ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 349 ข้อยกเว้น
บทที่ 349 ข้อยกเว้น
ลี่หรงค่อย ๆ ฟื้นคืนสติมองภาพตรงหน้า จากเฉยเมยเป็นตกตะลึง เธอฝืนความเจ็บปวดที่ศีรษะแล้วดึงตัวจ้าวชิงซงเข้ามา
ไม่คุ้มค่าเลยที่เขาจะต้องแบกรับโทษทัณฑ์ในคุกเพราะคนชั้นต่ำแบบนี้!
เมื่อจ้าวชิงซงถูกดึง เขารีบมองลี่หรงทันที “คุณเป็นยังไงบ้างครับ?”
ลี่หรงสวมเสื้อเชิ้ต กระดุมสามเม็ดบนเสื้อถูกกระชากจนหลุดออก จ้าวชิงซงจึงถอดเสื้อนอกของตัวเองออกมาห่อตัวลี่หรงไว้ “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ”
ลี่หรงพอรู้ตัวว่าปลอดภัยแล้ว อาการปวดหัวทำให้เธอหมดสติไปในที่สุด
จ้าวชิงซงอุ้มลี่หรงขึ้น มองเย่เหลยกับพวก “ขอฝากเจ้านี้ไว้กับพวกนายแล้วกัน”
“วางใจเถอะพี่เขย ผมรู้ว่าต้องจัดการยังไง!”
เมื่อคืนเย่เหลยรู้ว่าลี่หรงหายไปก็ช่วยกันตามหา พอจ้าวชิงซงพาลี่หรงไปแล้ว เขาจึงมองเหวยเจี๋ยที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น แล้วเตะเข้าไปหลายที
กล้าดียังไงมาทำกับพี่สาวเขาแบบนี้ คอยดูเถอะ!
จ้าวชิงซงพาลี่หรงส่งโรงพยาบาล เพราะบนศีรษะมีบาดแผลเห็นได้ชัด การตรวจจึงใช้เวลานานขึ้น จ้าวชิงซงยิ่งรอนานยิ่งรู้สึกทรมานใจ
ในที่สุดหมอก็ออกมา จ้าวชิงซงรีบรุดเข้าไปถามทันที “คุณหมอครับ ภรรยาผมเป็นยังไงบ้าง?”
“เธอมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองเล็กน้อย แต่ตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้เดือนครึ่งแล้ว ยังไงก็ต้องพักผ่อนให้มาก ๆ นะครับ…”
จ้าวชิงซงถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สีหน้าดูประหลาดใจ “ตั้งครรภ์งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก”
หมอหน้าเสีย นึกว่าผู้ชายคนนี้อาจจะไม่อยากมีลูก จึงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก พวกคุณอายุยังน้อย หากไม่ได้คุมกำเนิดก็ต้องท้องสิ หรือว่าคุณไม่อยากมีลูก?”
หมอเป็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าปี กำลังอยากจะสั่งสอนเด็กหนุ่มคนนี้เสียเหลือเกิน
จ้าวชิงซงพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ครับคุณหมอ แต่ผมทำหมันไปนานแล้ว”
หมอไม่ได้แปลกใจอะไร “เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ อาจจะเว้นช่วงนานเกินไป ไหมหลุดหมดแล้วมั้ง เดี๋ยวคุณไปตรวจดูอีกทีแล้วกัน….”
จ้าวชิงซงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย แล้วเดินกลับไปที่ห้องพัก
สวีจิ้งตานได้ยินว่าเจอตัวลี่หรงแล้วจึงรีบมาดู เห็นลี่หรงบาดเจ็บจนต้องพันผ้าพันแผลบนศีรษะก็โมโห “ใครกันช่างเลวทรามขนาดนี้! ทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีก!”
“คุณหมอบอกว่าต้องรออีกสักพัก” คุณหมอยังบอกอีกว่าให้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักสองสามวันจะดีกว่า จ้าวชิงซงเห็นว่าลี่หรงยังไม่ฟื้น จึงให้สวีจิ้งตานช่วยดูแลลี่หรงที่นี่ ส่วนเขาจะกลับบ้านไปเก็บข้าวของที่จำเป็นและเตรียมอาหารมาให้ลี่หรง
ลี่หรงมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองเล็กน้อย จ้าวชิงซงกังวลว่าลี่หรงตื่นมาจะกินอะไรไม่ลง จึงต้มโจ๊กเนื้อสับมาให้ นอกจากนั้นยังซื้อนมและผลไม้มาด้วย
พอเขากลับมาถึงโรงพยาบาล ลี่หรงก็ฟื้นแล้ว
เธอมีอาการเวียนศีรษะและอาเจียนเล็กน้อย สวีจิ้งตานจะออกไปซื้อของกินมาให้ เธอบอกว่ากินไม่ลง ไม่อยากรบกวนสวีจิ้งตาน
ตอนที่จ้าวชิงซงมาถึง ลี่หรงเพิ่งอาเจียนเสร็จ เนื่องจากไม่ได้ทานอะไรเข้าไป เธอจึงอาเจียนออกมาแต่น้ำย่อย ใบหน้าของเธอซีดเซียว
“เสี่ยวจ้าวกลับมาแล้วเหรอ เสี่ยวหรงทานอะไรไม่ลงเลย…”
จ้าวชิงซงพยักหน้า “ครับน้าตาน คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมเกรงใจ เดี๋ยวผมอยู่ที่นี่เองครับ”
“พูดอะไรแบบนั้น” สวีจิ้งตานทำสีหน้าไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก “ช่วงนี้ให้เสี่ยวหรงพักผ่อนมาก ๆ เรื่องหลานไห่ไม่ต้องกังวล มีอะไรก็บอกฉันได้”
ลี่หรงพยักหน้า
เรื่องราวที่หลานไห่มีมากมาย สวีจิ้งตานเองก็ช่วยอะไรเธอตรงนี้ไม่ได้ จึงขอตัวกลับไปก่อน
จ้าวชิงซงวางสัมภาระไว้ข้าง ๆ จากนั้นก็ตักโจ๊กในกล่องข้าวใส่ถ้วยเตรียมไว้ แล้วประคองให้ลี่หรงนั่งลง ก่อนจะลงมือป้อนเธอ
ลี่หรงส่ายหน้าเบา ๆ
“กินสักหน่อยเถอะครับ คุณไม่ได้กินอะไรมาตั้งนานเท่าไหร่แล้ว”
ลี่หรงกำลังจะเอ่ยปาก กลับรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จ้าวชิงซงโอบกอดหลี่หรงไว้ ปลอบโยนพร้อมป้อนข้าวต้มจนหมดไปเกือบครึ่งถ้วย
เขาช่วยพยุงหลี่หรงขึ้นพิงหมอนหนุนหลังอย่างเบามือ ก่อนเอ่ยถามว่า “อยากทานผลไม้ไหมครับ?”
หลี่หรงพยักหน้า จ้าวชิงซงจึงปอกกล้วยให้หนึ่งลูก แล้วค่อย ๆ ยื่นไปใกล้ริมฝีปาก
หลี่หรงไม่ได้มีความเกรงใจใด ๆ ไม่คิดจะเอื้อมมือไปหยิบเอง แต่กลับอ้าปากงับกล้วยที่จ้าวชิงซงป้อน รอจนเธอทานหมดคำ เขาก็ปอกกล้วยป้อนให้ใหม่
จ้าวชิงซงทิ้งเปลือกกล้วยลงถังขยะ ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียงข้าง ๆ เขาโอบกอดหลี่หรงไว้แนบอก แล้วค่อย ๆ เล่าเรื่องที่เธอตั้งครรภ์ให้ฟัง
ลี่หรงกับจ้าวชิงซงคิดเหมือนกันในวินาทีแรก “ตรวจผิดหรือเปล่าคะ คุณทำหมันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“คุณหมอบอกว่าเวลาผ่านไปนาน อาจจะทำให้ไหมหลุด เดี๋ยวผมจะไปตรวจวันหลังนะครับ”
หลังจากทานอะไรเสร็จ สมองของลี่หรงก็ปลอดโปร่งขึ้น เธอเงยหน้ามองจ้าวชิงซง พยายามหาสีหน้าที่ผิดปกติจากเขา
น่าเสียดายที่ไม่พบ
ลี่หรงจ้องมองจ้าวชิงซงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “คุณไม่กังวลบ้างเหรอคะ?”
