ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 406 นางแบบ
บทที่ 406 นางแบบ
นักศึกษาหญิงมีความสดใสและสวยงามของวัยรุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำเสนอการออกแบบของฝูหรง ลี่หรงต้องการนางแบบถ่ายภาพนิ่ง เพียงแค่มีบุคลิกและรูปร่างที่ดีก็พอ ไม่จำเป็นต้องเดินแบบเป็น
นักศึกษาต้นทุนต่ำ ลี่หรงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และบอกกับหลี่เสี่ยวอ้ายว่า “เธอสามารถให้เพื่อน ๆ มาดูได้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันมีข้อกำหนด ไม่ใช่ว่าจะรับทุกคน คนคนนั้นต้องสูงกว่าร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร งานหลักคือสวมใส่เสื้อผ้าของฝูหรงและถ่ายรูป คิดเงินเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละสิบหยวน ลองถามดูว่ามีใครอยากมาบ้าง”
“ค่าจ้างสูงขนาดนี้เลยเหรอคะ?” หลี่เสี่ยวอ้ายตกตะลึง แล้วถามอย่างเขินอายว่า “พี่ลี่หรง ถ้าอย่างฉันใช้ได้ไหมคะ?”
หลี่เสี่ยวอ้ายหน้าตาปานกลาง ตอนนี้สูงกว่าลี่หรงเล็กน้อย แน่นอนว่าสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างเป็นไปตามข้อกำหนดของลี่หรง
หน้าอกแบน
เกือบทุกงานที่เป็นแฟชั่นโชว์ นอกจากโชว์ชุดชั้นใน นางแบบส่วนใหญ่มักมีหน้าอกแบน
ลี่หรงพยักหน้า “ถ้าเธอยินดี ก็ไม่มีปัญหา”
หลี่เสี่ยวอ้ายพยักหน้า “แน่นอนว่าฉันยินดีค่ะ เงินเยอะขนาดนั้น แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้หลายสิบหยวนแล้ว!”
“ได้ งั้นนับเธอเป็นหนึ่งคน”
หลี่เสี่ยวอ้ายพูดกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ มีเจ็ดแปดคนที่อยากมา และคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ แต่ในที่สุด ลี่หรงเลือกมาแค่ห้าคน รวมกับหลี่เสี่ยวอ้ายก็เป็นหกคน
ในพื้นที่จัดแสดงด้านหน้าของสตูดิโอมีชุดสิบกว่าชุด พวกเธอแบ่งกันคนละสองถึงสามชุด
ในจำนวนนั้นมีสองคนที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของหลี่เสี่ยวอ้าย คือ ว่านซูและเชอเสี่ยวตง ครอบครัวของพวกเธอฐานะทางการเงินค่อนข้างดี แต่เห็นคนอื่นทำงานช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้วรู้สึกว่าตัวเองกลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรทำ พอได้ยินว่าค่าจ้างดี พวกเธอเลยมาด้วย
ว่านซูเป็นคนที่มีลักษณะตรงตามชื่อ มีกลิ่นอายของหนอนหนังสือ เป็นสาวสวยประเภทสูงโปร่งมีเสน่ห์ ซึ่งลี่หรงถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็น
ช่างภาพที่จะมาถ่ายรูป ลี่หรงได้ติดต่อต้าฉินไว้แล้ว รวมถึงจองรถไปกลับเมืองหลวง บัตรปันส่วน เงินและค่าที่พักในเมืองหลวงให้เรียบร้อย
ต้าฉินชอบลวี่สุ่ยมาตลอด เธอรู้ว่าลี่หรงมีสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าส่วนตัวอยู่ในเมืองหลวงด้วย เธอจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นงานออกแบบของลี่หรงมาก
ดังนั้น เมื่อลี่หรงชวนเธอไปเมืองหลวงอีกครั้ง เพื่อช่วยถ่ายโปสเตอร์นางแบบชุดใหม่ ต้าฉินจึงตอบตกลงทันที
ในวันถ่ายภาพ นักศึกษาหญิงหลายคนรู้สึกตื่นเต้นมาก แม้แต่เชอเสี่ยวตงที่ปกติเป็นคนช่างพูดยังเงียบลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลี่หรงจึงขอให้หลี่เสี่ยวอ้ายไปคุยกับพวกเธอ เพื่อไม่ให้พวกเธอเครียดมากเกินไป
ถ้าพวกเธอยังคงเครียด ร่างกายและสีหน้าจะดูแข็งทื่อ ผลลัพธ์ที่ถ่ายออกมาจะไม่ดีเท่าที่ควร
มีแค่นางแบบไม่กี่คนเท่านั้น ลี่หรงเลยแต่งหน้าให้พวกเธอด้วยตัวเอง
เฉาเหลียงอวี้และโจวลี่ลี่รับหน้าที่เป็นผู้ช่วย หลังจากอยู่ที่ฝูหรงมานาน โจวลี่ลี่ก็ไม่มีความรู้สึกเป็นศัตรูกับเฉาเหลียงอวี้เหมือนตอนที่เพิ่งมาใหม่ ๆ แล้ว ครั้งนี้พวกเขาถือโอกาสคุยกันอย่างสบาย ๆ
“เธอว่าทำไมคุณลี่ถึงไม่เลือกพวกเราให้เป็นนางแบบล่ะ? พวกเราเพิ่งเรียนจบมาไม่นานเท่าไหร่ หน้าตาก็ไม่ได้แย่นี่นา”
“ไม่รู้สิ เธอลองไปถามคุณลี่ดูไหม?”
“ช่างเถอะ ฉันยังมีงานต้องทำอีกเยอะ”
ลี่หรงได้ยินแค่ประโยคหลัง เธอจึงถามขึ้นว่า “ถามฉัน? ถามฉันเรื่องอะไรหรือ?”
เฉาเหลียงอวี้มองไปทางโจวลี่ลี่ คนที่ถูกมองสำลักเล็กน้อย แล้วถามเสียงเบาว่า “ทำไมไม่ให้พวกเราถ่ายโฆษณาเองล่ะคะ? ทำไมต้องไปจ้างคนนอกด้วย”
ไม่แปลกที่โจวลี่ลี่จะสงสัย เมื่อก่อนตอนอยู่โรงเรียน ถ้ามีงานนำเสนอการออกแบบอะไร พวกเธอก็แค่สวมใส่เองก็พอแล้ว
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “คุณค่าของพวกเธอสูงกว่าการทำแบบนี้มากนะ การให้คนมาถ่ายโปสเตอร์นั้นทั้งเหนื่อยและลำบาก ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก สมัยก่อนตอนอยู่โรงเรียนมันต่างกัน ตอนนี้ออกมาเป็นนักออกแบบแล้ว ถ้าฉันยังให้เธอมาทำงานเป็นนางแบบอีก นั่นถือเป็นการใช้คนผิดที่แล้ว!”
เมื่อลี่หรงแต่งหน้าให้ทุกคนเสร็จแล้ว เธอยังต้องช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย
ชุดเหล่านี้เป็นชุดตัดเย็บระดับสูงที่ว่านซูและคนอื่น ๆ ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พวกเธอไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องแรง ๆ ตอนนี้ทุกคนจึงเกร็งกันมาก
ปกติว่านซูเป็นคนใจเย็นที่สุด ตอนนี้กลับไม่กล้าขยับตัวมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้ชุดราตรีเสียหาย
ลี่หรงแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร “ผ่อนคลายหน่อยสิ ชุดราตรีไม่ได้เสียหายง่ายขนาดนั้นหรอก!”
ว่านซูยิ้มน้อย ๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงมาก พวกเธอจึงไม่กล้าขยับตัวจริง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงพวกเธอหรอก แม้แต่หลี่เสี่ยวอ้ายที่ทำงานที่ฝูหรงมานาน ก็เพิ่งได้สวมใส่ชุดออกแบบของฝูหรงเป็นครั้งแรก และชุดเหล่านี้ล้วนเป็นชุดราตรีที่ลี่หรงออกแบบด้วยตัวเอง
ปกติแล้วหลี่เสี่ยวอ้ายมีส่วนร่วมแค่การผลิตเท่านั้น แต่วันนี้เธอกลับได้สวมใส่มันได้อย่างไร?
ว่านซูและคนอื่น ๆ เห็นแค่ว่าชุดราตรีมีราคาแพง แต่หลี่เสี่ยวอ้ายรู้ดีว่าชุดราตรีเหล่านี้แพงขนาดไหน! แค่ชุดเดียวก็สามารถทำให้เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยได้แล้ว!
ลี่หรงบีบมือเธอเบา ๆ “เธอก็ผ่อนคลายหน่อย อย่าเครียดมากนัก”
สถานที่ถ่ายภาพอยู่ในสตูดิโอโดยตรง ลี่หรงส่งคนไปช่วยต้าฉิน แล้วให้ต้าฉินนำพวกเขาไปจัดฉากสำหรับถ่ายภาพ
นางแบบหกคน สิบกว่าชุด ถ่ายสองวัน สิบหกชั่วโมง มีโปสเตอร์ที่เป็นคนเดียว และโปสเตอร์ที่มีหลายคนยืน สุดท้าย ทุกคนต่างเหนื่อยล้าจนแทบไม่ไหว
เมื่อมาถึงเมืองหลวง ต้าฉินถึงได้รู้ว่า ร้านฝูหรงที่เมืองหยางนั้นลอกเลียนแบบร้านของลี่หรงในเมืองหลวงนี่เอง
“งั้นชุดราตรีที่ติงหลานใส่ในงานเลี้ยงเป็นผลงานออกแบบของคุณเหรอคะ?”
ลี่หรงพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
ต้าฉินชื่นชอบแฟชั่น เธอติดตามข่าวสารแฟชั่นอยู่เสมอ หลังจากที่ชุดราตรีของติงหลานโด่งดังในงานเทศกาล เธอก็ไปดูที่ร้านฝูหรงในเมืองหยาง แต่ผลลัพธ์ทำให้เธอผิดหวังอย่างมาก เสื้อผ้าในร้านไม่มีการออกแบบใหม่ ๆ เลย เกือบทั้งหมดเป็นการดัดแปลงมาจากชุดราตรีนั้น
แม้ว่าเจ้าของร้านจะบอกเธอว่าตอนนี้ทำแค่แบบนี้ก่อน รอภายหลังค่อยทำแบบอื่น แต่ต้าฉินก็ยังไม่รู้สึกประทับใจ
ต้าฉินเคยทำงานในสำนักข่าวมาก่อน เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันบอกเธอว่า ภายหลังเจ้าของร้านฝูหรงในเมืองหยางยังติดสินบนนักข่าว ลงข่าวเกินจริง และยังอ้างตัวเองว่าเป็นเสี่ยวลวี่สุ่ยด้วย ทำให้ความประทับใจแรกของต้าฉินที่มีต่อชุดราตรีนั้นหมดไปโดยสิ้นเชิง พอรู้ว่าร้านในเมืองหยางนั้นเป็นร้านลอกเลียนแบบ ทุกอย่างจึงกระจ่างชัดแล้ว!
ต้าฉินมองดูลี่หรงด้วยความหงุดหงิด “ตอนนี้พวกเขาคงไม่รู้ว่าทำเงินได้มากแค่ไหนจากการลอกเลียนแบบ คุณไม่คิดจะจัดการพวกเขาบ้างเหรอคะ?”
หากลี่หรงไม่สนใจ ต้าฉินก็เข้าใจได้ เพราะคนหนึ่งอยู่เมืองหลวง อีกคนอยู่เมืองหยาง ผลกระทบคงไม่มากนัก
ลี่หรง “ฉันต้องสนใจสิคะ แต่ก่อนหลานไห่ก็โดนโรงงานอื่น ๆ ลอกเลียนแบบ เราจัดการไม่ไหว แต่ตอนนี้พฤติกรรมการลอกเลียนแบบของหม่าเหวินหงและพวกเธอนั้นเลวร้ายมาก เหมือนกับเกาะติดฝูหรง ผู้บริโภคที่ถูกพวกเธอหลอกลวง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ที่เราวางแผนไว้ถูกพวกเธอขโมยไปหมด เราได้เจรจากันแล้ว แต่พวกเธอไม่ยอมรับ”
“แล้วตอนนี้คุณวางแผนจะทำอย่างไรคะ? ตอนนี้พวกเธอหยิ่งผยองมาก ฉันได้ยินจากเพื่อนร่วมงานเก่าว่า พวกเธอยังจ่ายเงินลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เพื่อยกย่องตัวเองด้วยนะคะ”
นักข่าวน่ะ ถ้าให้เงินมากพอ ทะเลทรายก็ยังสรรเสริญให้เป็นมหาสมุทรได้เลย!
“ปล่อยให้พวกเธอได้บินต่อไปอีกสักพัก” ลี่หรงมองต้าฉิน “รอให้ฟิล์มภาพถ่ายของคุณออกมา ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วค่ะ”
ต้าฉินนึกถึงการที่ลี่หรงอุตส่าห์เชิญเธอมาถ่ายรูปไกลขนาดนี้ เธอจึงเข้าใจบางอย่างทันที “ดังนั้น คุณถึงได้ลงทุนลงแรงเชิญฉันมาถ่ายรูปเหรอคะ?”
ลี่หรงยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบอย่างคลุมเครือว่า “ประมาณนั้นค่ะ ถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง”