ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 350 แผนการ
บทที่ 350 แผนการ
อันอันได้ยินว่าตัวเองกำลังจะมีน้องก็รู้สึกตื่นเต้นไปทั้งตัว “ผมกำลังจะเป็นพี่ชายแล้วใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้วจ้ะ” ลี่หรงเป็นคนคุยกับอันอันเอง พอเห็นอีกฝ่ายดีใจ เธอจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลว่าอันอันจะไม่ชอบใจเสียอีก
“แล้วอันอันจะได้เจอตอนไหนครับ?”
“เอ่อ… ต้องรอปีหน้าจ้ะ แต่ว่าแม่มีเรื่องจะบอกลูกด้วย” ลี่หรงหยุดไปครู่หนึ่ง เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรดี พลางมองไปที่จ้าวชิงซงอย่างลังเล ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “หรือว่าเรากลับบ้านกันดีไหมคะ? พวกเราไม่ได้อยู่กับเจ้าตัวเล็กมาหนึ่งปีแล้ว…”
จ้าวชิงซงบีบแขนลี่หรงเบา ๆ แล้วรับโทรศัพท์มาจากมือเธอ “อันอัน”
“พ่อครับ!”
“แม่ท้องอยู่ นั่งรถไกล ๆ ไม่ได้นะ ปีใหม่นี้พ่อกับแม่น่าจะไม่ได้กลับแล้ว ลูกกลับไปเล่นกับปู่ย่า แล้วก็พี่ชายที่หมู่บ้านดีไหม?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วได้ยินอันอันโวยวายขึ้นมาแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน “ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา!” อันอันเริ่มสะอื้น “พ่อบอกว่าปีใหม่จะกลับมา พ่อโกหก!”
จ้าวชิงซงเม้มปาก ลี่หรงพยายามจะรับโทรศัพท์ไปพูดด้วย แต่ถูกจ้าวชิงซงผละออกเสียก่อน
รออยู่หลายนาที อารมณ์ของอันอันดูเหมือนจะผ่อนคลายลงแล้ว จ้าวชิงซงจึงพูดเบา ๆ ว่า “ยกโทษให้พ่อสักครั้งได้ไหมครับอันอัน ตอนนี้แม่ไม่ค่อยสบาย…”
“ให้ฉันคุยเองเถอะค่ะ!” ลี่หรงทนฟังเสียงลูกชายไม่ไหว เธอจึงรอให้จ้าวชิงซงค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมไม่ไหวแล้ว
ลี่หรงรับโทรศัพท์ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “อันอันจ๋า แม่เองนะ ปีใหม่นี้ลูกกลับไปเที่ยวที่หมู่บ้านกับคุณปู่คุณย่าสักพักได้ไหมจ๊ะ? ปู่ย่าเองก็ไม่ได้กลับหมู่บ้านนานแล้ว ต้องให้อันอันกลับไปเยี่ยมพวกท่านสักครั้ง แล้วแม่จะกลับไปหา พาอันอันไปเที่ยวด้วยกันนาน ๆ เลย”
“นาน ๆ นี่นานแค่ไหนครับ?” อันอันไม่เข้าใจ
“อืม ประมาณสองสามเดือนได้ไหม?” ลี่หรงวางแผนไว้สองสามเดือน แต่จริง ๆ แล้วเธอก็มีแผนอื่นอีก แต่เนื่องจากยังไม่ได้ตัดสินใจ เธอจึงไม่คิดที่จะพูด
อันอันเชื่อฟังลี่หรงมาก แค่เธอพูดปลอบไม่กี่คำ อันอันก็หายงอนแล้ว อีกทั้งยังรู้ว่าแม่ตั้งครรภ์เลยลำบาก จึงบอกให้ลี่หรงดูแลตัวเองดี ๆ
ไม่รู้ว่าใครสอนให้พูดแบบนี้ รู้แค่ว่าลี่หรงฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แถมยังรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก สำหรับเรื่องอนาคต เธอคิดว่าควรจะวางแผนกับจ้าวชิงซงใหม่ให้ดี
ลี่หรงหาเงินมากมายเพื่อให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข ถ้าต้องแยกอยู่กับลูกชายอันเป็นที่รักไปนาน ๆ แบบนี้ อันอันจะมีความสุขหรือ?
