ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 404 ยอดสั่งซื้อพุ่ง
บทที่ 404 ยอดสั่งซื้อพุ่ง
ลี่หรง “ขอบคุณที่ชื่นชอบชุดราตรีของพวกเรานะคะ ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เมื่อชุดเสร็จแล้ว ฉันจะส่งไปให้คุณที่เมืองหยางทันทีค่ะ”
เฉาเหลียงอวี้เห็นลี่หรงกลับมาก็จ้องมองเหมยจีอวี้ที่นั่งทำชุดราตรีชุดนี้ด้วยความสงสัย “ชุดราตรีนี้เป็นของใครเหรอ?”
“ของคุณติงหลานน่ะ”
ดวงตาของเฉาเหลียงอวี้เป็นประกายวาบ “นักแสดงหญิงคนนั้นใช่ไหม!”
“ใช่” ลี่หรงหันไปมองเธอ “เธอเคยรับคำสั่งซื้อของคุณติงมาแล้ว”
“ฉันจำได้ค่ะ!” เฉาเหลียงอวี้มองแบบร่างในมือของลี่หรง “สวยจริง ๆ นี่คุณออกแบบเองใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้ว” ลี่หรงพูดกับเธออีกสองสามประโยค “นี่คือชุดราตรีที่คุณติงจะใส่ในงานเทศกาลอวี้หลาน พอได้สวมใส่แล้วจะถือเป็นการโฆษณาให้ฝูหรงอีกแบบหนึ่งด้วย”
เฉาเหลียงอวี้เอ่ยด้วยความเข้าใจ “พวกเราได้เปรียบแล้ว!”
ลี่หรงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ผ่านไปสักครู่ เห็นเฉาเหลียงอวี้ยังจ้องอยู่ตรงนี้ เธอจึงเร่งอีกฝ่ายว่า “ไม่ไปทำงานเหรอ? เธอออกแบบเสร็จหมดแล้วหรือไง?”
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ลี่หรงอยากจัดแสดงเสื้อผ้าของฝูหรง เธอยังไม่เคยมีโอกาสทำมาก่อน การจัดงานแบบนี้ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นเวลานาน ปีนี้คงไม่มีทางทำสำเร็จแล้ว เพราะลี่หรงมีลางสังหรณ์ว่า เมื่อถึงเวลาที่ติงหลานสวมชุดราตรีที่เธอออกแบบไปร่วมงานใหญ่อีกครั้ง ฝูหรงก็จะออกสู่สายตาสาธารณชนอย่างเป็นทางการ
สาธารณชนในที่นี้นอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว ยังมีคนรวยที่สนใจวงการแฟชั่นและบันเทิงอีกมากมาย ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของฝูหรง
ฝูหรงมีสตูดิโอเพียงแห่งเดียวในเมืองหลวง ถึงแม้จะมีลูกค้าจากต่างจังหวัดสักหนึ่งหรือสองคน ฝูหรงก็คงจะรับงานไม่ไหวแล้ว!
หลังจากตรวจสอบชุดราตรีที่ทำให้ติงหลานเรียบร้อยแล้ว ลี่หรงก็ส่งตรงไปยังเมืองหยางทันที
วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเทศกาลอวี้หลาน ลี่หรงตั้งใจไปหาหนังสือพิมพ์ของเมืองหยางมาดู และเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ ชุดราตรีทำให้ติงหลานได้ขึ้นหน้าหนึ่ง!
สื่อต่าง ๆ แข่งกันรายงานข่าว ยิ่งกว่าตอนชุดชิงฮวาฉือเสียอีก
เนื่องจากไม่ใช่การเป็นพรีเซนเตอร์ตามที่ตกลงกันไว้ ลี่หรงจึงไม่ได้ให้ติงหลานพูดอะไร เธอคิดเอาเองว่าหลังจากติงหลานเปิดเผยข้อมูลเล็กน้อย สื่อหรือคนที่สนใจจะขุดคุ้ยจนพบสตูดิโอฝูหรงในเมืองหลวงเอง เหมือนกับลวี่สุ่ยนั่นแหละ
แต่ไม่กี่วันต่อมา ที่เมืองหยางก็ปรากฏสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อว่าฝูหรงเช่นกัน!
ติงหลานไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้กับฝูหรง แม้ว่าเธอจะสวมใส่เสื้อผ้าของฝูหรงก็ตาม แต่สวี่อวี้ได้ยอมลดราคาค่าตัวพรีเซนเตอร์โฆษณาของลวี่สุ่ยลงแล้ว สวี่อวี้คิดว่าใส่ก็ใส่ไปแล้ว แต่ถ้าจะให้เธอโฆษณาให้ฝูหรงโดยตรง เธอย่อมไม่ยินดี ด้วยเหตุนี้ ติงหลานจึงไม่สามารถพูดอย่างเปิดเผยได้ว่านี่คือสตูดิโอฝูหรงของลี่หรง
เธอบอกแค่ว่ามันคือสตูดิโอฝูหรง เป็นร้านตัดชุดเฉพาะบุคคล
ซึ่งข้อมูลมีน้อยมาก
ไม่กี่วันต่อมา ชุดราตรีที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันที่ดัดแปลงมาจากชุดนั้นก็ปรากฏขึ้นที่เมืองหยาง
นักข่าวจึงเข้าใจว่าร้านฝูหรงแห่งนี้ คือร้านที่ออกแบบชุดให้ติงหลาน
พวกเขาต่างวิ่งไปสัมภาษณ์ ให้พื้นที่ในนิตยสารหลายฉบับ ทำให้ฝูหรงแห่งเมืองหยางได้รับการเปิดตัวอย่างกว้างขวางในทันที!
