ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 397 กลับไป
บทที่ 397 กลับไป
“หรงหรง?” หวงเซิ่งหนานเห็นลี่หรงแล้วคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป “ทำไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะ?”
“ฉันติดต่อเธอไม่ได้…” ลี่หรงนั่งลงข้าง ๆ กลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่ “ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้?”
ลี่หรงรู้เรื่องความไม่สงบในฮ่องกงยุคนี้จากประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่หวงเซิ่งหนานได้ประสบด้วยตัวเอง
ลี่หรงรู้สึกทรมานใจมาก การได้พบเพื่อนสนิททำให้เธอทนการสูญเสียไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่รีบร้อนวิ่งมาจากเมืองหยางแบบนี้
“แค่ก ๆ! ขอโทษที่ทำให้เธอเป็นห่วงนะ”
หวงเซิ่งหนานขยับนิ้วเล็กน้อย ราวกับพยายามจะลุกขึ้น
ลี่หรงกดตัวอีกฝ่ายเบา ๆ “เธออย่าเพิ่งขยับนะ อยากทำอะไรให้บอกฉัน เดี๋ยวฉันทำให้”
“ฉันกระหายน้ำ” ริมฝีปากของหวงเซิ่งหนานแห้งจนลอกเป็นขุย
พยาบาลบอกลี่หรงว่า หวงเซิ่งหนานสามารถกินอาหารเหลวได้บ้าง เธอจึงประคองแก้วน้ำและใช้หลอดให้หวงเซิ่งหนานดื่มไปสองสามอึก
หลังจากหวงเซิ่งหนานดื่มน้ำเสร็จแล้ว จึงหันมาถามอีกฝ่ายว่า “แล้วเหอไฉซานล่ะ?”
ลี่หรงพูดอย่างไม่พอใจ “เขายังไม่ตายหรอก! เขาทำให้เธอเดือดร้อนขนาดนี้แล้ว จะสนใจเขาทำไมอีก!”
ลี่หรงไม่เข้าใจเรื่องราวเท่าไหร่นัก แต่เธอเชื่อว่าเป็นเพราะเหอไฉซานทำให้หวงเซิ่งหนานต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย แม้ว่าเหอไฉซานจะเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่หวงเซิ่งหนานต้องเข้ารับการช่วยชีวิตตั้งหลายครั้ง!
เมื่อหวงเซิ่งหนานฟื้นขึ้นมา เหอไฉซานก็ให้คนพยุงเขาลุกขึ้น ตอนนี้เมื่อได้ยินเสียงของหวงเซิ่งหนาน เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วค่อย ๆ เดินไปที่ข้างเตียงของหวงเซิ่งหนาน “ผมอยู่นี่”
หวงเซิ่งหนานเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า คิดว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ในใจพลันรู้สึกโล่งอก แต่แล้วเธอกลับเห็นว่าแขนเสื้ออีกข้างของเหอไฉซานนั้นว่างเปล่า
ดวงตาของเธอสั่นไหว หวงเซิ่งหนานยกมือขึ้นมาจับที่แขนเสื้อนั้นอย่างยากลำบาก “คุณ… อ๊ะ…”
หวงเซิ่งหนานร้องออกมา ด้วยความกังวล ลี่หรงจึงรีบประคองอีกฝ่ายให้นอนลง “เซิ่งหนาน! เธอยังไม่หายดีนะ”
ลี่หรงรู้สึกแย่มาก ครั้งแรกที่เธอพบหวงเซิ่งหนานนั้นเป็นเพราะเหอไฉซานแนะนำให้รู้จัก ตอนนั้นดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ค่อยดีนัก หวงเซิ่งหนานยังบอกเธอไม่ให้สนิทกับเหอไฉซานมากเกินไป
ครั้งที่สองคืองานแสดงสินค้าเมื่อปีที่แล้ว หวงเซิ่งหนานไปเมืองหลวง เหอไฉซานยังอยากเป็นคนขับรถพาพวกเธอไปร้านอาหาร
ครั้งที่สามตอนเธอตั้งครรภ์ หวงเซิ่งหนานส่งอาหารบำรุงมาให้เธอโดยมีเหอไฉซานเป็นคนขับรถมาส่ง
และครั้งนี้… ลี่หรงรู้สึกได้ถึงความคลุมเครือระหว่างทั้งสอง เพียงแต่หวงเซิ่งหนานไม่ได้พูด และลี่หรงก็ยังไม่มีโอกาสถาม
เหอไฉซานจับมือของหวงเซิ่งหนาน แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ทุกคนยังปลอดภัยดี เราจะจดจำความแค้นนี้ไว้ก่อน สักวันเราจะแก้แค้นพวกเขาแน่นอน!”