จุดประสงค์แรกเริ่มก็เพื่อลูก ลี่หรงไม่มีทางพูดหรอกว่า ที่แม่ต้องออกไปทำงานหนักก็เพื่อลูก…
พูดแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ ให้ดูที่การกระทำดีกว่า
ดูสิว่าที่จริงแล้วเด็ก ๆ ต้องการอะไร?
หลังจากคุยกับอันอันเสร็จ จ้าวชิงซงจึงคุยกับแม่ของเขาต่อ
แม่ของจ้าวชิงซงดีใจมากที่รู้ว่าลี่หรงท้อง แต่พอรู้ว่าทั้งคู่จะไม่กลับบ้านในปีนี้เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพวกเขา “อยู่ข้างนอกใครจะดูแลเล่า ไป ๆ มา ๆ กลับบ้านเรามันก็สะดวกกว่า…”
“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ พวกผมมีประสบการณ์แล้ว” จ้าวชิงซงปลอบ
หลังจากปลอบแม่ไปสองสามประโยค จ้าวชิงซงก็พูดความคิดของเขาออกมา “ปีนี้พวกเราไม่กลับไปแล้ว พ่อกับแม่จะกลับไปฉลองปีใหม่ที่หมู่บ้านต้าเจียงไหมครับ? เดี๋ยวให้ต้าหนิวช่วยซื้อตั๋วรถไฟให้…”
คุณแม่จ้าวรู้สึกว่าข้อเสนอนี้ดี จึงตอบตกลงว่า “เข้าใจแล้ว เดี๋ยวแม่จะบอกกับต้าหนิวอีกที”
เรื่องที่ลี่หรงตั้งครรภ์ นอกจากจ้าวชิงซงแล้ว ตอนนี้ที่เมืองหยางยังไม่มีใครรู้
ปีก่อนโรงงานเริ่มทยอยปล่อยคนงานหยุดพัก ส่วนคนงานได้รับค่าจ้างก็กลับบ้านเกิดด้วยความยินดี
สองปีมานี้โรงงานขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้มีคนงานในโรงงานรวมกับพนักงานออฟฟิศประมาณสามร้อยคน ผลผลิตปีนี้มากกว่าปีที่แล้วมาก รวมถึงเงินปันผลเช่นกัน
แต่ปีนี้เพิ่งจะใช้หนี้สามแสนที่ยืมผู้จัดการจ้าวไป หลังจากได้เงินคืนไปแล้ว เห็นว่าหลานไห่กำลังไปได้สวย จึงคะยั้นคะยอให้ลี่หรงกู้เพิ่มอีกสักสี่ห้าแสน
เขามาหาถึงที่เพื่อให้กู้เงินทีเดียว…
เมื่อทำธุรกิจกับสวีจิ้งตานมานาน ลี่หรงรู้ดีว่าอย่างการที่ธนาคารเร่งให้กู้เงินแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากในอนาคตยิ่งบริษัทใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งเป็นหนี้ธนาคารมากเท่านั้น เรียกอีกอย่างว่าหนี้สิน
ยิ่งมีหนี้สินมาก ยิ่งล้มละลายยาก เพราะถ้าอยากจะปิดกิจการ ธนาคารคงไม่ยอมแน่ พวกเขาต้องหาวิธีช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นใครจะใช้หนี้เล่า?
ปลายปีแบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากได้ผลงานทั้งนั้น จ้าวเหวินหลินผู้จัดการธนาคารก็อยากจะทำยอดบัตรเครดิตให้ได้เยอะ ๆ จะได้สบายใจเฉลิมฉลองปีใหม่ แต่ดูเหมือนลี่หรงยังคงปฏิเสธ
ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการกู้เงิน เพียงแต่ขอให้ผ่านช่วงปีใหม่ไปก่อนค่อยว่ากันอีกที
ฝ่ายการเงินของหลานไห่ใกล้จะหยุดยาวแล้ว ไม่อยากให้ต้องยุ่งยากวุ่นวายในช่วงนี้
เมื่อรู้ว่าลี่หรงไม่กลับเมืองหลวงช่วงปีใหม่ สวีจิ้งตานเลยชวนลี่หรงกับจ้าวชิงซงไปกินข้าวที่บ้านเธอ
แต่ลี่หรงก็ปฏิเสธไป
ถึงแม้จะไม่ได้กลับเมืองหลวง มีเพียงเธอกับจ้าวชิงซงแค่สองคน พวกเขาก็ไม่รู้สึกเหงา
ท้องของสวีจิ้งตานเริ่มใหญ่ขึ้น คาดว่าอีกสองเดือนคงจะคลอดแล้ว
ส่วนลี่หรงก็ท้องอยู่เหมือนกัน ตอนนี้สวีจิ้งตานอาศัยอยู่กับครอบครัวสามี ลี่หรงไม่รู้ว่าบ้านอื่นเขามีข้อห้ามอะไรหรือเปล่า จึงไม่ได้ตั้งใจจะไปรบกวน
ลี่หรงกับจ้าวชิงซงตกลงกันแล้วว่า พอผ่านวันตรุษจีนวันที่สองไป พวกเขาจะไปอวยพรปีใหม่ให้เพื่อน ๆ ที่เมืองหยาง
ทั้งสองคนยังคงพักอยู่ที่บ้านหลังเล็กของสวีจิ้งตาน แน่นอนว่าตั้งแต่จ้าวชิงซงย้ายเข้ามา ส่วนลี่หรงเป็นคนจ่ายค่าเช่าให้สวีจิ้งตานตลอด
จ้าวชิงซงไม่เคยนึกอยากจะซื้อบ้านที่เมืองหยาง เพราะในอนาคต พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะปักหลักที่นี่ ตอนนี้ลี่หรงทำงานอย่างมากก็แค่สิบหรือยี่สิบปี สุดท้ายต้องกลับเมืองหลวงอยู่ดี
ช่วงก่อนหน้านี้ลี่หรงเองก็ไม่มีเงินมากนัก แต่หลังจากทำงานหนักมาตลอดปีนี้ เธอจึงมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย
ลี่หรงถามจ้าวชิงซงว่า “หลังปีใหม่ เราไปดูบ้านสักหลังหรือไม่ก็หาที่ดินไว้ปลูกบ้านกันดีไหมคะ?”
“ทำไมถึงคิดจะซื้อบ้านที่นี่ล่ะครับ? ต่อไปไม่กลับเมืองหลวงแล้วหรือ?”
“แน่นอนว่าต้องกลับค่ะ แต่ซื้อไว้เพื่ออยู่ตอนทำงานที่นี่ ต่อไปถ้าไม่อยู่แล้วค่อยขายต่อ ตอนนี้ยังมีเงินอยู่ เลยอยากทำอะไรสักอย่าง”
ลี่หรงยิ้ม
“งั้น…” จ้าวชิงซงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “งั้นค่อยรอดูอีกทีแล้วกันนะครับ”
เขาไม่ได้ทำทีเป็นรับปากลี่หรงไปอย่างนั้น เพราะตอนที่คุยกับเพื่อนเรื่องอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองหยาง เขาก็คิดว่ามันน่าสนใจไม่น้อย…
การฉลองปีใหม่ของคนสองคนนั้นเรียบง่าย พวกเขาเพียงทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน หลังจากทานอาหารเสร็จ จ้าวชิงซงก็กอดลี่หรงนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา พอถึงเวลาก็โทรศัพท์กลับไปที่หมู่บ้านต้าเจียง
หลังจากที่ต้าหนิวไปเรียนที่เมืองหลวง จ้าวชิงหยางจึงได้ติดตั้งโทรศัพท์ที่บ้าน ทำให้ตอนนี้สะดวกสบายมาก
พอรู้ว่าเป็นลี่หรงโทรมา เหอซิ่งก็ไม่รีบพูดด้วย เธอเพียงรับสายแล้วเรียกอันอันให้มาคุยกับลี่หรงก่อน
อันอันรู้สึกแย่ไปพักหนึ่งตอนที่รู้ว่าพ่อกับแม่จะไม่กลับมาฉลองปีใหม่ด้วย แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำใจได้แล้ว
พอรับโทรศัพท์ อันอันเลยพูดด้วยความดีใจว่า “แม่ครับ”
ลี่หรงพูดด้วยความเอ็นดูว่า “ลูกแม่” แล้วถามว่า “วันนี้ทานอะไรไปบ้าง แล้วออกไปเล่นกับใครบ้างจ๊ะ?”
อันอันเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่บ้านให้ลี่หรงฟังอย่างไม่หยุดปาก
ลี่หรงฟังเงียบ ๆ หากตรงไหนน่าสนใจก็ค่อยหัวเราะ เพื่อตอบกลับอีกฝ่าย