ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 441 โล่งใจ
บทที่ 441 โล่งใจ
“ลี่…” กัวซืออวี่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกเจี่ยนเจินดึงไว้ เจี่ยนเจินชำเลืองมองว่านซูแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่านางแบบที่คุณลี่เลือกมายังไม่พร้อมนะคะ เพราะมีแต่เธอคนเดียวที่ล้ม”
หลี่เสี่ยวอ้ายจ้องตาเขม็ง “เธอ!”
“ฉันทำไม?” เจี่ยนเจินคิดว่าตัวเองได้เปรียบแล้ว “พวกคุณไปทำแผลก่อนเถอะ”
“เสี่ยวอ้าย” ลี่หรงห้ามหลี่เสี่ยวอ้าย “พาว่านซูไปหาหมอก่อน ส่วนเรื่องงานแสดง” ลี่หรงมองไปที่เจี่ยนเจิน “ถ้าเป็นเพราะเราไม่พร้อมจริง ๆ เราก็ยอมรับ แต่ถ้าฉันพบว่ามีคนแกล้งเรา เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่”
อาจเป็นเพราะสายตาของลี่หรงน่ากลัวเกินไป เจี่ยนเจินถึงกับไม่กล้าพูดอะไรต่อ
กัวซืออวี่จึงเอ่ยขึ้น “ได้ค่ะ เมื่อกี้ฉันคิดไม่รอบคอบ คุณผู้หญิงบาดเจ็บแบบนี้จะปล่อยให้รอไม่ได้ พวกคุณไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะตามไปดูนะคะ”
ลี่หรงไม่พูดอะไร เธอพาหลี่เสี่ยวอ้ายและว่านซูไปโรงพยาบาลใกล้ ๆ ปรากฏว่าเป็นแค่อาการเคล็ดธรรมดา ไม่ได้บาดเจ็บถึงเส้นเอ็นหรือกระดูก
พอออกจากโรงพยาบาล หลี่เสี่ยวอ้ายถามขึ้นว่า “พี่ลี่หรง ตอนนี้เราจะไปไหนกันคะ?”
“กลับโรงแรม”
“ไม่ไปงานแสดงแล้วเหรอคะ?” หลี่เสี่ยวอ้ายดูท้อแท้ “การออกแบบของเราดีขนาดนั้น ตอนนี้คนอื่นคงจะได้ประโยชน์ไปหมด ไม่งั้นเราต้องได้รางวัลยอดเยี่ยมแน่ ๆ!”
“ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าฉันไม่ล้มก็คงจะดี” ว่านซูยังคงตำหนิตัวเอง
“เฮ้อ… บอกแล้วว่าอย่าคิดมากไปเลย” ลี่หรงมองพวกเธอทั้งสองคน แล้วพูดอย่างจนปัญญา “พวกเธอยังเด็กอยู่ งานแสดงครั้งนี้ไม่ว่าการออกแบบของพวกเราจะโดดเด่นแค่ไหน พวกเราก็ไม่ได้รับรางวัลอยู่แล้ว”
หลี่เสี่ยวอ้ายงุนงง “ทำไมล่ะคะ? มีคนมากมายขนาดนั้น พวกเขาคงไม่กล้าลำเอียงอย่างโจ่งแจ้งหรอก”
ลี่หรงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร พวกเธอยังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน ถึงมีคนมากมายจ้องอยู่จะลำเอียงไม่ได้เลยเหรอ?
ตอนตัดสิน ถ้าคนเขาไม่ให้ แล้วจะทำอะไรได้?
ตอนที่ว่านซูล้ม งานแสดงแฟชั่นก็ใกล้จะจบ ตอนนี้คณะกรรมการคงมีตัวเลือกที่ดีที่สุดในใจแล้ว ถ้าการออกแบบของฝูหรงเป็นเลิศ กัวซืออวี่คงจะจัดการเรื่องที่ว่านซูล้มอย่างจริงจัง แต่กัวซืออวี่กลับไม่ใส่ใจเรื่องที่ว่านซูล้ม ราวกับว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์ต่อไป ดังนั้นพวกเขาคงตกลงเลือกคนไว้แล้วแน่ ๆ
คงไม่ใช่การออกแบบของเจี่ยนเจินที่ได้รางวัลชนะเลิศหรอกนะ?
