ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 443 ความโลภ
บทที่ 443 ความโลภ
หานซีอยู่ในวงการมาหลายปี เธอเป็นนักออกแบบที่มีประสบการณ์ ข้อกำหนดการสัมภาษณ์ที่ลี่หรงให้มา สำหรับเธอแล้วไม่มีอะไรยากเลย
แบบร่างที่ส่งมาไม่มีข้อผิดพลาด แม้ลี่หรงจะไม่ชอบเธอมากนัก แต่ไม่ถึงกับกีดกันเธอ ดังนั้นหานซีจึงเข้าสู่ช่วงทดลองงานที่ฝูหรงอย่างราบรื่น
ลี่หรงถามหานซีว่า “คุณพักที่ไหนในเมืองหลวงเหรอคะ?”
“อยู่บ้านญาติค่ะ” หานซีตอบ
ลี่หรงมอบหมายให้เฉาเหลียงอวี้ดูแลหานซี แม้เฉาเหลียงอวี้จะอายุน้อยกว่าหานซี แต่เธอมีประสบการณ์ในฝูหรงมานาน การให้เธอดูแลหานซีจึงไม่มีปัญหา
หลังจากยุ่งมาหลายวัน ในที่สุดลี่หรงก็ว่างขึ้น ช่วงนี้เธอเห็นข่าวของไห่ซื่อในหนังสือพิมพ์ เธอให้ความสนใจเป็นพิเศษกับความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
อย่างที่ลี่หรงคาดไว้ สตูดิโอโบตั๋นใช้ประโยชน์จากรางวัลสมาคมการค้าเพื่อโฆษณา ธุรกิจจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อคิดดูแล้ว เจี่ยนเจินคงไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่ ๆ คงเป็นกัวซืออวี่ที่อยู่เบื้องหลัง
ลี่หรงเดินทางไปไห่ซื่อ แล้วพักอยู่กับลี่รุ่ยจือ
ลี่รุ่ยจือรู้เรื่องงานแฟชั่นโชว์ของสมาคมการค้ามาก่อน รวมถึงสิ่งที่ลี่หรงขอให้เขาช่วยสืบ หลังจากนั้นเขาก็คอยสังเกตการณ์มาตลอด
เมื่อลี่หรงมาถึง ลี่รุ่ยจือได้พบกับนักข่าวหลายคนที่มีภาพถ่ายและวิดีโอจากงานแฟชั่นโชว์
ลี่หรงไปเยี่ยมพวกเขาทีละคนตามที่อยู่ที่ลี่รุ่ยจือให้มา
เมื่อลี่หรงพบกับนักข่าวเหล่านั้น ตอนแรกเธอถามพวกเขาอย่างระมัดระวัง พวกเขาปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่มีภาพถ่ายหรือวิดีโอใด ๆ แต่ลี่หรงรู้ดีว่าความจริงแล้ว พวกเขาคงไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้มากกว่า
เรื่องที่กัวซืออวี่ได้จัดการไปแล้ว คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ลี่หรงจะทำให้นักข่าวยอมเปิดปาก
แน่นอนว่าลี่หรงยังไม่ถอดใจกลับเมืองหลวง เพราะเธอเชื่อว่านักข่าวเหล่านั้นสามารถรับเงินเพื่อปิดปากได้ พวกเขาก็สามารถรับเงินเพื่อเปิดปากได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วมันเป็นเพียงปัญหาเรื่องราคาที่ยังตกลงกันไม่ได้
ลี่หรงหาคนสืบข้อมูลเกี่ยวกับนักข่าวเหล่านั้น ในที่สุดเธอก็พบจุดอ่อน หนึ่งในนั้นคือนักข่าวโลภมาก ชื่อถานซูหย่วน
