ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 364 ที่รัก
บทที่ 364 ที่รัก
ลี่หรงเดินมาพอดี เธอเดาว่าเซี่ยซินอี๋ยังไม่ได้กินข้าวจึงพูดแบบนั้นออกไป
เซี่ยซินอี๋ตอบรับ “ค่ะ คุณลี่”
“นี่เจ้านายของเธอเหรอ?” หญิงสาวได้ยินคำชมที่ลี่หรงเอ่ยออกมาจึงรู้สึกสบายใจ เพราะเธอก็คิดว่าตัวเองดูดีเหมือนกัน “ตกลง ฉันเอาชุดนี้ ห่อให้ฉันด้วย”
เซี่ยซินอี๋รีบทำหน้าที่ทันที “ได้เลยค่ะ”
ตอนที่หญิงสาวกำลังจะไป เธอก็ซื้อผ้าพันคอเพิ่มอีกหนึ่งผืน เพราะเธอชอบมันมาก ๆ และราคาเพียงไม่กี่หยวนเอง
หลังจากส่งลูกค้าที่อารมณ์แปรปรวนออกไป เซี่ยซินอี๋ไม่ได้รีบออกไปทานข้าวทันที เธอบ่นกับลี่หรงว่า “อารมณ์ของฉันเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาเลยค่ะ ลูกค้าที่เพิ่งออกไปรับมือยากจริง ๆ พอเข้ามาเธอก็ถามว่ามีนักออกแบบไหม มีผ้าพันคอให้ไหม พอลองเสื้อผ้าปุ๊บก็จับผิดเลย… ไม่คิดว่าพอคุณเข้ามาชม เธอก็ตัดสินใจซื้อเลย”
ลี่หรงเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง “ต่อไปเธอจะได้เจอคนประหลาด ๆ อีกเยอะ อย่าคิดมากเลย ทำหน้าตาหงอยแบบนั้นทำไม? รีบไปทานข้าวเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่แค่ชั่วโมงเดียว”
อีกไม่กี่วัน ลี่หรงจะกลับเมืองหลวงแล้ว งานของร้านลวี่สุ่ยเกือบทั้งหมดถูกส่งต่อให้เซี่ยซินอี๋ ช่วงนี้ลี่หรงอยู่ที่หลานไห่ คอยดูแลการออกแบบและการตัดเย็บเสื้อขนสัตว์
เสื้อขนสัตว์ปีนี้ลี่หรงไม่ได้ทำเพื่อขายส่งจำนวนมาก แต่ใช้ทั้งหมดเพื่อทำเสื้อผ้าแบรนด์ลวี่สุ่ย
มีทั้งเสื้อขนสัตว์แบบสั้น และชุดเดรสขนสัตว์แบบยาว
หลังจากตัดสินใจเรื่องแบบเสื้อผ้า ลี่หรงก็กลับเมืองหลวงและประกาศให้เซี่ยซินอี๋เป็นผู้จัดการร้านขายเสื้อผ้าลวี่สุ่ย
คนที่ดีใจที่สุดคงหนีไม่พ้นเซี่ยซินอี๋ เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานขายธรรมดา ใครจะไปคาดคิดว่าลี่หรงจะให้เธอเป็นผู้จัดการร้านหลังจากที่กลับเมืองหลวงไปแล้ว?
ลี่หรงรอจนกระทั่งเซี่ยซินอี๋หายตื่นเต้นแล้ว แกล้งทำหน้าขรึมแล้วพูดว่า “ตอนนี้เธอเป็นผู้จัดการร้านลวี่สุ่ยแล้วนะ ยอดขายของร้านต่อจากนี้ก็ฝากเธอด้วยแล้วกัน”
เซี่ยซินอี๋ตอบรับอย่างหนักแน่น “ค่ะ!”
คนที่ไม่พอใจที่สุดคงเป็นพนักงานขายอีกคนที่ลี่หรงเคยชวนไปทำงานด้วย ตอนนั้นที่ลี่หรงชวนไปทำงานที่ร้านลวี่สุ่ย แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่าเงินเดือนพนักงานขายมันได้น้อย แค่ค่าคอมมิชชั่นจะได้สักเท่าไหร่เชียว?
ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้เซี่ยซินอี๋จะผงาดขึ้นเป็นถึงผู้จัดการร้าน เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากตอนที่เธอขายของอยู่ที่หลานไห่!
น่าโมโหจริง ๆ! ทั้งที่มันควรจะเป็นของเธอแท้ ๆ!