นั่นมีความเป็นไปได้สูงมาก ลี่หรงรู้สึกรังเกียจขึ้นมาทันที
สามคนกลับมาที่โรงแรม วันรุ่งขึ้นเท้าของว่านซูก็ดีขึ้นแล้ว ลี่หรง และคนอื่น ๆ จึงเดินทางกลับเมืองหลวง
ตั้งแต่ออกจากสถานที่จัดงานแสดงเมื่อวานนี้ จนกระทั่งกลับมาถึงเมืองหลวง ลี่หรงยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากกัวซืออวี่เลย
วันรุ่งขึ้นลี่หรงได้อ่านข่าวเกี่ยวกับงานแสดงแฟชั่นในหนังสือพิมพ์ ข่าวส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมความก้าวหน้าของแฟชั่นในประเทศ การจัดแสดงได้รวบรวมนักออกแบบรุ่นใหม่มากมาย ทำให้สถานะของงานแสดงแฟชั่นยกระดับขึ้นอย่างมาก
ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยมโดยคณะกรรมการของงานมาจากสตูดิโอโบตั๋น
มันเป็นไปตามที่ลี่หรงคาดไว้จริง ๆ การปั่นกระแสครั้งนี้ช่างน่าขยะแขยงเหลือเกิน ผลงานออกแบบของคนอื่นไม่มีรูปภาพ แต่มีเพียงชุดราตรีของโบตั๋นเท่านั้น ใช่สิ เพราะมันเป็นเกรดยอดเยี่ยมนี่! จำเป็นต้องเผยแพร่ออกมาให้เห็น ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะรู้จักสตูดิโอโบตั๋นได้อย่างไร?
ส่วนเหตุผลที่ไม่มีผลงานของคนอื่น คงไม่ยากที่จะเดา ถ้าเอาของคนอื่นขึ้นมาด้วย แล้วถูกประชาชนนำมาเปรียบเทียบกันจะทำอย่างไรล่ะ? นั่นไม่ใช่จะทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วของโบตั๋นก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้นหรอกหรือ? ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนั้น เลยตัดสินใจลงแค่ผลงานออกแบบของโบตั๋นสินะ
ลี่หรงมองดูชุดราตรีที่โบตั๋นออกแบบแล้วนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในงาน เธอจำการออกแบบชิ้นนี้ของโบตั๋นได้ บนรันเวย์ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าจะบอกว่าดีที่สุดก็ดูเหมือนยังขาดอะไรบางอย่างอยู่
แต่ดูจากความสนิทสนมระหว่างกัวซืออวี่กับเจี่ยนเจิน พวกเธอคงตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วแน่ ๆ
การให้พวกนักออกแบบเหล่านี้ไป แค่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าสมาคมการค้านี้มีความสามารถ แล้วประเมินให้การออกแบบของเจี่ยนเจินเป็นผลงานยอดเยี่ยม จากนั้นก็ผลักดันสตูดิโอโบตั๋นออกไป เป็นการได้ประโยชน์สองต่อ
หลี่เสี่ยวอ้ายกอดหนังสือพิมพ์ด่าอยู่ในสตูดิโอ พลางบ่นกับเฉาเหลียงอวี้ว่า “น่าขยะแขยงจริง ๆ มันเป็นการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ดูยังไงชุดราตรีนี้ก็ด้อยกว่าของพวกเรามาก คุณไม่รู้หรอกว่าหัวหน้าสตูดิโอโบตั๋นอะไรนั่นพูดจาน่ารำคาญแค่ไหน หน้าตาก็ไม่สวยด้วย!”
