ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 387 การตักเตือน
บทที่ 387 การตักเตือน
นอกจากนักออกแบบที่เพิ่มขึ้นแล้ว ทางฝูหรงยังไม่ได้เปิดรับสมัครงาน ช่างปักและช่างตัดเสื้อเลยยังไม่มีคนใหม่
ฝูหรงจำเป็นต้องขยายขนาด การรับสมัครเฉพาะนักออกแบบนั้นไม่เพียงพอ ลี่หรงจึงได้ลงประกาศรับสมัครงานใหม่ โดยรับสมัครช่างปักและช่างตัดเสื้อด้วย
ลี่หรงออกไปตลาด เพื่อสั่งหุ่นโชว์เสื้อผ้าจำนวนมาก ตัวที่มีผ้าหุ้มเพื่อใช้ในการออกแบบเฉพาะจุด ส่วนหุ่นพลาสติก ลี่หรงวางไว้ด้านหน้าเคาน์เตอร์ เพื่อใช้โชว์เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีการออกแบบโดดเด่น แต่ไม่ได้วางขาย ถือเป็นการโฆษณาไปในตัว
ชุดแรกที่นำมาแขวนคือชุดแต่งงาน ที่มีการออกแบบแบบจีน ชุดนั้นดูโดดเด่นมาก ใครเข้ามาก็สามารถมองเห็นได้
เทศกาลปีใหม่กำลังจะมาถึง ในปีใหม่นี้ บรรดาคุณหญิงคุณนายย่อมหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงสังสรรค์ไม่ได้ พวกเธอทราบว่าลี่หรงอยู่ในเมืองหลวง จึงพากันมาหาเธอเพื่อออกแบบชุด
ลี่หรงกำลังฝึกพนักงานใหม่พอดี แน่นอนว่าเธอไม่ได้ให้ทั้งห้าคนทำงานชิ้นเดียวกันพร้อมกัน แต่แบ่งงานกันทำ อย่างเช่นโจวลี่ลี่ ลี่หรงพาเธอไปรับงานออกแบบของคุณนายหยาน
คุณนายหยานที่จะไปร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ ต้องเกี่ยวข้องกับวงการข้าราชการอย่างแน่นอน จึงต้องออกแบบให้ดูสง่างาม และเรียบร้อย โดยปกติแล้วโจวลี่ลี่เป็นคนร่าเริง แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าคุณนายหยานเป็นภรรยาข้าราชการคนไหน แต่เมื่อเห็นบุคลิกของเธอ และความเคารพที่ลี่หรงมีต่ออีกฝ่าย โจวลี่ลี่จึงระมัดระวังไม่กล้าพูดอะไรมาก
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ลี่หรงพาเธอไปรับงานลูกค้า โจวลี่ลี่รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง พวกเธอเคยคุยกันเป็นการส่วนตัวว่า ช่วงทดลองงานสามเดือนเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้ถือเป็นช่วงสำคัญ จะสำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่โอกาสนี้แล้ว
ส่วนเฟิงหงเซี่ยช่วยลี่หรงรับออเดอร์จากผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงคนนี้เริ่มต้นจากการทำธุรกิจส่วนตัว เป็นผู้หญิงที่สามารถครองที่นั่งในวงการธุรกิจของเมืองหลวงได้ เธอรู้จักฝูหรงจากคุณนายคนอื่น เลยมาสั่งตัดชุดโดยตรง
หญิงคนนั้นทั้งร่ำรวยและมีตำแหน่งสูง เธอแสวงหาสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น และฝูหรงก็ตรงกับความต้องการของเธอพอดี
การออกแบบชุดของเธอต้องกล้าหาญ และทันสมัย ลี่หรงจึงให้เฟิงหงเซี่ยมารับหน้าที่นี้ เนื่องจากเฟิงหงเซี่ยเป็นคนที่ค่อนข้างมีพรสวรรค์ แน่นอนว่าต้องมองข้ามจิตใจที่คับแคบของเธอไปบ้าง ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เธอคงไม่ทะเลาะกับเฉาเหลียงอวี้ก่อนหน้านี้
เฟิงหงเซี่ยและโจวลี่ลี่คิดคล้าย ๆ กัน พวกเธอต่างรู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการทดสอบ
เดิมทีเมื่อตอนอยู่ที่บ้านล้อมลาน พื้นที่ของสตูดิโอของฝูหรงมีทั้งหมดสองห้อง ยังรู้สึกแออัดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีลูกค้าทุกวัน ตอนที่อาจารย์อาน่า ออกโรงแนะนำ พวกเธอเลยคิดว่า ถ้าไม่มีชื่อเสียงอย่างน้อยก็ต้องเป็นสตูดิโอใหญ่ แต่พอมาถึงฝูหรง พวกเธอรู้สึกว่ามันแตกต่างจากที่จินตนาการไว้มาก จะบอกว่าไม่ผิดหวังเลยคงเป็นเรื่องโกหก
หลังจากผ่านไปกว่าสองเดือน พวกเธอไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะคุณภาพและการออกแบบของฝูหรงนั้นเหนือกว่าความรู้ของพวกเธอมาก ลูกค้าที่มาที่นี่ล้วนมีรถรับส่ง หากไม่รวยก็มีอำนาจ พวกเธอไม่รู้ว่าภายนอกจะยังสามารถหาสตูดิโอแบบนี้ได้อีกหรือไม่ ตอนนี้ทุกคนจึงอยากทำงานที่นี่ต่อ
สิ่งที่กระตุ้นพวกเธอมากที่สุดคือ เฉาเหลียงอวี้ เพื่อนนักศึกษาที่เรียนด้วยกัน ได้มีตำแหน่งเป็นมือขวาของฝูหรง
ตอนแรกการทดสอบการออกแบบที่ลี่หรงให้พวกเธอทำตอนสัมภาษณ์งาน เป็นคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เฉาเหลียงอวี้ออกแบบ และปิดงานเสร็จไปแล้ว
งานออกแบบที่มหาวิทยาลัยของพวกเธอมีข้อกำหนดที่ชัดเจน งานแบบเปิดกว้างนั้นมีน้อยมาก แต่ลี่หรงกลับให้พวกเธอทำงานออกแบบตามความต้องการที่เปิดกว้างทันที
นอกจากความชอบของลูกค้าและโอกาสในการสวมใส่เสื้อผ้า พวกเธอไม่รู้อะไรเลย เนื่องจากไม่เคยสัมผัสกับการออกแบบตามความต้องการแบบนี้มาก่อน พวกเธอใช้เวลาคิดถึงสี่ห้าวัน จึงสามารถนำเสนอแบบร่างออกมาได้
แต่ลี่หรงมองแล้วส่ายหน้า เพียงแค่บอกว่าพอผ่านเกณฑ์เท่านั้น
สีหน้าของเฟิงหงเซี่ยเปลี่ยนไปทันที เธอรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ผลงานของพวกเธอถือว่าโดดเด่นในสาขาวิชา งานที่ส่งมีแต่ได้รับคำชม แต่ทำไมลี่หรงกลับบอกว่า แค่พอผ่านเกณฑ์เท่านั้น?
ลี่หรงสังเกตเห็นสีหน้าของพวกเธอ แต่หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงหยิบแบบที่เฉาเหลียงอวี้ขายได้มาให้พวกเธอดูโดยตรง
พอได้เห็น ทุกคนก็เงียบกริบ
แบบที่เฉาเหลียงอวี้ขายได้นั้นเหนือชั้นกว่าแบบที่พวกเธอส่งมาอย่างชัดเจน
หลายคนมีสีหน้าตกตะลึง เมื่อความจริงอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าพวกเธอจะเชื่อหรือไม่ แต่สิ่งที่เฉาเหลียงอวี้ออกแบบมาหลังจากผ่านการฝึกฝนจริงที่ฝูหรง มีระดับสูงกว่าพวกเธออย่างชัดเจน
ในช่วงสองเดือนที่อยู่ที่นี่ พวกเธอได้รับเงินเดือนพื้นฐานเพียงสี่สิบหยวน ในขณะที่ได้เห็นเฉาเหลียงอวี้รับออเดอร์มากมาย จะบอกว่าไม่อิจฉาคงเป็นเรื่องโกหก แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องรักษาตำแหน่งไว้ก่อน
ถ้าสุดท้ายรักษาตำแหน่งไว้ไม่ได้ นั่นเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งกว่า
พวกเธอไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมากนัก อาน่าไม่ได้ทำงานที่ฝูหรง จึงไม่รู้ว่าลูกค้าของฝูหรงในตอนนี้มีฐานะสูงส่งเพียงใด แต่หากมองแค่มุมมองของนักออกแบบ การออกแบบและผลิตภัณฑ์ของฝูหรงจะต้องมีการพัฒนาที่ดีในอนาคตอย่างแน่นอน