ในใจของเธอรู้สึกไม่ดีนัก แม้แต่รอยยิ้ม เธอยังฝืนยิ้มไม่ออก
ลี่หรงกำลังจะกลับเมืองหลวง อย่างเร็วที่สุดก็คงปีเธอถึงจะมาที่นี่ และถึงตอนนั้น เธอคงไม่ได้อยู่ที่เมืองหยางเป็นประจำแล้ว สวีจิ้งตานรู้สึกใจหาย เธอมองลี่หรงเก็บข้าวของ แล้วพูดว่า “ถ้าเธอไม่กลับไปได้ไหม?”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันต้องไปขยายธุรกิจของพวกเราที่เมืองหลวง ฉันต้องไปดูร้านฝูหรงต่อด้วย แม้ว่าสองปีมานี้ผลประกอบการของฝูหรงจะไม่ได้ลดลง แต่มันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังเจ๊งแน่…”
สวีจิ้งตานสั่งให้โรงอาหารทำกับข้าวเพิ่มเป็นพิเศษ ซื้อน้ำอัดลมและเบียร์มาจัดเป็นโต๊ะหลายโต๊ะ บอกว่าเป็นการเลี้ยงส่งลี่หรง
จ้าวชิงซงรู้ว่าภรรยาของเขากินข้าวอยู่ที่โรงงาน จึงรีบมาหา
สวีจิ้งตานมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “เป็นเพราะนายเลย นักออกแบบคนเก่งของฉันถึงต้องหนีไป”
เธอคิดว่าที่ลี่หรงต้องกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงนานขนาดนั้น เพราะเธอตั้งครรภ์และต้องกลับไปคลอดลูก เธอจึงโทษว่าเป็นความผิดของจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงเองก็ไม่ได้ทัดทาน เขาได้แต่ยกน้ำชาขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “ผมขอชนแก้วกับน้านะครับ”
เมื่อลี่หรงกลับเมืองหลวง จ้าวชิงซงก็ตามกลับไปด้วย แน่นอนว่าจ้าวชิงซงเองยังมีธุระที่เมืองหยาง ต้องคอยดูแลเรื่องการสร้างบ้าน จึงไม่สามารถอยู่ที่เมืองหลวงได้ตลอด
ที่จริงแล้วเขาเพียงแต่เป็นห่วงลี่หรง กลัวว่าเธอจะต้องเดินทางกลับไปคนเดียว
แน่นอนว่าจ้าวชิงซงเองก็รู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง
ที่เขามาบุกเบิกธุรกิจที่เมืองหยาง เป็นเพราะลี่หรงอยู่ที่นี่ เขาแค่อยากจะอยู่กับภรรยาของเขา แต่ตอนนี้ภรรยาต้องกลับเมืองหลวงแล้ว จ้าวชิงซงก็ต้องแยกจากลี่หรงชั่วคราวอีกระยะ
รอปีหน้าค่อยว่ากันอีกที ถ้าลี่หรงวางแผนจะอยู่ที่เมืองหลวง จ้าวชิงซงก็ต้องเตรียมเรื่องที่เมืองหยางด้วยว่าจะทำต่อหรือจะปล่อยมือ
นั่งรถไปได้สองสามวัน ปกติลี่หรงได้กลิ่นรถไฟก็อยากอาเจียนแล้ว แต่ตอนนี้ลงจากรถ เธอกลับไม่รู้สึกขยะแขยงเลยสักนิด
ลี่หรงลูบท้องตัวเองแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ลูกน้อยปกป้องแม่รึเปล่านะ?”
จ้าวชิงซงถามขึ้นว่า “พึมพำอะไรอยู่เหรอครับ?”
“ฉันกำลังคุยกับลูกอยู่ค่ะ”
“ลูกพูดว่าไงนะ ขอผมฟังบ้างสิครับ”
ลี่หรงมองจ้าวชิงซงด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่
จ้าวชิงซงยิ้มแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะครับ ค่อยกลับบ้านไปฟังว่าลูกพูดอะไรกัน”
คำว่าลูก ลี่หรงเป็นคนให้เขาเรียก เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง จ้าวชิงซงเลยเรียกลูกชายพ่อกับลูกสาวพ่อ สลับกันไปมา หรือไม่ก็เรียกว่าลูกน้อย
เมื่อออกจากสถานีรถไฟแล้ว จ้าวชิงซงรอกลับบ้านไม่ไหว จึงพาลี่หรงเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้อน ๆ สักชาม
หลังจากนั้นพวกเขาจึงนั่งรถกลับบ้านล้อมลาน ลี่หรงมองประตูบ้านที่ไม่ได้เห็นมานาน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึง เธอพูดด้วยความตื้นตันใจว่า “ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!”
จ้าวชิงซงจ่ายค่ารถเสร็จก็หยิบกระเป๋าเดินทาง แล้วยิ้มให้ลี่หรง พลางพูดว่า “เข้าบ้านกันเถอะครับภรรยา”
ลี่หรงพยักหน้า
จ้าวชิงซงมากับลี่หรง พอลงจากรถก็ไปกินข้าว กลับบ้านก็นั่งแท็กซี่
นึกถึงตอนที่จ้าวชิงซงพาจ้าวชิงหยางและคนอื่น ๆ มาเมืองหลวง เพื่อฉลองปีใหม่ พอลงจากรถก็ตรงไปบ้านล้อมลานทันที ตอนนั้นยังนั่งรถเมล์มาอีกด้วย…
อันอันไม่รู้ว่าลี่หรงและจ้าวชิงซงกลับมา พอเด็กน้อยเห็น เขาก็อึ้งไปเลย แต่พอลี่หรงเรียกว่า “ลูกรัก” อันอันก็กระโดดขึ้นมาทันที “แม่ครับ! แม่! แม่กลับมาแล้ว!”