เฉาเหลียงอวี้ฟังหลี่เสี่ยวอ้ายบ่นเรื่องนิทรรศการมาสองวันแล้ว น่าเสียดายที่เธอไม่ได้ไปที่งาน ไม่งั้นเธอคงจะยืนด่ากับเจี่ยนเจินไปแล้วแน่ ๆ! แล้วยังมีปรธานกัวคนนั้นอีก ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ พูดจาเป็นชุด ๆ เหมือนผายลมไม่มีผิด
“พี่สวี คุณโกรธไหมคะ?” หลี่เสี่ยวอ้ายถามสวีเหมียนด้วยความโกรธแค้น เธอคิดว่าสวีเหมียนน่าจะเป็นคนที่โกรธที่สุด เพราะนั่นเป็นการออกแบบที่เขาทุ่มเทมาหลายวัน สุดท้ายกลับถูกชุดของโบตั๋นที่ด้อยกว่าเอาชนะไปได้
หากพูดว่าไม่โกรธคงเป็นเรื่องโกหก แต่สวีเหมียนเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมในที่ทำงานดีกว่าหลี่เสี่ยวอ้าย ตอนที่ส่งการออกแบบให้ลี่หรง ก่อนหน้านี้ลี่หรงก็บอกเขาแล้วว่า การออกแบบนี้ต่อให้ยอดเยี่ยมแค่ไหน คงยากที่จะโดดเด่นในนิทรรศการ
สวีเหมียนรู้อยู่แล้ว จึงไม่ผิดหวังมากนัก
เขามองหลี่เสี่ยวอ้ายโกรธมาหลายวันแล้วรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักดี เขาเลยปลอบใจหลี่เสี่ยวอ้ายแทน “พอเถอะ เรื่องมันจบไปแล้ว ถ้าเธอยังโกรธต่อไปก็แค่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี นิทรรศการเป็นสิ่งที่คนอื่นจัดเองอยู่แล้ว การกำหนดไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติ อย่าโกรธเลย เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงข้าวพวกเธอเอง”
การออกแบบที่เอาไปแสดงในนิทรรศการไม่ใช่ของลูกค้า ลี่หรงรู้สึกว่าการออกแบบชุดนี้ดีมาก จึงให้ว่านซูถ่ายโปสเตอร์แล้วนำการออกแบบไปแขวนไว้ในห้องแสดง
ถ้ามีคนชอบก็สามารถขายได้
ถ้าไม่มีใครซื้อก็แขวนไว้เป็นป้ายโฆษณาแล้วกัน
ส่วนเรื่องนิทรรศการ แน่นอนว่าลี่หรงกลืนไม่เข้าแน่ ๆ แต่เมื่อไหร่ที่เธอจะสามารถระบายความโกรธนี้ออกไปได้ ลี่หรงยังไม่รู้ แต่เธอได้จดจำทั้งสมาคมการค้าและเจี่ยนเจินเอาไว้แล้ว
ลี่รุ่ยจือยังอยู่ที่ไห่ซื่อ ลี่หรงเลยฝากให้เขาช่วยตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมการค้าและสตูดิโอโบตั๋น
การตรวจสอบครั้งนี้น่าสนใจจริง ๆ กัวซืออวี่เป็นป้าของเจี่ยนเจิน และยังมีผู้ก่อตั้งสมาคมการค้าอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมการตัดสินในตอนนั้น และเป็นนักออกแบบของสตูดิโอโบตั๋นด้วย
โอ้! พวกเขากำลังยกย่องคนของตัวเองนี่เอง!
ผ่านไปสองสามวัน มีแขกที่ไม่คาดคิดมาหาลี่หรง อีกฝ่ายเป็นนักออกแบบจากหางโจวที่เคยคุยกับลี่หรงในงานนิทรรศการ ชื่อหานซี
ลี่หรงรู้สึกประหลาดใจมาก ไม่รู้ว่าเธอมาด้วยจุดประสงค์อะไร เธอจำได้ว่าในงานนิทรรศการไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะติดต่อกัน และเธอไม่ได้ทิ้งที่อยู่ไว้ด้วย แต่การที่หานซีสามารถหาสตูดิโอฝูหรงเจอถือเป็นเรื่องปกติ เพราะฝูหรงไม่ใช่สตูดิโอลับอะไรอยู่แล้ว ที่อยู่ยังถูกเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารอย่างชัดเจน
หานซีรู้ตัวว่ามารบกวน เธอจึงกล่าวขึ้นอย่างสำนึกผิด “ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า”
ลี่หรงยิ้มและตอบว่า “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฝูหรงยินดีต้อนรับคุณนะคะ”
ทั้งสองนั่งลงข้าง ๆ ห้องแสดงผลงานของฝูหรง หานซีมองไปยังสิ่งของที่จัดแสดง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม “ฝูหรงทำได้ดีมากจริง ๆ การออกแบบทั้งหมดสวยงามมาก แม้แต่งานที่คุณนำไปจัดแสดงก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับรางวัลนะคะ”