ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 444 การโจมตี
บทที่ 444 การโจมตี
เงินมากแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าชีวิต
ถานซูหย่วนคิดจะขายวิดีโอทันที แต่ถ้าให้เขาลงประกาศในหนังสือพิมพ์ นั่นเท่ากับเป็นการต่อต้านกัวซืออวี่อย่างเปิดเผย
พูดตามตรง ถานซูหย่วนไม่มีกำลังมากพอ
เมื่อเทียบกับตระกูลกัว เขาก็แค่นักข่าวตัวเล็ก ๆ ถ้ากัวซืออวี่รู้ว่าเขารับเงินแล้วยังหันมาแว้งกัด เขาคงอยู่ในไห่ซื่อต่อไปไม่ได้แล้ว!
ถานซูหย่วนทำหน้าลำบากใจ “คุณลี่ ผมสามารถช่วยคุณหาวิดีโอได้ รับรองว่ามีภาพชัดเจน ส่วนบทความ ผมสามารถช่วยคุณเขียนได้ แต่ใช้ชื่อของผมคงไม่สะดวก และสำนักข่าวของเราก็เล็กมาก ถ้าหาสำนักข่าวใหญ่ ๆ ผลลัพธ์ย่อมดีกว่า”
“คุณจะเอาตัวรอดสินะคะ?” ลี่หรงมองเขา
ถานซูหย่วนถูกลี่หรงมองจนใจเต้นแรง ความจริงแล้วยิ่งดอกไม้สวยเท่าไหร่ก็ยิ่งทิ่มแทงได้เจ็บเท่านั้น เขารีบปฏิเสธ “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมคำนึงถึงฝูหรงจริง ๆ”
“โอ้! คุณคำนึงถึงฝูหรงนี่เอง งั้นคุณคงต้องไปหาเงินจากสำนักข่าวใหญ่ ๆ แล้วล่ะค่ะ ถ้าคุณคิดถึงฝูหรงจริงก็ลองเอาเงินสองหมื่นหยวนมาพิสูจน์ความจริงใจหน่อยสิคะ”
“สองหมื่น?!” เสียงของถานซูหย่วนสูงขึ้น ทำให้คนอื่น ๆ ในร้านกาแฟหันมามอง
“ใช่สิ ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าคุณคิดถึงฝูหรง?” ลี่หรงถอนหายใจ ฉวยโอกาสแสดงความน่าสงสาร “ถ้าบนเวทีแฟชั่นโชว์เป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ก็ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ถ้าคุณเต็มใจจ่ายเงินเล็กน้อย ฝูหรงจะพิจารณาเรื่องของคุณอีกที แต่ถ้าไม่เต็มใจ ฉันคงไม่บังคับคุณหรอกค่ะ เพราะฉันสามารถไปหาคนอื่นได้”
เธอเคาะเอกสารบนโต๊ะเบา ๆ “สิ่งนี้ ถ้าขายออกไปคงมีมูลค่าไม่น้อยทีเดียว”
นอกจากเรื่องการทุจริตแล้ว ยังมีข่าวฉาวของถานซูหย่วนอีกมากมาย รวมถึงเรื่องที่เขาช่วยสำนักข่าวทำ ถ้าสำนักข่าวอื่นได้รับข้อมูลนี้ไป สำนักข่าวที่ถานซูหย่วนทำงานอยู่คงจบเห่
นี่เป็นแค่การแข่งขันระหว่างคู่แข่งในวงการเดียวกันเท่านั้นเอง
ถานซูหย่วนแทบจะกระอักเลือด อะไรกัน! นี่เรียกว่าจ่ายเงินนิดหน่อยเหรอ?
ตั้งสองหมื่นเชียวนะ!
ตามเงินเดือนปัจจุบันของถานซูหย่วน เขาต้องทำงานถึงยี่สิบปีถึงจะได้สองหมื่นหยวน!
เงินที่เขาโกงมาก็เอาไปซื้อบ้านหมดแล้ว จะให้เขาขายบ้านหรือไง?
เขารู้ดีว่า ถ้าวันนี้ไม่ยอมเสียเลือดสักหน่อย ลี่หรงคงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก เขาน่าจะเอาวิดีโอให้เธอไป แถมยังได้เงินกลับมาบ้าง คิดแล้วช่างน่าเสียดายจริง ๆ!
น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสย้อนเวลากลับไปแก้ไข ถานซูหย่วนกัดฟันพูดว่า “ห้าพัน! ผมจะให้วิดีโอกับคุณ แล้วถือว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน”
“หนึ่งหมื่นห้าพัน” ลี่หรงก้มหน้ามองกาแฟ “ตามบันทึกด้านบน คุณมีทรัพย์สินกว่าสองแสนเชียวนะ”
“มันมากเกินไปจริง ๆ” ถานซูหย่วนเม้มปาก “คุณลี่เป็นนักธุรกิจ ไม่เข้าใจความลำบากของพวกเราคนทำงานหรอก ทั้งปีเก็บเงินได้สักพันยังลำบากเลย”
“ปัดเศษเป็นหนึ่งหมื่นแล้วกัน” ลี่หรงเงยหน้ามองเขาแล้วยิ้ม “ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ช่างเถอะ”
สุดท้ายถานซูหย่วนถึงยอมควักเงินหนึ่งหมื่น ถือว่าเขาขาดทุนครั้งใหญ่ทีเดียว! เขาเอาเงินมาจากกัวซืออวี่ได้แค่แปดพัน แต่เพื่อรักษาอาชีพของตัวเอง เขายังต้องควักเงินเพิ่มอีกสองพัน!
