ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 354 ความรู้สึกที่ได้รับ
บทที่ 354 ความรู้สึกที่ได้รับ
“โอ้! สวัสดีค่ะคุณเจนนี่” ลี่หรงแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ “ฉันแซ่ลี่ค่ะ”
“คุณลี่สวยมากเลยนะครับ”
ลี่หรงยิ้ม เธอเคยไปเรียนต่างประเทศมาก่อน ไม่เคยถ่อมตนแบบคนจีนเวลาได้รับคำชมจากชาวต่างชาติ การเผชิญหน้ากับชาวต่างชาติที่กระตือรือร้นและใจกว้าง เพียงแค่ยิ้มรับก็เพียงพอแล้ว
ก่อนหน้านี้ชาวต่างชาติหลายคนที่สนใจบูธของพวกลี่หรง ไม่เคยมีใครอยู่พูดคุยนานเท่าเจนนี่
เจนนี่ไม่ได้มากับใคร มีแค่เขาคนเดียวที่อยู่ที่บูธของหลานไห่นานขนาดนี้ แสดงว่าเขาสนใจงานออกแบบอิสระส่วนหนึ่งของลี่หรงเป็นอย่างมาก การพูดคุยจึงเป็นไปในทิศทางนี้ตลอด
เมื่อรู้ว่าชุดที่เขาสนใจที่สุด ลี่หรงเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด เจนนี่ก็ถามขึ้นมาตรง ๆ ว่า “คุณเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์เหรอ? เรียนที่อิตาลีมางั้นสิ?”
สำเนียงของลี่หรงนั้นเหมือนเจ้าของภาษาอย่างมาก ไม่กี่ปีคงฝึกฝนไม่ได้ขนาดนี้ อีกทั้งการออกแบบของลี่หรงยังดูมีความเป็นมืออาชีพและมีรสนิยมอีกด้วย
ลี่หรงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ฉันไม่เคยเรียนออกแบบอย่างจริงจังหรอกค่ะ แค่ชอบเป็นงานอดิเรก ตอนนี้ฉันเป็นดีไซเนอร์ของหลานไห่อยู่ค่ะ”
ชาติที่แล้วเธอเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพจริง ๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเจนนี่ในอนาคตหรือเปล่า แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น ลี่หรงจึงตัดสินใจพูดตามความจริงในชาตินี้
“เก่งมาก!” เจนนี่ชื่นชมพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ “คุณเป็นอัจฉริยะจริง ๆ!”
ลี่หรงยักไหล่เหมือนไม่ค่อยแยแส เธอถามเจนนี่ว่า “คุณเจนนี่คิดว่างานแสดงสินค้าครั้งนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”
เจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง พลางครุ่นคิด ทันใดนั้นก็มองไปที่ลี่หรงแล้วพยักหน้า “เหมือนผมเจอมิวส์*[1] ของผมแล้ว”
“?”
“ประเทศนี้กำลังปฏิรูปและเปิดประเทศ ผมมางานนี้สามครั้งแล้ว ครั้งนี้ผมได้เจอกับคุณลี่ ผมถึงรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้คุ้มค่า”
ลี่หรงพยักหน้า “ใช่ค่ะ การปฏิรูปและเปิดประเทศ ทำให้มีโอกาสมากมาย หากคุณยอมสละเวลาและเงินทอง ประเทศนี้จะให้ผลตอบแทนที่คาดคิดไม่ถึงแก่คุณอย่างแน่นอน”
“โอ้! คุณลี่ คุณกำลังบอกเป็นนัยให้ฉันลงทุนกับพวกคุณหรือเปล่า?”