เมื่อลี่หรงทราบความจริงแล้วก็ทั้งโกรธทั้งหมดหนทาง แต่เธออยู่ไกลถึงเมืองหลวง สิ่งที่เธอทำได้มีไม่มากนัก
เรื่องของฝูหรง เธอก็ไม่อยากรบกวนสวีจิ้งตาน จึงได้แต่บ่นกับจ้าวชิงซงแทน
พอจ้าวชิงซงได้ยินว่าภรรยาของตนถูกรังแก เขาย่อมทนไม่ได้ จึงรีบไปสืบหาข้อมูลทันที ได้ยินมาว่าคนที่เปิดร้านชื่อหม่าเหวินหงและหวงสุ่ยหลาน
นี่ไม่ใช่สองนักออกแบบเดิมของหลานไห่ที่ลี่หรงปรึกษากับสวีจิ้งตาน เพื่อไล่ออกก่อนที่เธอจะกลับเมืองหลวงหรอกหรือ?
ลี่หรงคิดว่าพวกเธอจะไปหางานออกแบบใหม่ แต่ไม่คิดว่าพวกเธอจะร่วมมือกันเปิดสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้า แล้วแทงข้างหลังลี่หรงแบบนี้
หม่าเหวินหงและหวงสุ่ยหลานลอกเลียนแบบการออกแบบของฝูหรง แล้วยังออกแบบเสื้อผ้าที่ดัดแปลงมาอย่างโจ่งแจ้ง การเปิดเผยครั้งนี้ทำให้พวกเธอได้เงินไม่น้อยเลย!
ตอนที่พวกเธอลอกเลียนแบบ พวกเธอไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ความจริงแล้วพวกเธอไม่รู้ว่าฝูหรงเป็นร้านของลี่หรง และคิดว่ามันเป็นแค่สตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าธรรมดา
ในสายตาของพวกเธอ การลอกเลียนแบบถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา
หากมีเงินให้หาก็ต้องหาให้เต็มที่!
พวกเธอซื้อโปสเตอร์ของติงหลานจากงานเทศกาลมาติดไว้ในสตูดิโอของตัวเองอย่างโจ่งแจ้ง
พวกเธอคิดถึงทางออกไว้แล้ว ถ้าหากมีฝูหรงตัวจริงปรากฏตัวขึ้นมา พวกเธอจะบอกว่า เห็นว่าโปสเตอร์นี้สวยดีเลยเอามาติดไว้ ถ้าอีกฝ่ายไม่พอใจ ก็แค่ดึงมันออกเท่านั้นเอง
ตอนนี้ร้านค้าหลายแห่งติดโปสเตอร์นักแสดงเหมือนเป็นการตกแต่ง ดังนั้นหม่าเหวินหงและหวงสุ่ยหลานจึงมีข้ออ้างที่หนักแน่นพอ
แต่ในสายตาของผู้บริโภค พวกเขาคิดว่านี่คือชุดราตรีที่พวกเธอออกแบบจริง ๆ
ฝูหรงที่ขายในเมืองหยางมีราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคมาก แม้ว่าคุณภาพจะไม่ค่อยดีนัก แต่พวกเธอคิดว่ามันต้องเป็นแบบเดียวกับที่ดาราใส่ เพียงแต่รุ่นของพวกเธอต่างออกไปเท่านั้น พวกเขาคิดว่าสินค้าราคาถูกเหล่านี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อได้
พวกเขาเลยแห่กันมาซื้อยกใหญ่!
ไม่กี่วันต่อมา ในเมืองหยางก็ปรากฏชุดดาราฝูหรงขึ้นมากมาย
นั่นคือเสื้อผ้าที่ขายโดยฝูหรงในเมืองหยาง พวกเธอเชื่อว่าสิ่งที่สวมใส่อยู่นั้นเหมือนกับเสื้อผ้าของดารา แต่ราคาถูกมาก ทุกคนจึงสวมใส่กัน กระแสที่เกิดขึ้นนี้เลยถูกเรียกว่า ‘ชุดดาราฝูหรง’
ไม่นานนัก สวีจิ้งตานถึงได้รู้เรื่อง เธอจึงโทรหาลี่หรง “ชุดที่เธอออกแบบให้ติงหลานถูกลอกเลียนแบบแล้ว! และตอนนี้ที่เมืองหยางยังมีสตูดิโอที่ใช้ชื่อเดียวกับฝูหรงด้วย!”
