ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 352 บ้านตระกูลโอว
บทที่ 352 บ้านตระกูลโอว
แม่ของซ่งเฉิงยิ้ม เรื่องแบบนี้ คนมีประสบการณ์จะดูออกง่ายมาก เพียงแต่สวีจิ้งตานไม่แน่ใจนัก คงเป็นเพราะลี่หรงไม่ได้บอกเธอ ไม่รู้ว่าทำไมลี่หรงถึงไม่บอก แต่แม่ของซ่งอี้เฉิงไม่อยากพูดเรื่องของคนอื่น เลยไม่ได้พูดต่อ
ก่อนไปอวยพรปีใหม่โอวเจิ้งเต๋อ ลี่หรงตั้งใจไปซื้อของขวัญปีใหม่ราคาแพง พวกผลไม้ขนมอะไรพวกนี้ เธอไม่เคยติดต่อกับโอวเจิ้งเต๋อมาก่อน เลยไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกมาหรือเปล่า
ที่อยู่บ้านของโอวเจิ้งเต๋อ ลี่หรงรู้มาจากซ่งอี้เฉิง ตอนแรกเขายังรู้สึกลังเล ไม่เข้าใจว่าลี่หรงถามถึงโอวเจิ้งเต๋อทำไม ถึงแม้ว่าลี่หรงจะเป็นเพื่อนที่ดีของสวีจิ้งตาน แต่ซ่งอี้เฉิงก็ไม่สามารถบอกที่อยู่ของสมาชิกพรรคแบบส่งเดชได้
หลังจากที่ลี่หรงเอ่ยถึงคำสั่งเสียของอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ซ่งอี้เฉิงถึงได้เอ่ยปากขึ้น
เมื่อมาถึงหอพักของหน่วยงาน ลี่หรงต้องการเข้าไปข้างใน แต่ถูกยามขวางไว้ แล้วถามลี่หรงว่าต้องการมาหาใคร ลี่หรงจึงบอกว่าจะมาอวยพรปีใหม่ท่านนายกเทศมนตรีโอว
ช่วงนี้มีคนมาหาท่านนายกเทศมนตรีเยอะ ใคร ๆ ก็อยากจะใช้ช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้สร้างสัมพันธ์ที่ดีทั้งนั้น
ยามจึงโทรศัพท์ไปที่บ้านตระกูลโอว สิ่งที่ลี่หรงคาดไม่ถึงคือ อีกฝ่ายกลับอนุญาตให้พวกเขาเข้าไป แถมยังชี้ทางให้ลี่หรงอีกด้วย
หลังจากกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว พวกเขาทั้งสองก็เดินเข้าไปข้างใน บริเวณนั้นมีบ้านเดี่ยวหลังเล็ก ลี่หรงหยุดอยู่ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกไว้ จ้าวชิงซงเดินไปข้างหน้าแล้วกดกริ่งประตู
ไม่นานนักก็มีคนออกมาเปิดประตูพร้อมกับยิ้มทัก แล้วถามว่าเธอแซ่ลี่หรือไม่?
เมื่อเข้าไปข้างในก็พบกับโอวเจิ้งเต๋อนั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่น
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ความกังวลในใจของลี่หรงก็หายไปราวกับปาฏิหาริย์ เธอคิดว่า คณะกรรมการพรรคประจำเมืองอย่างเขากับหลานไห่ในตอนนี้ ก็นับว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองหยางเหมือนกัน
เมื่อนึกถึงหลานไห่ ลี่หรงก็รู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอมาที่นี่เพียงเพื่อเยี่ยมเยียนโอวเจิ้งเต๋อ ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีเป็นพิเศษแต่อย่างใด ปราศจากผลประโยชน์ทั้งสิ้น
ลี่หรงยิ่งวางตัวสบาย ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณโอว”
หลังจากนั้น จ้าวชิงซงก็เอ่ยทักทายตาม
เดิมทีโอวเจิ้งเต๋อทำสีหน้าบึ้งตึง แต่เพราะลี่หรงเรียกเขาว่าคุณโอว จึงทำให้สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย
“เชิญนั่งก่อน” เขาผายมือเชื้อเชิญลี่หรงและจ้าวชิงซง
จากนั้นเขาก็รินชาให้ลี่หรงและจ้าวชิงซง โอวเจิ้งเต๋อมองลี่หรงและจ้าวชิงซงสลับกันไปมา พร้อมกับพูดเป็นนัยว่า “ไม่เลวเลยนะ อยู่ที่เมืองหยางตั้งสองปีกว่าจะมาหาฉันได้”
ลี่หรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจสาเหตุในทันที “อาจารย์หยวนเล่าให้คุณฟังหมดแล้วเหรอคะ?”
ความจริงแล้วลี่หรงจะมาหาเขาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเมืองหยางเลยก็ได้ แต่ลี่หรงหลับเลือกอาศัยความสามารถและความพยายามของตัวเอง ทำให้โอวเจิ้งเต๋อได้รับรู้แล้วว่ามีคนที่นิสัยแบบนี้อยู่ที่นี่ด้วย
มิน่าล่ะ พอพนักงานรักษาความปลอดภัยโทรมาบอกว่าลี่หรงมา โอวเจิ้งเต๋อถึงได้รีบให้เข้ามาทันที
เฉินหว่าน ภรรยาของโอวเจิ้งเต๋อเดินเข้ามาถามว่า “นี่หรือคะคุณลี่ที่คุณมักจะพูดถึงบ่อย ๆ?”
โอวเจิ้งเต๋อพยักหน้า “อาจารย์หยวนบอกให้ผมช่วยดูแล แต่จริง ๆ แล้วคุณลี่มีความสามารถอยู่แล้ว คงไม่ต้องให้ผมช่วยหรอกครับ”
เฉินหว่านเป็นอาจารย์อยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหยาง ดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยน เธอยิ้มให้ลี่หรง “เธอควรมาเร็วกว่านี้หน่อยนะ นักเรียนที่อาจารย์หยวนเป็นคนฝากฝังไว้ก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”
ลี่หรงยิ้มแห้ง ๆ เธอไม่คิดว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ “ขอโทษด้วยค่ะ”
จ้าวชิงซงพูดขึ้น “ก่อนหน้านี้เธอบอกผมว่ากลัวจะรบกวนพวกคุณน่ะครับ…”
ทุกคนคุยกันสักพัก บรรยากาศก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน
แต่ทุกคนรู้กันดีว่าจะไม่พูดคุยเรื่องธุรกิจหรือเรื่องการเมือง พวกเขาแค่พบปะกันตามปกติ ยิ่งเวลาผ่านไปลี่หรงก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย
พวกเขาอยู่กินข้าวเย็นที่บ้านของตระกูลโอว ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากออกจากบ้านตระกูลโอวมาแล้ว ลี่หรงยังรู้สึกเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “ผ่านไปได้ด้วยดีอย่างนี้เลยเหรอ?”
“แล้วเธอคิดว่าจะเป็นยังไงล่ะ?” จ้าวชิงซงหัวเราะพลางประคองเธอให้ขึ้นนั่งบนรถ “พวกเราแค่มาอวยพรปีใหม่ ไม่ได้หวังพึ่งพาอะไรเขาสักหน่อย ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตกใจ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย พวกเราไปเดินเล่นกันก่อนเถอะ”
พอถึงเดือนมีนาคม สวีจิ้งตานก็ไม่ได้ไปที่บริษัทหลานไห่แล้ว เพราะเธอต้องเตรียมตัวคลอดลูกที่บ้าน เรื่องงานในโรงงานจึงตกเป็นภาระของลี่หรงทั้งหมด ทำให้ช่วงนี้ลี่หรงยุ่งมาก
ส่วนจ้าวชิงซงยังต้องไปดูแลธุรกิจขายผลไม้ของเขา แต่หลังจากที่ทำธุรกิจมาหนึ่งปี ธุรกิจขายส่งผลไม้ของเขาก็เติบโตขึ้นมาก
เป้าหมายของเขานั้น ไม่เคยคิดแค่จะทำธุรกิจผลไม้ง่าย ๆ เพราะเขาต้องการทำให้มันกลายเป็นอุตสาหกรรม
จากห้องเช่าเล็ก ๆ ตอนนี้กลายเป็นห้องเช่าขนาดใหญ่ ทุก ๆ วันมีผลไม้ผ่านเข้าออกมากมาย จนมันกลายเป็นจุดขายส่งผลไม้ที่มีระบบระเบียบเรียบร้อย
ข้อดีก็คือ ตอนนี้จ้าวชิงซงไม่ต้องพาเย่เหลยวิ่งวุ่นไปทั่วแล้ว
จ้าวชิงซงแค่ไปคุยกับชาวสวนให้เรียบร้อย ถึงเวลาก็จะมีคนขับรถบรรทุกขนส่งทางไกลมาส่งผลไม้เอง เป็นแบบนี้ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงานได้เยอะ
ตอนแรกที่เย่เหลยได้ยินว่าจ้าวชิงซงจะเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้ เขายังกังวลว่าตัวเองจะไม่มีงานทำ
แต่หลังจากนั้นเขาจึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการ ซึ่งถือว่าไม่เลว เขาทำงานกับจ้าวชิงซงมาหนึ่งปี รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาก
ช่วงก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่าทางบ้านจะหาลู่ทางให้เขาเข้าไปทำงานในระบบ แต่เย่เหลยปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่ชอบงานที่มั่นคงเกินไป บอกว่าอยากจะทำงานที่ท้าทายมากกว่า
แต่ตอนอยู่ต่อหน้าจ้าวชิงซง เขากลับพูดความในใจออกมาว่า ‘ผมแค่อยากหาเงิน’
เขาคิดว่าอาชีพอิสระอย่างที่จ้าวชิงซงและลี่หรงทำนั้นทำกำไรได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าจ้าวชิงซงกำลังวางแผนจะซื้อที่ดินในหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อสร้างบ้าน ยิ่งยืนยันความคิดของเขาได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เย่เหลยรู้สึกว่างานในระบบมีอิสระน้อยเกินไป ด้วยนิสัยอย่างเขาคงเรียนรู้ธรรมเนียมแบบนั้นไม่ไหว ไช่อันฉิงจึงไม่ได้บังคับ
ตราบใดที่ลูกชายคนเล็กไม่ได้อยู่เฉย ๆ ไช่อันฉิงก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย
ในสายตาของลี่หรง เธอรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะชอบงานอิสระเช่นกัน แต่การทำธุรกิจนั้นเหนื่อยมาก และถ้าไม่ทำก็ไม่มีเงิน งานในระบบราชการประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าพันปี หากพูดออกไปใคร ๆ ก็คงอิจฉา ทั้งมั่นคงและสวัสดิการก็ดี…
แต่ครอบครัวของเย่เหลยไม่ได้ว่าอะไร ส่วนลี่หรงเองก็คงไม่พูดอะไรไม่ได้
ถึงแม้มองอย่างเป็นกลาง งานในระบบราชการจะดีจริง แต่ลี่หรงยังอยากเป็นผู้ประกอบการเช่นเดิม เพราะเธอคิดว่าการทำธุรกิจเองก็ไม่ได้แย่อะไร แม้จะเหนื่อยหน่อย และหากพูดออกไปอาจจะดูไม่เท่เท่าพวกข้าราชการ แต่แค่มีเงินก็พอแล้ว
หากมีเงินแล้ว ค่อยออกไปหาชื่อเสียง ด้วยการทำการกุศลก็ยังได้ แต่ตอนนี้ลี่หรงไม่ได้หวังถึงจุดนั้น หากอยากได้ทั้งชื่อเสียง อำนาจและเงินทองมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว
จ้าวชิงซงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาปฏิบัติต่อเย่เหลยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็ทำเหมือนเดิม ไม่สนใจว่าเย่เหลยละทิ้งอะไรเพื่อมาที่นี่ แต่ในเมื่อเป็นลูกน้องของเขาก็ต้องทำตามที่เขาสั่ง
ลี่หรงยุ่งอยู่กับเรื่องของหลานไห่ แต่ไม่ค่อยไปลงโรงงานบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์ ไปลงพื้นที่ให้น้อยหน่อยคงดีกว่า
หลานไห่มีนักออกแบบทั้งหมดหกคนรวมถึงลี่หรงด้วย
นักออกแบบเกือบทั้งหมดเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งเรียนสาขาวิชาออกแบบโดยเฉพาะ เมื่อเข้ามาที่หลานไห่แล้วจะเป็นลี่หรงที่คอยดูแลพวกเขา
งานออกแบบทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบจากลี่หรงก่อน ถึงจะส่งไปทำตัวอย่างและผลิตได้
ตอนแรกพวกเธอตั้งใจดูงานออกแบบเก่า ๆ ของลี่หรง เพื่อเลียนแบบสไตล์และคิดว่าแบบนี้น่าจะผ่านง่ายกว่า ส่วนลี่หรงที่เคยผ่านช่วงวัยรุ่นมาก่อนจึงเข้าใจความคิดของพวกเธอเป็นอย่างดี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………