เจนนี่ตรงไปตรงมามาก ลี่หรงถึงกับอึ้งไปสักพัก จากนั้นก็ส่ายหัวเล็กน้อย “ไม่ใช่แค่หลานไห่ของพวกเราหรอกค่ะ นโยบายของรัฐเป็นมิตรต่อการลงทุนจากต่างประเทศมาก แถมมีนโยบายส่งเสริมเยอะเลยทีเดียว ถ้าคุณยินดีลงทุนเข้ามา ฉันเชื่อว่าไม่ว่าบริษัทไหนก็สามารถสร้างผลตอบแทนใหม่ให้กับคุณได้”
เจนนี่ส่ายหัว “ฉันไม่ต้องการทำงานร่วมกับโรงงาน คุณลี่ ฉันเป็นนักออกแบบ ฉันมีแบรนด์ของตัวเอง ที่ฉันมาครั้งนี้นอกจากเข้าร่วมงานแล้วยังมีวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่งคือสัมผัสวัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมของประเทศคุณจริง ๆ นี่มัน…”
เขาดูเหมือนคิดคำอธิบายไม่ออก จึงยกมือขึ้นทำท่าประกอบ “ยิ่งใหญ่!”
ลี่หรงยิ้ม
“อ้อ จริง!” เจนนี่รู้สึกผิดเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้มีคนเคยบอกฉันแล้ว แต่ฉันก็ลืมไป”
“ดีไซน์แบบนี้สวยดีนะ” เจนนี่ชี้ไปที่เดรสยาวสีขาวลายดอกไม้สีน้ำเงินที่แขวนอยู่ “แต่อยากจะบอกว่าน่าเสียดายนิดหน่อย เพราะเอวที่เล็กแบบนี้ คงหาแบบยาก ถ้าได้ไปร่วมงานมิลานแฟชั่นวีค คงจะต้องเปล่งประกายมากแน่ ๆ”
เดรสยาวสีขาวลายดอกไม้สีน้ำเงิน ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องลายคราม
เป็นลี่หรงที่ทำขึ้นเพื่อนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ เธอวาดลวดลายส่งกลับไปที่เมืองหลวง เพื่อให้ช่างปักผ้าของฝูหรงปักให้ แท้จริงแล้วลี่หรงเองก็ทำเป็น แต่เพราะงานปักนั้นทั้งเยอะและใหญ่ ลี่หรงทำงานแข่งกับเวลา แถมยังต้องทำอย่างอื่นอีก
อย่างไรก็ตาม เสื้อชุดสำเร็จรูปลายดอกไม้สีน้ำเงินบนพื้นขาวนั้น ลี่หรงเป็นคนตัดเย็บเอง สัดส่วนของเอวและสะโพก เธอตัดตามขนาดรูปร่างที่เรียกว่าหุ่นนางแบบอย่างเคร่งครัดก็เพื่อให้เข้ากับส่วนโค้งของเครื่องลายครามได้อย่างลงตัวนั่นเอง
สายตาของจ้านหนีช่างเฉียบคม มองปราดเดียวก็จับจุดเด่นของสัดส่วนกระโปรงได้ ลี่หรงได้แต่ยอมรับในฝีปากของเขา อันที่จริง ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบจนถึงตัดเย็บเสร็จออกมา ลี่หรงไม่คิดว่าจะหาคนใส่ได้อยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงงานแฟชั่นวีคเลย!
แม้แต่อาน่าเองยังไม่เคยพูดเรื่องสัปดาห์แฟชั่นกับลี่หรง และเธอไม่นึกเลยว่าจะได้ยินจากปากของเจนนี่
งานสัปดาห์แฟชั่นมิลานของอิตาลี เป็นเวทีรวมตัวของแบรนด์ดังระดับโลกและดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย แม้แต่ในชีวิตก่อน ลี่หรงยังไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงานสัปดาห์แฟชั่นมิลานด้วยซ้ำ
ลี่หรงมั่นใจว่า หลานไห่ของเธอมีศักยภาพทางการตลาดสูงมากในเมืองหยาง และค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการเสื้อผ้าของท้องถิ่น แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งประเทศแล้ว…
คนอื่นจะรู้จักหลานไห่บ้างไหม?