ลี่หรงจำคนคนนี้ได้ เพราะเธอเคยไปหาเขามาก่อน เขาไม่เพียงแค่โลภ แต่ยังเจ้าชู้ แถมอีกฝ่ายยังพยายามจะลวนลามเธอด้วย ลี่หรงไม่ชอบเขาเลย แต่ในเมื่อเขาโลภมาก ถือว่าจัดการได้ง่าย และแน่นอนว่าลี่หรงไม่ได้วางแผนจะให้เงินเขามากขึ้น
ลี่รุ่ยจือแนะนำคนที่ช่วยสืบเรื่องต่าง ๆ ให้ลี่หรง อีกฝ่ายค่อนข้างเก่งทีเดียว ลี่หรงไม่รู้ว่าเขาจะนับเป็นนักสืบเอกชนหรือไม่ แต่ถ้าให้เงินเขาก็จะช่วยสืบให้
ถานซูหย่วนอาศัยตำแหน่งนักข่าวยักยอกเงินไปไม่น้อย แม้แต่เงินของสำนักข่าวก็โกงไปมากมาย
พอลี่หรงจ่ายเงินให้นักสืบเอกชนคนนั้น เขาก็ไปหาหลักฐานการทุจริตของถานซูหย่วนมาให้
เธอเคยคิดที่จะให้นักสืบเอกชนช่วยหาวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาหาไม่พบ คาดว่าอาจถูกทำลายหรือถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด
บางทีถ้าหาโจรไปที่บ้านนักข่าวอาจจะพบเทปวิดีโอก็ได้ แต่จะไปหาโจรแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะ?
ลี่หรงนำหลักฐานไปหาสำนักข่าวที่ถานซูหย่วนทำงานอยู่
ถานซูหย่วนคิดถึงใบหน้าของลี่หรงมาหลายวันแล้ว เขากำลังพิจารณาว่าจะใช้โอกาสนี้ไปล่อลวงลี่หรงดีหรือไม่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาหาถึงที่เสียเอง
ถานซูหย่วนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “คุณลี่? ยังอยากได้วิดีโออยู่เหรอครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของถานซูหย่วนชะงักไปชั่วขณะ “ถ้าไม่ได้มาหาวิดีโอ แล้วคุณมาสำนักข่าวทำไมเหรอ?”
หากลี่หรงไม่ต้องการวิดีโอแล้ว ถานซูหย่วนคงไม่มีข้อต่อรองกับลี่หรง แต่ลี่หรงไม่ใช่คนท้องถิ่น และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักข่าว ถ้าบอกว่าไม่ได้มาหาวิดีโอ ถานซูหย่วนคงไม่เชื่อ
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่ได้มาหาคุณ แต่ฉันมาหาหัวหน้าของคุณค่ะ”
รอยยิ้มของถานซูหย่วนจางลง “หัวหน้าของพวกเรายุ่งอยู่ ไม่ใช่ว่าใครอยากเจอก็เจอได้ งั้นเราไปนั่งที่ร้านกาแฟกันก่อนดีกว่าครับ”
ลี่หรงส่ายหัว “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องของฉันค่อนข้างเร่งด่วน ถ้าหัวหน้าของพวกคุณรู้ เขาจะต้องสนใจมากแน่นอน”
เมื่อเธอพูดแบบนี้ ถานซูหย่วนก็เริ่มสนใจ ข่าวที่ทำให้หัวหน้าสนใจ ถ้าถานซูหย่วนพลาดไปคงน่าเสียดายแย่!