ประโยคหลังเขาตะโกนเข้าไปในห้อง คุณแม่จ้าวและคุณพ่อจ้าวเดินออกมาจากด้านใน คุณแม่จ้าวรู้มานานแล้วว่าลี่หรงจะกลับมาคลอดลูกและอยู่ไฟ แต่ลี่หรงยุ่งมาตลอด ไม่ได้บอกวันที่แน่นอนว่าจะกลับมา
และจ้าวชิงซงเองก็ลืมไปเสียสนิท
คุณแม่จ้าวจึงเอ่ยขึ้นว่า “ไม่รู้เลยว่าจะกลับมาวันนี้ เพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จกันเอง พวกเธออยากกินอะไรอีกล่ะ? แม่จะทำให้กิน”
“ไม่ต้องแล้วครับ” จ้าวชิงซงตอบ “พวกเรากินข้าวข้างนอกมาแล้ว”
“กลับมาถึงบ้านแล้ว ทำไมยังไปกินข้าวข้างนอกอีก?” ใบหน้าของคุณแม่จ้าวฉายแววไม่เห็นด้วย จ้าวชิงซงโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแท้ ๆ ยังไม่รู้ความอีกหรือ? ร่างกายของลี่หรงในตอนนี้จะไปกินอะไรข้างนอกได้ยังไงกัน? “กลับมาถึงบ้านแล้ว ยังจะไปกินข้าวข้างนอกอีก ถ้าอาหารไม่สะอาดจะทำยังไง…”
ลี่หรงเหลือบมองจ้าวชิงซง ส่วนเขาก็ได้แต่เอามือลูบจมูกตัวเองเบา ๆ แล้วพูดว่า “ความผิดผมเองครับ”
คุณแม่จ้าวไปที่ห้องครัว ต้มไข่ใส่น้ำตาลทรายแดงมาหนึ่งถ้วยให้ลี่หรงกิน “กินหน่อยเถอะ จะได้อุ่น ๆ”
อากาศร้อนขนาดนี้ ยังต้องกินให้อุ่นอีก? แต่ลี่หรงรู้ดีว่า ไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงนี้มีไว้สำหรับคนท้อง
อันอันยืนอยู่ตรงหน้าลี่หรง มือเล็ก ๆ กำแน่น จ้องไปที่ท้องของลี่หรง “แม่ครับ น้องสาวอยู่ในนั้นเหรอครับ?”
ลี่หรงถึงกับอึ้ง ทำไมถึงพูดแปลก ๆ แบบนี้ แต่อันอันยังเด็ก พออีกฝ่ายพูดอะไรออกมาเธอก็มองว่ามันน่ารัก เธอยิ้มออกมาแล้วตอบเด็กน้อยว่า “ใช่จ้ะ อยู่ข้างใน แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นน้องสาว?”
“เพราะน้องสาวสวยครับ” อันอันนึกถึงตอนที่เจอเจียรั่ว ลูกพี่ลูกน้องที่น่ารักและสวย ตอนที่ลี่หรงไม่อยู่บ้าน บางครั้งเสิ่นรั่วหนิงจะพาเจียรั่วออกไปเล่นก็จะมารับอันอันไปด้วย
อันอันได้เจอกับเสี่ยวเจียรั่วบ่อยครั้ง เขาชอบเธอมาก จึงอยากได้น้องสาวตัวเล็ก ๆ บ้าง
ลี่หรงยิ้มจนตาหยี “ถ้าได้น้องชายล่ะ?”
อันอันขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนกำลังใช้ความคิด ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ถอนหายใจ “น้องชายก็ได้ครับ แต่ผมยังอยากได้น้องสาวมากกว่า แม่ครับ ผมขอจับน้องสาวหน่อยได้ไหม?”
ลี่หรงหลุดขำ “ได้สิจ๊ะ”
อันอันค่อย ๆ ยื่นมือไปลูบท้องของลี่หรงอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะทำให้น้องสาวตกใจ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ๆ แล้วพูดกับน้องสาวในท้องว่า “พี่ชายอยู่นี่นะ รอเธอออกมาแล้วพี่ชายจะพาไปเล่น”
จ้าวชิงซงเดินเข้ามาได้ยินอันอันพูดก็หัวเราะ “ถ้าอันอันเรียกน้องสาวออกมาหาพ่อได้ พ่อจะพาไปเล่นเอง”