ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 376 รับส่ง
บทที่ 376 รับส่ง
ลี่หรงยืนอยู่ใต้เงาของต้นไม้ด้านนอก พลางมองเข้าไปข้างในห้องสอบ จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนเรียก “ลี่หรง?”
เธอมองไป แล้วใช้เวลาสักพักกว่าจะนึกออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร “ปี้ซิ่งสือ?”
“ใช่ฉันเอง” ปี้ซิ่งสือยิ้มกว้าง “เมื่อกี้ฉันยังไม่แน่ใจ แต่พอคิดดู คนที่สวยขนาดนี้ นอกจากเธอแล้วฉันก็ไม่เคยเห็นใครอีก ฉันคงจำไม่ผิดแน่”
ลี่หรงยิ้ม “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ? มีคนในครอบครัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ?”
ปี้ซิ่งสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่ใช่ ไม่มีคนในครอบครัวมาสอบหรอก แต่เป็นหลี่เสี่ยวอ้ายน่ะสิ ถึงยังไงฉันก็ว่างอยู่แล้ว จะปล่อยให้เด็กสาวของพวกเราเดินออกจากห้องสอบคนเดียวอย่างเหงา ๆ ได้ยังไง? แล้วถ้ามันส่งผลกระทบต่อการสอบครั้งต่อไปจะทำยังไงล่ะ?”
ลี่หรงปรากฏตัวที่นี่ เป็นที่รู้กันดีว่าเธอมาเพื่อรอหลี่เสี่ยวอ้าย หากปี้ซิ่งสือโกหก หลี่เสี่ยวอ้ายก็จะถูกลี่หรงพาตัวกลับไปทันที ถ้าเป็นเช่นนั้น การที่ปี้ซิ่งสือสละเวลามาเป็นพิเศษคงจะไร้ความหมาย
ลี่หรงหรี่ตาลง พลันครุ่นคิดถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่ว่า ‘เด็กสาวของพวกเรา’
นี่มันน่าสนใจจริง ๆ การที่หลี่เสี่ยวอ้ายเป็นคนของบ้านลี่หรงนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มันเกี่ยวอะไรกับปี้ซิ่งสือด้วย?
ผ่านครู่หนึ่ง ลี่หรงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ออกมาแล้ว”
ในชั่วขณะหนึ่ง ปี้ซิ่งสือรู้สึกได้ถึงสายตาจับผิดของลี่หรง เขารู้สึกงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก
นับตั้งแต่เขาได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้ฝึกทหารใหม่ เขาแทบไม่เคยรู้สึกถึงสายตาแบบนี้จากภายนอกอีกเลย การฝึกทหารนั้นเขาเป็นฝ่ายกดดัน แต่วันนี้ต่อหน้าผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าเขา เขากลับถูกจ้องมองจนรู้สึกทำตัวไม่ถูก
ช่างแปลกจริง ๆ!
ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออก ลี่หรงก็เบนสายตาไปแล้ว เมื่อเขามองตามไปจึงพบว่าการสอบจบลงแล้วจริง ๆ ผู้เข้าสอบต่างทยอยออกมาจากข้างใน
หลี่เสี่ยวอ้ายคงไม่คิดว่าจะมีคนมารอเธอ เมื่อเธอออกมาแล้วจึงไม่มองหาครอบครัวเหมือนผู้เข้าสอบคนอื่น เธอเดินตรงไปยังทางออกด้วยสายตาสงบนิ่ง
ลี่หรงเห็นเธอก่อน จึงร้องเรียกหลี่เสี่ยวอ้าย พร้อมกับโบกมือให้เธอ
หลี่เสี่ยวอ้ายได้ยินเสียงเรียกจึงหันไปมอง เธอเห็นลี่หรงแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง แล้ววิ่งมาหาลี่หรงด้วยความดีใจ “พี่ลี่หรง! ทำไมพี่ถึงมาที่นี่ด้วยคะ?”
ลี่หรงยิ้มและตอบว่า “มารับเธอไง ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน”
“เด็กน้อย! เห็นแต่พี่สาวเธอหรือไง? แล้วฉันล่ะ?”
ปี้ซิ่งสือเป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ แต่หลี่เสี่ยวอ้ายเพิ่งจะเห็นเขา เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อย พลันมองเขาแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าพูดว่า “ทำไมคุณถึงมาล่ะคะ?”