ลี่หรงรับออเดอร์สิบคนติดต่อกัน โดยเธอออกแบบด้วยตัวเองห้าชิ้น ส่วนอีกห้าชิ้นพอดีให้นักออกแบบห้าคน
สำหรับคำสั่งซื้ออื่น ๆ ในชุดเดียวกัน เฉาเหลียงอวี้รับมาหกรายการ
ทั้งสิบกว่ารายการนี้ต้องส่งมอบสินค้าสำเร็จรูปก่อนวันขึ้นปีใหม่
แต่ละชิ้นราคาหลายร้อยหยวน บางชิ้นเป็นพัน เมื่อคิดรวมค่าคอมมิชชั่น เฉาเหลียงอวี้จะได้รับเงินเดือนอย่างน้อยสองถึงสามร้อยหยวน ซึ่งนี่เป็นตัวเลขที่เฟิงหงเซี่ยคำนวณเอง
เธอทนไม่ไหวจึงบอกโจวลี่ลี่ว่า ทำไมเฉาเหลียงอวี้ถึงสามารถรับคำสั่งซื้อได้มากมายขนาดนั้น โจวลี่ลี่ก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน พวกเธอทำงานมานานแล้ว แต่กลับไม่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มแม้แต่สองรายการ
สิ่งที่พวกเธอพูดกันลับหลัง ได้ยินมาถึงหูของลี่หรง แต่ลี่หรงไม่คิดจะสนใจ เพราะพวกเธอตกลงเงื่อนไขในช่วงทดลองงานกันไว้แล้ว
ตอนนี้คำสั่งซื้อวันขึ้นปีใหม่มารวมกันหมด ลี่หรงเพิ่งแบ่งงานออกมาให้พวกเธอออกแบบไม่กี่ชิ้น ถือว่าเป็นการทดสอบไปในตัว ส่วนเรื่องที่ว่าจะใช้งานออกแบบของพวกเธอหรือไม่ ลี่หรงยังไม่กล้ารับประกันนัก เพราะลี่หรงยังต้องตรวจสอบงานออกแบบของพวกเธอก่อน และคำสั่งซื้อที่ปิดการขายได้ยังจะหักเปอร์เซ็นต์ให้พวกเธอเป็นเงินเดือนอีก ถ้าไม่ใช่เพราะนักออกแบบที่ผ่านการฝึกอบรมมาดีแล้วจะนำรายได้มาให้ฝูหรง ลี่หรงคงไม่สนใจพวกเธอหรอก
เรื่องนี้ลี่หรงตั้งใจทำเป็นไม่ได้ยิน แต่วันนี้เมื่อเห็นฉวนเสี่ยวหลิงบ่นอีก ลี่หรงจึงจัดการประชุมสั้น ๆ โดยมีใจความสำคัญว่า “ขอให้ทำงานออกแบบที่มีอยู่ในมือให้ดีก่อน ในการทำงานไม่ใช่ว่าใครพูดเก่งก็จะเก่งกาจ พวกเราทุกคนล้วนเป็นนักออกแบบ ให้ผลงานพูดแทนตัวเรา ตอนนี้งานที่แบ่งให้พวกคุณ เป็นลูกค้าเก่าของฝูหรง หากไม่ใช่เพราะคำสั่งซื้อมาพร้อมกัน พวกคุณอาจไม่มีโอกาสได้รับงานออกแบบจากคนเหล่านี้ และอย่าคิดว่าได้รับเพียงหนึ่งคำสั่งซื้อเลย เพราะสุดท้ายอาจไม่ได้ใช้งานของคุณก็ได้
หากการออกแบบของคุณได้รับการคัดเลือก ไม่ว่าฉันจะช่วยแก้ไขระหว่างทางหรือไม่ พวกคุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเหมือนพนักงานประจำ แต่ถ้าไม่ได้รับการคัดเลือกก็ขอโทษด้วย พวกคุณจะไม่ได้แม้แต่เหมาเดียว
การออกแบบครั้งนี้มีผลต่อการผ่านช่วงทดลองงานของพวกคุณอย่างมาก หวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญ”
ลี่หรงพูดอย่างจริงจัง เธอหยุดคิดสักครู่แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง “ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ต้องใช้ความสามารถพูดแทนตัว ขอให้ทุกคนพยายามกันให้เต็มที่นะคะ”
สำหรับชุดที่สั่งตัดของติงหลาน เฉาเหลียงอวี้ใส่ใจเป็นอย่างมาก เธอคอยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อทำเสร็จแล้ว เธอก็ติดต่อติงหลาน แต่อีกฝ่ายยังไม่มีเวลามารับชุด จึงบอกให้เฉาเหลียงอวี้เก็บไว้ก่อน
เฉาเหลียงอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจนำชุดไปส่งให้ติงหลานเอง เพราะเธอรู้ว่ากองถ่ายอยู่ที่ไหน อีกอย่างเธอยังจะได้ไปดูคนอื่นถ่ายทำด้วย