ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 374 การเจรจา
บทที่ 374 การเจรจา
เธอหันไปมองหญิงตั้งครรภ์อีกคน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “คุณก็สะสมบุญกุศลให้ลูกบ้าง อย่าทำเรื่องปลิ้นปล้อนแบบนี้”
หญิงสาวข้างในไม่พูดอะไรอีก ลี่หรงรู้ดีว่าการย้ายหรือไม่ย้าย พวกเธอไม่กี่คนคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ลี่หรงจึงไม่ต่อล้อต่อเถียง แล้วพาคุณแม่จ้าวไปนั่งเล่นบ้านเสิ่นรั่วหนิงที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อน เพราะบ้านที่ลี่รุ่ยจือซื้อก็อยู่แถวนี้เช่นกัน
วันนี้ลี่หรงตั้งใจจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับบ้าน เลยไม่คิดจะไปไหน เธอเพียงนั่งรอจนถึงตอนเย็น เพื่อให้ผู้เช่ากลับมาเกือบหมดแล้วค่อยกลับมา แต่ถ้าให้เธอนั่งรออยู่ตรงนี้คงอึดอัดแย่ เธอจึงไปหาเสิ่นรั่วหนิงดีกว่า
เสิ่นรั่วหนิงเห็นลี่หรงมาบ้านก็ดีใจ จึงรีบถามเธอว่า “เรื่องผู้เช่าเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
“ยังเลย ฉันว่าจะมานั่งเล่นที่นี่ก่อน เดี๋ยวค่อยไปที่นั่นตอนเย็น ๆ ก็ได้”
ที่นี่นอกจากเสิ่นรั่วหนิงกับเสี่ยวเจียรั่วแล้ว มีแค่ป้าแม่บ้านคนเดียว คุณแม่ของลี่หรงเคยมาอยู่ที่นี่ช่วงหนึ่งตอนที่เจียรั่วยังเล็ก หลังจากนั้นก็แวะเวียนมาเยี่ยมหลานสาวเป็นพัก ๆ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ส่วนลี่รุ่ยจือยังทำธุรกิจอยู่ที่ไห่ซื่อ
เสิ่นรั่วหนิงไม่เคยเจอผู้เช่าพวกนั้น แต่พอได้ยินที่คุณแม่จ้าวเล่า เธอเลยรู้สึกว่าพวกนั้นคงเป็นพวกที่รับมือยาก เธออดเป็นห่วงไม่ได้จึงเอ่ยปากว่า “หรือว่าจะให้พี่ชายฉันพาคนมาดีล่ะ?”
เสิ่นหมิงโจว?
ลี่หรงนึกถึงความรู้สึกที่เสิ่นหมิงโจวมีต่อเธอ เธอจึงปฏิเสธอย่างแน่วแน่ “ไม่ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจะไปกับคณะกรรมการชุมชนทีหลัง”
พอพูดถึงเสิ่นหมิงโจว เสิ่นรั่วหนิงอดไม่ได้ที่จะบ่นกับลี่หรง “ตอนนี้พี่ชายฉันทำให้พ่อแม่เป็นห่วงมาก บอกให้เขาไปนัดบอดแต่งงาน เขาก็ไม่ยอมไป พ่อฉันโกรธหลายครั้งแล้ว เขาบอกว่าเขามีคนที่ชอบ พอถามว่าใครเขาก็ไม่ยอมบอก เธอคิดว่าคนคนนั้นคือใครกัน?”
ไม่คิดว่าเสิ่นหมิงโจวจะยังไม่แต่งงาน พอถูกเสิ่นรั่วหนิงถามเช่นนี้ คิ้วของลี่หรงพลันกระตุก เธอทำท่าแปลกใจแล้วถามกลับว่า “จริงเหรอ?”