แบรนด์หรือดีไซเนอร์ที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานมิลานแฟชั่นวีคได้ ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลและเป็นตัวแทนของประเทศ ส่วนดีไซเนอร์ก็เช่นกัน ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นสูงสุด
นอกจากนี้ยังต้องผ่านการประเมินคุณสมบัติจากคณะกรรมการของงานมิลานแฟชั่นวีคอีกด้วย ดังนั้น คำพูดของเจนนี่จึงเป็นคำชมเชยอย่างมาก ลี่หรงไม่เคยคิดเลยว่าหลานไห่จะได้เข้าร่วมงานมิลานแฟชั่นวีค
จนถึงตอนนี้ หลานไห่ยังไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ยังคงเป็นรูปแบบการขายส่งจากโรงงาน กระจายสินค้าเข้าสู่ท้องตลาด และเข้าสู่สายตาของผู้คน
แต่ฝูหรงทำได้ ลี่หรงครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว วันนี้ความสามารถของเธอเป็นที่ยอมรับ ใครจะกล้ารับประกันว่าพรุ่งนี้ฝูหรงจะก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีแฟชั่นวีคไม่ได้
เพียงแต่ตอนนี้ฝูหรงยังอยู่ภายใต้การบริหารของเหมยจีอวี้ ลูกค้าก็ล้วนแต่เป็นลูกค้าเก่า ถ้าอยากทำให้ชื่อเสียงของฝูหรงดังขึ้นก็ต้องทำให้แบรนด์ฝูหรงเป็นที่รู้จักเสียก่อน
ก่อนหน้านี้ลี่หรงเคยคิดที่จะเปิดสาขาของฝูหรงในย่านการค้าของเมืองหลวง แต่เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการก่อตั้งหลานไห่ แถมตัวเธอก็ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง แผนการเปิดสาขาจึงต้องพับเก็บไว้จนถึงตอนนี้
ใกล้ถึงเวลาเก็บบูธ ลี่หรงหันไปบอกกับเจนนี่ว่า “จุดประสงค์ของหลานไห่ไม่ใช่การสร้างแบรนด์ ส่วนในอนาคตจะผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองหรือไม่นั้นยังไม่กล้าพูดเต็มปาก การที่อยากจะไปเฉิดฉายบนเวทีแฟชั่นวีคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ชื่อฝูหรง เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสั่งตัด”
“จริงเหรอ” เจนนี่แสดงท่าทีสนใจมาก “ฉันไปดูได้ไหม?”
ลี่หรงส่ายหัว “ฝูหรงอยู่ในเมืองหลวง ฉันต้องรออีกเป็นเดือนกว่าจะกลับไป ถ้าหากตอนนั้นคุณไปที่เมืองหลวงก็สามารถติดต่อฉันได้ค่ะ”
ลี่หรงเสนอให้เจนนี่ทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ “ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ฉันน่าจะอยู่ในเมืองหลวง บางทีครั้งหน้าที่คุณมา ฉันจะพาคุณเที่ยว แค่ตอนนี้ฉันตั้งครรภ์แล้ว คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ค่ะ”
เจนนี่มองท้องของลี่หรง “ต้องเป็นเด็กที่น่ารักแน่นอน”
“ขอบคุณ” ลี่หรงยิ้มอย่างอ่อนโยน ใครได้ยินคนอื่นชมลูกตัวเองก็ต้องดีใจ แม้ว่าลูกยังไม่เกิดก็ตาม
ระหว่างเก็บของอยู่นั้น ปัวอี๋ก็ถามลี่หรงขึ้นมาว่า “เมื่อกี้พวกเธอคุยอะไรกันเหรอ?”
คือว่าผู้ชายต่างชาติคนนั้นดูแล้วไม่น่าจะสั่งตัดเสื้อผ้า แต่ลี่หรงก็คุยกับเขานานเกือบครึ่งชั่วโมง
แถมพวกเขายังพูดภาษาอิตาลีกันอีก ปัวอี๋เลยยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่!
ไม่ใช่แค่เธอหรอกนะ พนักงานบริษัทบลูซีที่มาด้วยกันอีกหลายคนก็อยากรู้เหมือนกัน พอได้ยินปัวอี๋ถามเข้า ทุกคนเลยหูผึ่งกันใหญ่
ลี่หรงยิ้ม ๆ แล้วตอบว่า “ไม่ได้คุยอะไรกันหรอก แบรนด์เสื้อผ้าที่เขาทำกับวิธีการผลิตของบริษัทเรามันคนละแบบกัน เขาชอบชุดพวกนี้ ฉันเลยคุยกับเขาเรื่องแนวคิดในการออกแบบของเขาน่ะ”
*[1] มิวส์ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ สามารถถือสินค้า หรือพรีเซ็นต์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้