่ข้างใน จ้าวชิงซงจึงสั่งให้คนของเขาทุบประตูเข้าไป
เหวยเจี๋ยเห็นคนจำนวนมาก จึงรู้ว่าลูกน้องที่อยู่ข้างนอกคงถูกจัดการหมดแล้ว แต่เขายังไม่เกรงกลัว กลับยิ้มเยาะยกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้ “ฉันเป็นถึงแขกของพวกนาย…”
เขาคิดว่าการเป็นแขกหรือเป็นชาวต่างชาติคือเครื่องรางป้องกันความตาย พวกคนจีนคงไม่กล้าทำอะไรเขาแน่ แต่เขายังพูดไม่จบประโยค จ้าวชิงซงก็พุ่งเข้ามาชกเขาเป็นที่เรียบร้อย!
จ้าวชิงซงกระแทกหมัดส่งเหวยเจี๋ยลงไปกองกับพื้น ก่อนจะนั่งคร่อมแล้วใช้กำปั้นสั่งสอนอย่างโหดเหี้ยม นอกจากช่วงที่ออกรบในค่ายทหารเมื่อหลายปีก่อน เขาก็ไม่เคยเกลียดใครมาก จนอยากจะฆ่าให้ตายคามือแบบนี้มาก่อน
ตอนแรกเหวยเจี๋ยยังสู้กลับ แต่พอถูกจ้าวชิงซงจับตัวไว้ได้ เขาก็ได้แต่นอนนิ่งโดนต่อยอยู่ฝ่ายเดียว
พอประตูเปิดกว้าง จึงมองเห็นเหตุการณ์ในห้องได้ชัดเจน
เหวยเจี๋ยถูกซ้อมจนสะบักสะบอม ใบหน้าบวมแดง ปากแตกเลือดไหล เมื่อเห็นท่าว่าเรื่องราวเริ่มจะร้ายแรงขึ้น คนอื่น ๆ ที่มาด้วยกันจึงเริ่มเข้าไปห้ามจ้าวชิงซง