เขาเชิญลี่หรงไปนั่งที่ร้านกาแฟอีกครั้ง และวางท่าทีที่ดูเจ้าชู้ลง
ลี่หรงแค่ต้องการหลอกล่อเขา เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว เธอก็ทำท่าเหมือนจำใจพยักหน้า “งั้นต้องรบกวนคุณถานแล้ว”
ถานซูหย่วนอายุสามสิบกว่าปี สวมสูทและจัดแต่งผม ใส่แว่นตากรอบทอง หน้าตาธรรมดา แต่แต่งตัวเก่ง ถือว่าเป็นคนที่ตามแฟชั่นคนหนึ่งในเมืองนี้
ที่ร้านกาแฟ
ถานซูหย่วนถามลี่หรง “มันเป็นข่าวอะไรเหรอครับ? ถ้าข่าวของคุณมีน้ำหนักมากพอ ผมอาจจะให้เบาะแสเกี่ยวกับวิดีโอแก่คุณได้”
เขาพูดจบแล้วรู้สึกว่าตัวเองเผลอเปิดเผยความลับ จึงหยุดไปสองสามวินาที แล้วรีบพูดเสริมก่อนที่ลี่หรงจะเอ่ยปาก “แน่นอนว่าผมไม่มีวิดีโอนั้นหรอก แต่ผมรู้ว่าใครมี” เพื่อให้ลี่หรงยอมส่งข้อมูลในมือให้ เขาจงใจยั่วยุ “จริง ๆ แล้ว วิดีโอนั้นถ่ายได้ดีมาก จับภาพตอนที่นางแบบของสตูดิโอคุณถูกคนกลั่นแกล้งได้พอดี”
ถานซูหย่วนพูดได้ครึ่งเดียวก็หยุด ปล่อยให้ลี่หรงจินตนาการต่อเอาเอง
ลี่หรงส่งเอกสารให้เขา พลางพูดว่า “ฉันว่าเอกสารนี้น่าสนใจทีเดียว แต่ถ้าคุณถานดูแล้วอาจจะไม่ค่อยพอใจนัก”
“ไม่หรอก…” ถานซูหย่วนยังอยากพูดสุภาพอีกสองสามประโยค แต่พอเขาเห็นบันทึกบัตรปันส่วนที่คุ้นเคย รอยยิ้มบนใบหน้ากลับหายไปทันที
เขาปลอบใจตัวเองว่าสิ่งเหล่านี้ถูกจัดการอย่างดีแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนหาเจอ แต่ยิ่งพลิกอ่านต่อ ถานซูหย่วนก็ยิ่งตกใจ
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อบนหน้าผาก พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบด้วยมือสั่นเทา
ลี่หรงถาม “เป็นไงบ้างคะ? ตื่นเต้นไหม? นี่คงเป็นสิ่งที่หัวหน้าของคุณต้องชอบแน่ ๆ เลยนะคะ”
เอกสารบันทึกการยักยอกเงินของสำนักพิมพ์โดยถานซูหย่วนไว้อย่างละเอียด ยอดเงินที่ถานซูหย่วนยักยอกรวมกันแล้วมีถึงหลายแสน ถือเป็นเงินก้อนใหญ่มาก
ไม่ต้องให้ลี่หรงบอก ถานซูหย่วนรู้ดีกว่าใครว่า ถ้าหัวหน้าของเขารู้เรื่องนี้ การที่เขาโดนไล่ออกถือเป็นโทษเบาที่สุด!
เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนศีรษะ ทรงผมที่หวีเรียบร้อยดูยุ่งเหยิงไปบ้าง “เอกสารนี้ไม่มีสำเนาใช่ไหม? คุณมีเงื่อนไขอะไร? ต้องการวิดีโอใช่ไหม? ผมสามารถ…”
ลี่หรงขัดจังหวะเขา “ไม่ค่ะ ฉันเจอวิดีโอแล้ว แต่ฉันอยากให้คุณเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับวิดีโอนี้ในนิตยสารของพวกคุณ และเขียนบทความวิจารณ์การกระทำของสตูดิโอโบตั๋น”
“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้” หลังจากนิทรรศการจบลง ถานซูหย่วนได้ใช้วิดีโอข่มขู่และรีดไถเงินจำนวนมากจากกัวซืออวี่
เขาคิดว่าเรื่องนี้จบลงแล้ว แต่ไม่คิดว่าลี่หรงจะมาหาเขาถึงที่
แต่เดิมเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้วิดีโอกับลี่หรง แต่สิ่งที่ลี่หรงนำมาให้นั้น เป็นสิ่งที่อันตรายถึงชีวิตสำหรับเขา!