ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 388 ลวี่สุ่ย
บทที่ 388 ลวี่สุ่ย
ติงหลานกำลังถ่ายทำละครแนวชิงอำนาจในวังหลวง เฉาเหลียงอวี้ไม่รู้ว่าเธอถ่ายทำไปถึงตอนไหนแล้ว ในบรรดาดาราภาพยนตร์ ติงหลานนั้นมีชื่อเสียงพอสมควร แต่ละครชิงอำนาจในวังหลวงครั้งนี้ เป็นการปรับเปลี่ยนมาเป็นการแสดงละครโทรทัศน์ครั้งแรกของเธอ
เฉาเหลียงอวี้ชื่นชอบติงหลานมาก เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอแอบหาเวลาว่างอ่านนิยายที่ติงหลานนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์จนจบ ติงหลานรับบทเป็นตัวรองที่มีเล่ห์เหลี่ยมมาก จนกระทั่งใกล้จบเรื่องถึงได้ตายจากไป
เฉาเหลียงอวี้อุ้มกล่องใส่เสื้อผ้านั่งอยู่ข้าง ๆ มองดูติงหลานถ่ายทำละคร ตอนนี้เธอกำลังถ่ายฉากตบหน้านางเอก…
เฉาเหลียงอวี้อดสะดุ้งไม่ได้ บทตัวร้ายผู้หญิงมักจะถูกด่า เฉาเหลียงอวี้คิดไม่ออกว่าทำไมติงหลานถึงยอมรับบทนี้
ในที่สุดหลังจากรอให้ติงหลานถ่ายฉากนี้เสร็จ เฉาเหลียงอวี้ก็ตามเข้าไปในห้องพัก ยังไม่ทันส่งชุดที่ถืออยู่ให้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามสิ่งที่สงสัยในใจออกมา
ติงหลานกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอมองเฉาเหลียงอวี้ผ่านกระจกแล้วพูดว่า “มันท้าทายดีนะ บทคนดีอาจจะได้รับความชื่นชอบจากผู้ชมได้ง่ายกว่า แต่ถ้าแสดงบทคนร้ายได้ดี คนดูย่อมประทับใจมากกว่า แถมบทคนร้ายก็ไม่ได้แสดงง่าย ๆ ฉันชอบบทนี้มากเลยละ ก่อนหน้านี้แสดงเป็นคนดีมาเยอะแล้ว อยากลองท้าทายบทตัวร้ายดูบ้าง เมื่อกี้คุณว่าฉันแสดงเป็นยังไงบ้าง?”
“ดีมากเลยค่ะ” เฉาเหลียงอวี้หยุดชั่วครู่ แล้วพูดตามตรงว่า “ฉันยืนดูอยู่ข้าง ๆ ยังอยากช่วยนางเอกตบกลับเลย”
ติงหลานหัวเราะคิกคักสองสามที “ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า คุณมาส่งเสื้อผ้าใช่ไหมคะ?”
“อ้อ! ใช่แล้วค่ะ ลองดูสิ” เฉาเหลียงอวี้ส่งกล่องไปให้ติงหลาน แล้วพูดเสริมว่า “ถ้ามีส่วนไหนไม่เหมาะสม สามารถแก้ไขได้นะคะ”
“ทำออกมาเหมือนกับแบบร่างเลยนี่!” ติงหลานลูบชุดที่ทำจากผ้าออร์แกนซา นี่เป็นผ้าที่ลี่หรงสั่งมาเป็นพิเศษ กระโปรงที่ทำออกมาสวยมาก ไม่ต้องใช้โครงกระโปรงก็สามารถทำให้กระโปรงพองได้ เธออยากลองสวมใส่มาก แต่นึกได้ว่ายังมีฉากที่ต้องถ่ายอีก เธอจึงรู้สึกเสียดายนิดหน่อย
“เดี๋ยวต้องถ่ายฉากต่อไปอีก เครื่องแต่งกายของตัวละครเยอะมาก ตอนนี้คงถอดออกมาลองไม่ได้ เดี๋ยวค่อยลองทีหลังแล้วกัน ถ้ามีส่วนไหนที่ไม่เหมาะสม ฉันจะบอกคุณอีกทีนะคะ”
หลังจากผ่านไปหลายวัน เฉาเหลียงอวี้ได้รับข่าวจากติงหลานว่าชุดเหมาะสมดี เงินส่วนที่เหลือก็ชำระเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่าคำสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์
เฉาเหลียงอวี้รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะได้พบดาราดังอีกเมื่อไหร่ แต่เธอไม่มีเวลาเศร้าเสียใจมากนัก เพราะเธอได้รับงานถึงหกชิ้นในคราวเดียว ทำให้เธอยุ่งจนตัวแทบจะบินได้แล้ว!