ปี้ซิ่งสือ “ผมแวะมาทำธุระนิดหน่อย แล้วเห็นลี่หรงอยู่ที่นี่พอดี เลยนึกขึ้นได้ว่าคุณน่าจะสอบอยู่ ยังไงผมก็ว่างอยู่ ให้ผมขับรถไปส่งพวกคุณนะครับ”
เดิมทีลี่หรงวางแผนว่าจะรับหลี่เสี่ยวอ้ายแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน แต่เมื่อปี้ซิ่งสือมีรถและอาสาไปส่งพวกเธอ ลี่หรงย่อมไม่ปฏิเสธแน่นอน
แต่ลี่หรงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ถ้าเธอจำไม่ผิด เมื่อกี้ปี้ซิ่งสือไม่ได้บอกหรอกหรือว่าจะมารับเด็กสาวบ้านเรา
ตอนนี้ทำไมถึงกลายเป็นแค่แวะผ่านมาล่ะ?
ลี่หรงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลระหว่างพวกเขาสองคน แต่ไม่อยากพูดอะไรให้หลี่เสี่ยวอ้ายเสียสมาธิในการสอบ เธอจึงต้องเก็บไว้ในใจ
หลังจากปี้ซิ่งสืออยู่รับประทานอาหารกลางวันที่บ้านล้อมลานเสร็จ เขาไม่ได้กลับไปในทันที เพียงแต่บอกว่า “เดี๋ยวผมจะกลับไปที่กองร้อย แล้วจะพาหลี่เสี่ยวอ้ายไปสอบภาคบ่ายด้วยเลย”
ถ้าลี่หรงไม่ไปรับ หลี่เสี่ยวอ้ายเธออาจจะกลับหอพักไปนอนพักสักครู่
ไม่… ถ้าปี้ซิ่งสือไปส่งหลี่เสี่ยวอ้าย ลี่หรงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ลี่หรงรู้สึกว่ามันเป็นอย่างที่เธอคิด แต่ก็รีบปฏิเสธความคิดนั้นทันที จะเป็นไปได้อย่างไร พวกเขาสองคนอายุห่างกันเกือบสิบปีเชียวนะ!
เป็นไปไม่ได้หรอก!
ในขณะที่หลี่เสี่ยวอ้ายกำลังพักผ่อน ปี้ซิ่งสือก็บอกกับลี่หรงด้วยความสมัครใจว่า “คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ ไม่ควรวิ่งไปมาตลอดเวลา เอาอย่างนี้แล้วกัน พรุ่งนี้ผมยังว่าง เดี๋ยวผมจะช่วยรับส่งหลี่เสี่ยวอ้ายให้เอง”
ลี่หรงไม่พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองเขาเท่านั้น
มาอีกแล้ว สายตาที่มองอย่างพินิจพิเคราะห์นั่นมาอีกแล้ว!
ปี้ซิ่งสือเอามือกำหมัดปิดปาก แล้วไอเบา ๆ “ผมว่างจริง ๆ นะ ถ้าลี่รุ่ยจือรู้ว่าผมไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกคุณ เขาต้องด่าผมแน่…”
ลี่หรง “แค่เหตุผลนี้จริง ๆ เหรอคะ?”
ปี้ซิ่งสือทนสายตาของเธอไม่ไหว เขาจึงเบือนหน้าหนีแล้วพูดว่า “…ใช่แล้ว”
เขาไม่ได้พูดความจริง!
ลี่หรงคิดแบบนั้น เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะพูดให้กระจ่าง ในเมื่อปี้ซิ่งสือเต็มใจที่จะไปรับไปส่ง ก็ปล่อยให้เขาไปเถอะ เพราะเธอเห็นว่าหลี่เสี่ยวอ้ายดูเหมือนจะยินดีด้วย
หลังสอบเสร็จ หลี่เสี่ยวอ้ายยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านล้อมลาน ทั้งลี่หรงและคุณแม่จ้าวก็ไม่ได้บอกให้เธอกลับไปอยู่บ้านตัวเอง หลี่เสี่ยวอ้ายเคยคิดว่าจะย้ายกลับไปดีหรือไม่ แต่ถ้ากลับไปเธอจะต้องอยู่คนเดียว ในใจเธอยังอยากอยู่ที่บ้านล้อมลานมากกว่า
บ้านที่ว่างอยู่ แม้ว่าหลี่เสี่ยวอ้ายจะขัดสนเงินทอง แต่เธอไม่เคยคิดจะปล่อยเช่า แม้การปล่อยเช่าอาจจะได้เงิน แต่ร่องรอยของคุณย่าก็จะค่อย ๆ เลือนหายไปด้วย
ในคืนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ คุณแม่จ้าวตั้งใจทำอาหารเพิ่มหลายอย่าง “มื้อนี้ฉลองที่เสี่ยวอ้ายของเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ต่อไปก็จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วนะจ๊ะ!”