เสิ่นรั่วหนิงมีสีหน้าลำบากใจ
ลี่หรงกะเวลาได้สักพักจึงออกจากบ้านของเสิ่นรั่วหนิง เพื่อไปหาคณะกรรมการชุมชนพร้อมกับคุณแม่จ้าว
ที่สำนักงานคณะกรรมการชุมชน มีคุณลุงคุณป้าหลายคนนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติในชุดเสื้อคอกลมแขนยาว เมื่อเห็นลี่หรง พวกเขาก็ถามเธอว่ามีธุระอะไร
ลี่หรงแจ้งว่าเธอเป็นชาวเมืองฝูเจี้ยน และเล่าถึงข้อพิพาทระหว่างเธอกับผู้เช่า เธอต้องการขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมการชุมชนในการไกล่เกลี่ยเรื่องนี้
คณะกรรมการชุมชนในยุคแรกเริ่มก่อตั้งนี้ มีจิตอาสาอย่างแรงกล้า เมื่อได้ยินเรื่องราวของผู้เช่าที่พยายามจะฮุบเอาบ้านของเจ้าของบ้าน พวกเขาก็แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง
“คนพวกนี้มันช่างไร้ยางอาย ทำตัวเป็นอันธพาลชัด ๆ!”
“นั่นสิ ช่วงก่อนหน้านี้ พวกเราเพิ่งจะจัดการกับเรื่องราวทำนองนี้ไปหยก ๆ เจ้าของบ้านเขาอยากจะขายบ้าน แต่ดันถูกผู้เช่ารุมอย่างกับอะไรดี นี่หนู เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ…”
…
ลี่หรงทำสีหน้าลำบากใจ “ใช่แล้วค่ะ ตอนปล่อยเช่าน่ะง่าย แต่เวลาจะขอให้ย้ายออกนี่สิยาก…”
บางครั้งคณะกรรมการชุมชนก็ไม่ชอบผู้เช่า บ้านแต่ละหลังในย่านนี้ราคาไม่ถูก แต่บางบ้านก็ใหญ่โต พอปรับปรุงแล้วปล่อยเช่า ผู้เช่าก็มีมากมายหลากหลายแบบ คุณภาพความเป็นอยู่ของบางคนก็ไม่สูง ทำให้การจัดการสิ่งแวดล้อมในฝูเจี้ยนนั้นเป็นเรื่องยาก
พอได้ยินว่าลี่หรงมาขอความช่วยเหลือ คณะกรรมการชุมชนใจดีหลายคนจึงเอ่ยปาก “พวกเราจะไปดูกับเธอด้วยก็ได้ แต่ว่าสหาย เราต้องคุยกับคนพวกนั้นดี ๆ ก่อน…”
ลี่หรงมาขอความช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะพูดอะไรคงต้องยอม ขอแค่ผลลัพธ์เป็นอย่างที่เธอต้องการก็พอแล้ว
ที่สำนักงานมีคนดูแลอยู่สามคน หัวหน้าคือคุณลุงหู คนข้าง ๆ เรียกเขาว่าเหล่าหู ส่วนลี่หรงเรียกเขาว่าคุณลุงหู
ระหว่างทาง เหล่าหูถามลี่หรงว่า “พวกเธอวางแผนจะเอาบ้านคืนไปอยู่เองเหรอ?”
“ประมาณนั้นค่ะ” ลี่หรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ตอนนั้นฉันอยากจะทำเป็นสตูดิโอส่วนตัว”
“อะไรนะ?”
“อืม ร้านทำเสื้อผ้าน่ะค่ะ”
“คุณเป็นช่างตัดเสื้อหรือ? ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสหายอย่างคุณจะมีฝีมือแบบนี้ด้วย”
ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย เธอไม่ได้อธิบายอะไรมาก รอให้ถึงเวลาที่ฝูหรงเปิดร้านที่นี่จริง ๆ แล้ว พวกเขาก็จะรู้เอง
เป็นไปตามที่ลี่หรงคิดไว้ไม่มีผิด ช่วงใกล้ค่ำแบบนี้ ผู้เช่าทยอยกลับมากันแล้ว พอเปิดประตูเข้ามาในลานบ้านก็คึกคักมาก
ในลานบ้านมีเด็ก ๆ หลายคนกำลังเล่นกันอยู่ แค่ยืนอยู่ที่ประตูก็ได้ยินเสียงคุยกันดังมาจากในห้อง รวมถึงเสียงทำอาหารด้วยเช่นกัน
เหล่าหูเห็นลี่หรงใช้กุญแจเปิดประตูลานบ้าน เลยไม่ถามอะไรให้มากความว่าเธอแน่ใจหรือไม่ว่าเป็นบ้านหลังนี้
พวกเขายืนอยู่ในลานบ้าน คุณแม่จ้าวเข้าไปตามให้ทุกคนออกมาจากลานบ้านทีละคน เพื่อที่จะปรึกษาเรื่องบางอย่าง
เหล่าผู้เช่าเห็นคุณแม่จ้าว ต่างก็คาดเดาได้ว่าจุดประสงค์ในการมาของเธอคืออะไร แม้ในใจจะไม่ยี่หระ แต่ยังวางงานในมือลงแล้วเดินออกมา