ตอนจบการศึกษา ครอบครัวของเธอวางแผนจะส่งเธอไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยบอกว่าการไปเพิ่มพูนความรู้จากต่างแดนจะทำให้หางานได้ง่ายขึ้นเมื่อกลับมา
แต่เฉาเหลียงอวี้คิดว่าถึงแม้จะไปเรียนต่อ ก็คงเป็นเรื่องในอนาคต ตอนนี้เธอรู้สึกว่าฝูหรงก็ดีอยู่แล้ว แม้ว่าหลังจากเรียนจบกลับมาก็ยังต้องหางานอยู่ดี เธอจึงปฏิเสธไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
ตระกูลเฉามีลูกหลานผู้ชายมาก เฉาเหลียงอวี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวในรุ่น และยังเก่งมากจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวได้ ดังนั้น พวกเขาจึงตามใจเธอทุกอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้นเฉาเหลียงอวี้ยังหาเงินได้ไม่น้อย หากไม่นับรวมสวัสดิการและโบนัสในวันหยุด เงินเดือนของเฉาเหลียงอวี้ยังมากกว่าเงินเดือนของหลานชายบางคนในครอบครัวที่ทำงานในระบบราชการเสียอีก
เธอเป็นผู้หญิงนี่นา หาเงินได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ขอแค่เธอมีความสุขก็พอ เพราะครอบครัวไม่ได้หวังให้เธอทำอะไรยิ่งใหญ่ในอนาคตอยู่แล้ว
ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ลี่หรงไม่รู้เลย
โจวลี่ลี่เริ่มฉลาดขึ้นแล้ว หลังจากวาดแบบเสร็จ เธอจึงตั้งใจไปหาเฉาเหลียงอวี้ “เหลียงอวี้ เธอช่วยดูแบบที่ฉันออกแบบหน่อยได้ไหม? ไม่รู้ว่าตรงตามความต้องการของประธานลี่หรือเปล่า”
ตอนที่พวกเธอเพิ่งเข้ามา พวกเธอเรียกลี่หรงว่าพี่รุ่น ต่อมาก็เรียกตามเหมยจีอวี้ว่าเจ้านาย และตอนนี้พวกเธอก็เรียกว่าประธานลี่
เฉาเหลียงอวี้ขมวดคิ้ว แล้วตอบว่า “ฉัน… ช่วยดูให้ได้” เพราะลี่หรงบอกว่า เพื่อนร่วมงานสามารถช่วยเหลือกันได้ แต่เธอยังพูดอีกว่า “ฉันไม่รู้ว่าพี่ลี่หรงมีข้อกำหนดอะไรสำหรับการออกแบบของพวกเธอ แต่ฉันคิดว่า พวกเธอกำลังออกแบบให้ลูกค้าโดยเฉพาะ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตรงตามความต้องการของลูกค้า”
เธอไม่ได้ยื่นมือออกไป เพียงแค่ใช้สายตามองดูแบบร่างที่อีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะของเธอ ดูแล้วก็ใช้ได้ แต่เฉาเหลียงอวี้ไม่รู้ว่าลูกค้าที่อีกฝ่ายดูแลอยู่คือใคร จึงถามว่า “ฉันคิดว่าการออกแบบนี้ดีมากนะ แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าของเธอต้องการอะไร”
“ลูกค้าที่ฉันดูแลอยู่ดูเหมือนจะชื่อคุณนายหยาน”
“คุณนายหยาน?” เฉาเหลียงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “พี่ลี่หรงถึงกับให้คุณรับงานออกแบบของเธอเลยเหรอ?”