คุณแม่จ้าวพูดไปยิ้มไป เห็นได้ชัดว่าท่านรักเสี่ยวอ้ายเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ
หลี่เสี่ยวอ้ายรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง “ผลสอบยังไม่ออกเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะสอบติดหรือเปล่า”
“แน่นอนว่าเธอต้องสอบติด” คุณแม่จ้าวคีบน่องไก่ให้เธอ “เรียนมาถึงมัธยมปลายแล้ว ยังไงก็ต้องมีที่เรียนต่อแน่นอน”
“สอบเสร็จแล้ว อย่าคิดมากเลย” ลี่หรงถามเธอ “เธออยากไปเที่ยวที่ไหนไหม?”
เพื่อนร่วมชั้นหลายคนของหลี่เสี่ยวอ้ายพูดกันก่อนสอบว่า พอสอบเสร็จที่บ้านจะพาไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ หลี่เสี่ยวอ้ายไม่มีญาติสนิทแล้ว เธอจึงถือว่าลี่หรงเป็นญาติ แต่เธอก็ไม่กล้าขอไปเที่ยวหลังสอบเสร็จ
จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้คิดจะไปเที่ยวด้วยซ้ำ ลี่หรงใจดีและช่วยเหลือเธอมามากแล้ว เธอไม่อยากรบกวนอีก
หลี่เสี่ยวอ้ายคิดว่าพอสอบเสร็จก็จะให้ลี่หรงหางานให้เธอ เธอยังปักผ้าเป็น อาจจะต้องทำงานให้มากหน่อย เพื่อหาเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตมหาวิทยาลัย
ดังนั้น เมื่อลี่หรงถามเธอว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หลี่เสี่ยวอ้ายพลันชะงัก พูดไม่ออก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่
“เหม่ออะไรอยู่?” ลี่หรงยิ้ม “ฉันถามเธอว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี หรือออกไปพักผ่อนที่เมืองหยางสักหน่อยมั้ย? จ้าวชิงซงยังอยู่ที่นั่นอยู่เลย”
หลี่เสี่ยวอ้ายได้สติ รีบส่ายหน้าทันที “ไม่ ๆ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันอยู่บ้านนี่แหละ พี่ลี่หรงให้งานฉันทำได้เลย ฉันอยากหาเงินเพื่อเรียนหนังสือต่อค่ะ”
“เรื่องหาเงินไม่ต้องรีบหรอก ฉันบอกแล้วว่าจะยืมให้ก่อน ส่วนเรื่องไปเที่ยวที่เมืองหยาง ก็แค่อยากให้เธอไปพักผ่อนสักสองสามวัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ต้องพักผ่อนหรอก” เธอมองลี่หรงพลางยิ้ม “ถ้าไม่มีเงิน ฉันคงเครียดกว่า”
ลี่หรงไม่พูดอะไรอีก เธอมองดูหลี่เสี่ยวอ้ายแล้วนึกถึงตัวเองในชาติก่อน เพราะไม่มีครอบครัว ภายหลังต้องเรียนไปด้วยทำงานหาเงินไปด้วย ความกดดันมันมากจริง ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนั้นเธอเลือกเรียนสาขาที่ต้องใช้เงินมากเป็นพิเศษ แม้แต่เวลาทำงานพิเศษก็มีน้อยมาก
จนกระทั่งต่อมา แม้เธอจะได้เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าในอุดมคติของตัวเองและหาเงินได้บ้างแล้ว แต่กลับไม่ได้สร้างแบรนด์ของตัวเองเหมือนคนอื่น และแอบใช้เวลาว่างจากการออกแบบไปขลุกอยู่กับการศึกษาอาหารอร่อย ๆ