หวงเซิ่งหนานถามขึ้น ด้วยสายตาเย็นชาขึ้นมา “ใครเป็นคนทำ?”
“ผมรู้สึกว่าพวกเขามาเพื่อเล่นงานคุณ” เหอไฉซานพูดอย่างจริงจัง เพราะฝ่ายนั้นต้องการเอาชีวิตของหวงเซิ่งหนานจริง ๆ “น่าจะเป็นพี่รองของคุณ”
“อะไรนะ?” ลี่หรงฟังแล้วงุนงง แต่หญิงสาวเข้าใจเรื่องหนึ่ง นั่นคือมีคนในครอบครัวที่ไม่ชอบหวงเซิ่งหนาน หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเคยบอกว่าพ่อของตนมีภรรยาและลูกหลายคนด้วย ลี่หรงพลันนึกถึงเรื่องราวในละครที่มีการแย่งชิงมรดกในครอบครัว และการวางแผนลับหลังขึ้นมา
หวงเซิ่งหนานใช้สายตาห้าม ไม่ให้เหอไฉซานพูดต่อ เธอหันไปมองลี่หรง แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก”
ลี่หรงไม่ใช่คนโง่ เธอมองออกแล้วว่าคนทั้งสองไม่ตั้งใจจะให้เธอรู้
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “กลับไปเมืองหลวงกับฉันไหม? ที่นี่อันตรายเกินไปแล้ว”
หวงเซิ่งหนานหัวเราะ “เธอจะเลี้ยงฉันเหรอ?”
ลี่หรงพยักหน้า “ฉันจะเลี้ยงเธอเอง!”
ลี่หรงมีทั้งสตูดิโอ โรงงานและบ้านล้อมลาน การเลี้ยงหวงเซิ่งหนานแค่คนเดียวจะมีอะไรยากกัน?
หวงเซิ่งหนาน “เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้ฉันไม่มีทางยอมแพ้แน่! ฉันไม่เคยคิดแย่งชิงอะไร แต่พวกเขากลับมาหาเรื่องฉันถึงที่ คงเห็นว่าคุณพ่อแก่แล้วนั่นแหละ ในเมื่อพวกเขาไม่ไว้ใจฉันขนาดนี้ แล้วฉันจะทำให้พวกเขาผิดหวังได้อย่างไร!”
ลี่หรงอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นท่าทีของหวงเซิ่งหนาน เธอเลยไม่พูดอะไรต่อ ทั้งสองรู้จักกันมาหลายปี ลี่หรงรู้ว่าหวงเซิ่งหนานเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง
ตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว ลี่หรงจึงเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร แต่ขอให้เธอคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นอันดับแรก”
“รู้แล้วจ้า” หวงเซิ่งหนานตอบอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้นเมื่อลี่หรงมาถึง อาการของหวงเซิ่งหนานก็ดีขึ้นมากแล้ว เธอสามารถขยับร่างกายได้ แถมเพิ่งรู้ด้วยว่าผมของเธอถูกโกนจนหมด
เมื่อเธอเห็นลี่หรง เธอรีบพูดอย่างร้อนรนว่า “เร็วเข้า! หากระจกให้ฉันหน่อย”
ลี่หรงกัดริมฝีปากแล้วพูดว่า “อย่าดูเลยดีกว่า เขาโกนผมให้เธอไปหมดแล้วละ”
หวงเซิ่งหนานเงยหน้ามองเพดาน “คงน่าเกลียดมากเลยสินะ!”
“มันจะงอกใหม่เร็ว ๆ นี้แหละ” ลี่หรงไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อปลอบใจเธอดี
ลี่หรงอยู่ที่นี่มาหลายวันจนแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายอาการดีขึ้น ลี่หรงจึงมาเพื่อบอกลาเธอ
หวงเซิ่งหนานไม่ค่อยพอใจนัก “พรุ่งนี้เธอจะกลับแล้วเหรอ?”
ลี่หรงพยักหน้า “ฉันอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว ที่เมืองหยางยังมีงานอีกมาก”
แผนของเธอคือจะอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง จัดการเรื่องพรีเซนเตอร์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับเมืองหลวง ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอต้องเสียเวลาอยู่ที่ฮ่องกงอีกหลายวัน พอกลับไปก็ต้องเลื่อนเวลากลับเมืองหลวงออกไปอีก
ก่อนจะจากไป ลี่หรงอดเป็นห่วงไม่ได้ พอจ้าวชิงซงเห็นท่าทางของเธอจึงพูดว่า “คุณไม่อยู่ต่ออีกสักสองวันเหรอครับ?”
จ้าวชิงซงรู้สึกว่าการอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน การที่เขาไม่อยู่ที่จุดขายส่งสักสองสามวันย่อมไม่มีผลกระทบอะไร ช่วงไม่กี่วันนี้ นอกจากจะอยู่ที่โรงพยาบาลทุกวันแล้ว จ้าวชิงซงยังได้พาลี่หรงเที่ยวรอบหรือไม่ก็อยู่ที่โรงแรม
“ช่างเถอะ ถึงพวกเราอยู่ไปก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวชิงซงพลันรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
เมื่อกลับมาถึงเมืองหยาง ลี่หรงถูกสวีจิ้งตานสั่งสอนว่า “ฮ่องกงวุ่นวายขนาดไหน เธอแอบไปคนเดียวแบบนั้น ไม่รู้หรือว่ามันอันตราย ฉันบอกเธอเลยนะ พวกพ่อค้าฮ่องกงนั่นชอบผู้หญิงสวย ๆ แบบเธอที่สุด ถ้าเกิดถูกจับไปเป็นเมียน้อย ไม่ได้กลับมาอีก เธอจะต้องทนทุกข์ทรมานแน่!”
ลี่หรงรู้สึกอับอาย เธอพูดเสียงเบาว่า “ฉันบอกหนิงหนิงไปแล้วนี่คะ”
สวีจิ้งตานจ้องเขม็ง “บอกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ถามอะไรไปก็ไม่รู้สักอย่าง พอเธอไปถึงฮ่องกงควรโทรศัพท์มาบอกก่อน เสี่ยวจ้าวตามหาเธออยู่ตั้งนาน นึกว่าเธอเป็นอะไรไปแล้ว!”
“ฉันรู้ตัวแล้วค่ะว่าทำผิด” ลี่หรงยกมือขึ้น “เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ ฉันสัญญา”
เมื่อเห็นว่าบรรลุวัตถุประสงค์ในการสั่งสอนแล้ว สวีจิ้งตานจึงไม่พูดถึงเรื่องของเธออีก แต่หันไปพูดถึงเรื่องของหลานไห่แทน “ทางสวี่อวี้ยอมพิจารณาข้อเสนอแล้ว คาดว่าทางนั้นคงยืมชุดไม่ได้ ส่วนชุดของแบรนด์อื่นก็ถูกคนอื่นยืมไปหมดแล้ว เลยให้พวกเราทำชุดราตรี และตกลงค่าโฆษณาปีละสองหมื่น”
ลี่หรงพยักหน้า “ค่ะ งั้นพรุ่งนี้นัดติงหลานมาวัดตัวได้เลยนะคะ”
“เรื่องพรีเซนเตอร์ครั้งนี้ เป็นเพราะมีการออกแบบของฝูหรงถึงทำให้สวี่อวี้ยอมลดค่าโฆษณาลงหนึ่งหมื่น เรื่องนี้หลานไห่ไม่ควรปล่อยให้ฝูหรงเสียเปล่า นั่นเป็นสตูดิโอของเธอเอง บางบัญชีก็ควรคิดให้ชัดเจน ถ้างั้น เงินหนึ่งหมื่นที่สวี่อวี้ลดให้ ฉันจะจ่ายเป็นค่าตอบแทนของฝูหรงไปแล้วกัน”
ลี่หรงโบกมือ “ไม่ต้องหรอกค่ะ! ถ้าเป็นแบบนั้น ตั้งแต่แรกฉันคงไม่ต้องเสียแรงต่อรองราคากับสวี่อวี้แล้ว!”