ลี่หรง “ฉันรู้แล้วค่ะ ตอนนั้นฉันติดตามงานประกาศรางวัลอวี้หลาน หลังจากนั้นฉันเห็นในหนังสือพิมพ์ว่ามีนักข่าวไปสัมภาษณ์ฝูหรงที่เมืองหยาง เห็นชุดที่ถูกลอกเลียนแบบแล้ว ฉันเลยให้จ้าวชิงซงช่วยสืบให้ ถึงได้รู้ว่าสตูดิโอนั้นเป็นของหม่าเหวินหงและหวงสุ่ยหลาน”
“นี่มันเกินไปแล้ว!” สวีจิ้งตานพูดด้วยความโกรธ “ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ที่หลานไห่ พวกเราเคยเอาเปรียบพวกเขาตรงไหนบ้าง?”
ลี่หรงก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ “พวกเขาคงไม่รู้ว่าฝูหรงเป็นของฉัน”
สวีจิ้งตานหัวเราะเยาะ “ถึงรู้แล้วจะเป็นไงล่ะ? พวกเขาก็ยังลอกเลียนแบบอยู่ดี”
ลี่หรงไม่พูดอะไร ตอนนี้เธอยังไม่แน่ใจนัก “ฉันจะโทรไปถามพวกเขาก่อนแล้วกันค่ะ ถ้าเรื่องนี้สามารถแก้ไขกันได้เป็นการส่วนตัวก็จะดีที่สุด”
เรื่องของฝูหรง ต้องเป็นลี่หรงที่ตัดสินใจ สวีจิ้งตานจึงไม่มีอะไรจะพูด “งั้นเธอลองไปถามมาเถอะ ถ้าต้องการอะไรเมื่อไหร่ ค่อยบอกฉันอีกที”
หม่าเหวินหงและหวงสุ่ยหลานตาลุกวาวด้วยความโลภ หลังจากนั้นยังยัดเงินให้สำนักข่าวอื่น ๆ ได้ลงข่าวอีกหลายครั้ง แถมยังแนบที่อยู่และข้อมูลติดต่อของสตูดิโอฝูหรงเมืองหยางไว้เป็นพิเศษด้วย
ลี่หรงไม่ต้องเสียเวลามากนัก จึงรู้หมายเลขโทรศัพท์ของพวกเธอจากหนังสือพิมพ์ เมื่อโทรไป หวงสุ่ยหลานเป็นคนรับสาย
ลี่หรงจำเสียงของเธอได้ แต่ยังถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณคือหวงสุ่ยหลานใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ ฉันเอง คุณคือใครคะ?” ช่วงนี้หวงสุ่ยหลานรับโทรศัพท์มามากมาย จึงจำเสียงของลี่หรงไม่ได้
ลี่หรงจึงแนะนำตัวเอง
หวงสุ่ยหลานตกตะลึงไปชั่วครู่ “คุณลี่เหรอคะ? ทำไมคุณถึงโทรมาล่ะคะ?”
“ใครน่ะ?” หม่าเหวินหงเพิ่งส่งลูกค้ากลุ่มหนึ่งกลับไป เห็นท่าทางงง ๆ ของหวงสุ่ยหลาน จึงเดินเข้ามาถาม
“คุณลี่ค่ะ”
หม่าเหวินหงขมวดคิ้วเดินเข้ามา แล้วตะโกนเรียกคุณลี่ทางโทรศัพท์ “คุณโทรมาคงไม่ใช่เพราะเห็นว่าสตูดิโอที่พวกเราขายดิบขายดีแล้วอยากจะชวนพวกเรากลับไปหลานไห่หรอกนะคะ?”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ตอนที่ถูกหลานไห่ไล่ออกมา พวกเธอหางานที่เหมาะสมไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่ไม่เหมาะสม หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ทั้งสองคนเคยทำเงินได้ไม่น้อยที่หลานไห่ พวกเธอคิดว่าถ้าเปิดโรงงาน พวกเธอจะต้องทำเงินได้มากกว่าแน่นอน
แต่เมื่อรู้ว่าการเปิดโรงงานต้องใช้เงินหลายแสน พวกเธอจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป ไม่นานหลังจากนั้น ชุดราตรีของติงหลานก็ได้ลงหนังสือพิมพ์ พวกเธอได้กลิ่นสินค้าขายดี จึงรีบติดต่อโรงงานเพื่อเริ่มผลิตเสื้อผ้าที่พวกเธอทำการเลียนแบบออกมา
เมื่อลี่หรงโทรศัพท์มาแบบนี้ หม่าเหวินหงเลยคิดว่า ลี่หรงคงค้นพบความสามารถของเธอ และต้องการเชิญพวกเธอกลับไปทำงานด้วย!
แต่คำพูดต่อมาของลี่หรง ทำให้ใบหน้าของหม่าเหวินหงแข็งค้างในทันที!