บนใบหน้าของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความไม่เต็มใจ พลางมองไปที่เหล่าลุงป้าที่ยืนอยู่กับลี่หรงอย่างไม่ใส่ใจนัก ตอนแรกบอกว่าถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ย้ายออก เธอจะไปแจ้งความ ไม่เห็นจะทำจริงสักหน่อย
พอคิดได้ดังนั้น เหล่าผู้เช่าก็ยิ่งไม่กลัว และเชื่อมั่นว่าที่ลี่หรงพูดก่อนหน้านี้เป็นเพียงการข่มขู่พวกเขา
ลุงป้าพวกนี้เขาไม่กลัวหรอก ถ้าจะลงไม้ลงมือกันจริง ๆ พวกเขามีคนเยอะกว่าตั้งเท่าไหร่
เหล่าหูเอามือไพล่หลัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “พวกคุณเป็นผู้เช่าบ้านของสหายลี่ใช่ไหม ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว สหายลี่อยากได้บ้านคืน พวกคุณยังไม่ย้ายออกไปอีกหรือ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ในกลุ่มคนมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “พวกแกเป็นใครมาสอดรู้เรื่องคนอื่น!”
เหล่าหูมองไปทางต้นเสียง “พวกเราเป็นคณะกรรมการชุมชน พวกเธอทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ ถือเป็นการยึดครองทรัพย์สินของผู้อื่น…”
เหล่าหูพูดอย่างมีเหตุผล
กรรมการชุมชน…
พอผู้เช่าได้ยินแบบนั้นถึงกับเงียบกริบ เพราะกรรมการชุมชนก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ปกติพวกเขาจะไม่ค่อยได้ติดต่อกัน แต่บางเรื่องก็จำเป็นต้องพึ่งพาคนพวกนี้อยู่บ้าง
ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับกรรมการชุมชนหรอก
เหล่าหูจึงถามอีกครั้งว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่อยากย้าย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า
จริง ๆ แล้วไม่มีปัญหาอะไรหรอก พวกเขาแค่อยากจะอยู่ต่อเฉย ๆ
ทุกคนเงียบ ไม่พูดอะไร แต่แสดงท่าทีชัดเจนว่า ถึงกรรมการชุมชนจะมา พวกเขาก็ไม่ย้ายอยู่ดี
ลี่หรงกวาดสายตามองพวกเขารอบหนึ่ง “นี่มันบ้านของฉัน ตอนนี้ยังมาคุยกับพวกคุณดี ๆ ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องเอาบ้านคืน ถ้าพวกคุณไม่ย้ายออกไป ฉันจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด บรรยากาศมันจะไม่ดีแบบนี้แล้วนะ”
ป้าที่เป็นกรรมการชุมชนดึงแขนลี่หรงเบา ๆ “หนูลี่ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดกันก่อน อย่าใจร้อน”
ลี่หรงพยักหน้า ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “จริง ๆ แล้วถ้าพวกคุณไม่อยากย้ายก็ได้ ได้ข่าวว่าบ้านเช่าข้าง ๆ เขาขึ้นค่าเช่ากันหมดแล้ว แต่ถ้าพวกคุณยังอยู่ที่นี่ต่อไป ค่าเช่าเดือนหน้าขึ้นอีกเดือนละยี่สิบหยวนนะ”
ยี่สิบ!
ผู้เช่าต่างซุบซิบกัน ดวงตาพวกเขาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่นานเสียงเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ
“ยี่สิบหยวนเนี่ยนะ! แพงเท่าค่าเช่าบ้านฉันตั้งสองเดือนเชียว!”
“นี่มันเอาเปรียบกันชัด ๆ พวกนายทุนคิดจะรังแกพวกเราชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างนั้นรึ!”
เหล่าหูเลยตะโกนสวนไปว่า “จะโวยวายอะไรนักหนา! นี่บ้านเขานะ ไม่ใช่บ้านพวกคุณ คิดว่าแพงก็ไม่ต้องเช่าสิ ข้างนอกยังมีบ้านเช่าราคาไม่กี่หยวน ทำไมไม่ไปเช่าที่นั่นล่ะ?”