“ผู้ชายทั่วไป ถ้าทำหมันไปแล้วแต่ภรรยาดันท้อง ไม่ใช่ว่าต้องสงสัยก่อนเลยเหรอว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง?”
พูดตามตรง ในหัวของหลี่หรงตอนนี้กำลังจินตนาการถึงฉากดราม่าในนิยายรัก ที่พระเอกกับนางเอกเข้าใจผิดกัน จนทำให้คนอ่านลุ้นตัวโก่ง
“กังวลอะไรกันครับ?” จ้าวชิงซงหัวเราะ “ก็ต้องเป็นลูกของผมสิ เพียงแต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเร็วแบบนี้”
จ้าวชิงซงบอกให้หลี่หรงอย่าคิดมาก พักผ่อนให้สบาย
ส่วนเรื่องตรวจนั้นต้องไปตรวจอยู่แล้ว
แน่นอนว่าไม่ใช่การสงสัยในตัวลี่หรง แต่เป็นการตรวจสอบเพื่อดูว่าถ้าจริง ๆ แล้วเป็นเพราะไหมเย็บจากการผ่าตัดครั้งก่อนหลวม จ้าวชิงซงจะต้องเตรียมการผ่าตัดใหม่อีกครั้ง
ลี่หรงพูดว่าเมื่อเธอคลอดลูกคนนี้แล้ว เธอจะไม่ขอมีลูกอีก
เหวยเจี๋ยอยู่ในประเทศที่เป็นประเทศทุนนิยม เมื่อเขาเข้าไปข้างในสถานีตำรวจ เขาไม่ได้กลัวเลยสักนิด ร้องเอะอะว่าอยากติดต่อใครสักคน
ทางสำนักงานติดต่อให้เขาแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นใครมาก็ไม่สามารถพาเขาออกไปได้
เหวยเจี๋ยเพิ่งจะรู้ตอนนี้ว่าเริ่มกังวล แล้วเริ่มร้องว่าเขาเป็นแขกต่างชาติ และควรได้รับการเคารพ…
คำพูดนี้ทำให้คนที่คุมเขาอยู่ถึงกับหัวเราะออกมา
แขกบ้านแขกเมืองคือคนที่มาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หรือไม่ก็เป็นมิตรต่างชาติที่ทำคุณประโยชน์ให้กับบางพื้นที่
อย่างเหวยเจี๋ยนี่ อย่างมากก็แค่ปรสิตตัวหนึ่ง
มีซ่งอี้เฉิงคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เหวยเจี๋ยเลยลำบากหน่อยในช่วงนี้
หลังจากจ้าวชิงซงจัดการเรื่องของลี่หรงเสร็จแล้ว เขาจึงเริ่มจัดการเรื่องของเหวยเจี๋ย
เหวยเจี๋ยเป็นผู้จัดการโรงงานในท้องถิ่นที่เมืองหยาง เนื่องจากเขาไม่สามารถหาลี่หรงพบ เขาจึงไปที่เมืองหลานไห่เพื่อไปหาสวีจิ้งตาน และได้เสนอเงื่อนไขมากมาย เพียงเพื่อต้องการให้สวีจิ้งตานช่วยบอกลี่หรงให้ใจอ่อนยอมปล่อยตัวเขา
สวีจิ้งตานปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวและสั่งให้คนไล่คนของเหวยเจี๋ยออกไป!
แน่นอนว่าเหวยเจี๋ยไม่ได้จบลงด้วยดี เพราะเขาเป็นชาวต่างชาติจึงถูกส่งตัวกลับประเทศ
แต่พอเขาออกมาจากที่นั่นก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด…
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เพราะลี่หรงตั้งครรภ์ จ้าวชิงซงจึงค่อนข้างกังวลเรื่องการเดินทางไกลกลับเมืองหลวง จึงตัดสินใจอยู่ฉลองปีใหม่ที่เมืองหยางแทน
แต่เรื่องที่ยากคือจะบอกเรื่องนี้กับอันอันอย่างไร?
ทั้งสองคนปรึกษากันอยู่พักหนึ่ง จึงตัดสินใจบอกไปตามตรง