โจวลี่ลี่งุนงง “มีอะไรเหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่แปลกใจน่ะ” เฉาเหลียงอวี้มองดูแบบของเธออีกครั้ง นึกถึงตัวตนของคุณนายหยานและความชอบในการสั่งตัดเสื้อผ้าของเธอในอดีต เธอชี้ไปที่การออกแบบที่ซับซ้อนบริเวณไหปลาร้าของชุดราตรี “ถ้าเป็นคุณนายหยาน ฉันแนะนำให้แก้ไขตรงนี้หน่อย ลายตรงนี้ดูโอ่อ่าเกินไป ถ้าอยากเพิ่มความรู้สึกของการออกแบบ เธออาจจะย้ายไปที่หน้าอกหรือต่ำลงไปหน่อย อย่าให้เด่นเกินไป…”
โจวลี่ลี่ชอบส่วนที่เป็นลายฉลุนี้มากที่สุด ไม่คิดว่าเฉาเหลียงอวี้จะให้เธอตัดส่วนนี้ทิ้ง แน่นอนว่าเธอจำได้ว่าลี่หรงเคยบอกให้เธอทำแบบเรียบ ๆ แต่นี่ก็แค่ลายเล็ก ๆ เท่านั้น แล้วยังไม่ได้ติดอัญมณีด้วยซ้ำ
เธอเม้มปาก กล่าวขอบคุณเฉาเหลียงอวี้แล้วจากไป
เฉาเหลียงอวี้มองแผ่นหลังของโจวลี่ลี่อยู่สิบกว่าวินาที แล้วถอนหายใจ คุณนายหยานเป็นลูกค้าเก่า ภูมิหลังของครอบครัวเธอก็น่าตกใจพอสมควร ลูกค้าเกือบครึ่งหนึ่งของฝูหรงล้วนเป็นคนที่ลี่หรงรู้จักจากงานเลี้ยงของคุณนายหยานในตอนนั้น
สองปีนี้ คำสั่งซื้อของคุณนายหยานส่วนใหญ่เป็นการออกแบบด้วยตัวเองของลี่หรงที่เมืองหยาง แม้แต่เฉาเหลียงอวี้เองก็เคยทำเสื้อผ้าให้คุณนายหยานแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ไม่คิดว่าลี่หรงจะให้โจวลี่ลี่รับคำสั่งซื้อของคุณนายหยานโดยตรง
เฉาเหลียงอวี้รู้สึกสับสนอยู่บ้าง หากเป็นนิสัยของเธอตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ๆ คงไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมา แต่ตอนนี้เธอกลับเลือกที่จะเชื่อใจในการจัดการของลี่หรง
แน่นอนว่าลี่หรงไม่ได้แบ่งคำสั่งของคุณนายหยานให้โจวลี่ลี่อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เธอรู้สึกว่าการออกแบบของโจวลี่ลี่ หากเธอคอยตรวจสอบในภายหลัง ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
เธอทำคำสั่งของคุณนายหยานมามากมาย และอยากรู้ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่มาทำจะได้ผลลัพธ์แบบไหน หากทำไม่ได้จริง ๆ ก็ยังมีเวลาเหลืออีกมาก ซึ่งลี่หรงยังสามารถออกแบบใหม่ได้ทัน
ลี่หรงทำการออกแบบเสร็จสองชิ้น โจวลี่ลี่และคนอื่น ๆ ยังไม่ได้ส่งมา ลี่หรงก็ไม่รีบเร่ง เพราะยังมีเวลาก่อนถึงกำหนดที่เธอให้ไว้ ส่วนตัวลี่หรงเองไม่ได้ทำการออกแบบที่เหลืออีกสามชิ้นทันที แต่ตัดสินใจไปที่ลวี่สุ่ยก่อน
ดาราที่เสิ่นรั่วหนิงหามาได้ผลดีพอสมควร หน้าร้านของลวี่สุ่ยแขวนโปสเตอร์ดาราขนาดใหญ่ ตามแผนที่วางไว้ ทั้งยังจ้างคนไปแปะโฆษณาและลงหนังสือพิมพ์อีกด้วย
ช่วงนี้รายได้ของลวี่สุ่ยดีขึ้นกว่าตอนเปิดกิจการใหม่ ๆ มาก
อาจเป็นเพราะดาราคนนั้นไม่โด่งดังมาก ยอดขายจึงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ดีเท่าที่คาดไว้ เสิ่นรั่วหนิงที่กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่พอดี เมื่อเห็นลี่หรงมาที่ร้าน เธอจึงเข้าไปปรึกษาอีกฝ่าย
“การบริหารจัดการนี่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย แถมดาราคนนั้น… มีชื่อเสียงอะไรกัน! ฉันยังไม่ได้ทุนค่าโฆษณาคืนเลยเนี่ย…”