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกขาดทุน!
ลี่หรงหลอกเอาวิดีโอและเงินไปก้อนหนึ่ง เธอจึงปล่อยถานซูหย่วนไปชั่วคราว
คนคนนี้ลี่หรงจดจำไว้แล้ว ถ้าวันหลังเขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจอีกก็คอยดูเลย!
ภาพในวิดีโอนั้น แม้แสงไฟจะสลัวไปบ้าง แต่เก็บช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้ชัดเจน มุมกล้องของเขาต่ำไปหน่อย มองไม่เห็นหน้าคน แต่อาศัยเสื้อผ้าที่นางแบบสวมใส่ ก็สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าเป็นนางแบบคนไหน
มีนางแบบสองคนที่เกี่ยวข้องกับว่านซู คนหนึ่งลี่หรงไม่รู้จัก แต่อีกคนหนึ่ง ดูจากชุดที่นางแบบสวมใส่ก็รู้ว่าเป็นของสตูดิโอโบตั๋น
หึ!
อีกคนเป็นใครนั้นคงหาตัวค่อนข้างยาก เพราะในงานสมาคมการค้าไม่มีใครจำได้ชัดเจนว่าใครเป็นนางแบบของบริษัทไหน เว้นแต่ลี่หรงจะไปถามคนของสมาคม แต่กัวซืออวี่ก็ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับเจี่ยนเจินแน่นอน
ส่วนเหตุผลที่ลี่หรงรู้ว่านั่นเป็นของสตูดิโอโบตั๋น เพราะก่อนหน้านี้เคยลงในหนังสือพิมพ์ เพียงลี่หรงปล่อยวิดีโอนี้ออกไป คนอื่นคงจะแยกแยะได้เอง
ลี่หรงยังไม่ทันลงมือ สตูดิโอโบตั๋นก็ประกาศข่าวใหม่ว่าจะจัดแฟชั่นโชว์ในเดือนหน้า
ลี่หรงจึงถือวิดีโอไปหานักข่าวโทรทัศน์หลายคนเพื่อเปิดโปง เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างสตูดิโอที่มีชื่อเสียงในวงการ ถ้าปล่อยออกไปย่อมมีคนสนใจอย่างแน่นอน!
พวกนักข่าวเหล่านั้นยินดีรับข้อมูลจากลี่หรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อลี่หรงยังแถมค่าน้ำหมึกให้อีกไม่น้อย
เงินก้อนนั้นเพียงพอให้พวกนักข่าวเขียนบทความโจมตีการกระทำอันชั่วร้ายของสตูดิโอโบตั๋นอย่างเดือดดาล!
เวลาหยุดอยู่ที่ครึ่งเดือนก่อนการแสดงแฟชั่นโชว์ของสตูดิโอโบตั๋น เมื่อข่าวออกมา สตูดิโอโบตั๋นก็ได้รับผลกระทบทันที
พฤติกรรมต่ำทรามในการทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด ย่อมเป็นที่รังเกียจของผู้คนทั้งสิ้น
ธุรกิจของโบตั๋นได้รับผลกระทบ มีคนมายกเลิกคำสั่งซื้อทุกวัน
เพื่อระบายความแค้นในครั้งนี้ ลี่หรงจ่ายเงินอย่างใจกว้าง ไม่เพียงแต่จ้างสถานีโทรทัศน์ แต่ยังจ้างสื่อหลายแห่ง เพื่อเสียดสีโบตั๋นและชี้นำให้คนทั่วไปรังเกียจและต่อต้านโบตั๋น
เรื่องราวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เจี่ยนเจิน แม้แต่กัวซืออวี่ก็รับมือไม่ไหวเช่นกัน
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในงานแสดงสินค้าของสมาคมการค้า โดยมีกัวซืออวี่เป็นประธาน ไม่ว่าจะช่วยเจี่ยนเจินหรือปกป้องตัวเอง กัวซืออวี่จึงพยายามปิดข่าวตั้งแต่แรก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายคงมีคนช่วยเช่นกัน
กัวซืออวี่ยุ่งจนหัวหมุน จนไม่มีเวลาปลอบใจหลานสาว “ป้ารีบแก้ไขเรื่องนี้เร็ว ๆ สิคะ ฉันยังมีแฟชั่นโชว์อีกนะ!” เจี่ยนเจินร้อนใจ “ถ้าไม่ไหวก็ให้ลุงช่วยสิ เขาไม่ได้อยู่ที่…”
“หุบปาก!” กัวซืออวี่ตัดบทเจี่ยนเจินทันที “อย่าไปหาลุงของเธอ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของพวเราจะต้องพินาศแน่!”
เจี่ยนเจินตกใจกับท่าทางเด็ดขาดของอีกฝ่าย
เรื่องนี้ลี่หรงยังได้ขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของเธอด้วย เพราะสามีของกัวซืออวี่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง ถ้าลี่หรงเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดา เธอคงสู้กัวซืออวี่ไม่ได้แน่นอน
ถ้าลงมือแล้วต้องจัดการจุดอ่อนของอีกฝ่ายให้อยู่หมัด! เมื่อเห็นเจี่ยนเจินประกาศยกเลิกแฟชั่นโชว์ ลี่หรงถึงรู้สึกสะใจขึ้นมา แต่หลี่เสี่ยวอ้ายสะใจยิ่งกว่า “สวรรค์มีตาจริง ๆ! ไม่รู้ว่าใครเป็นคนใจดีแจ้งข่าวให้นักข่าวรู้ ขอให้คนดีมีความสุขตลอดไป!”
ลี่หรงคิดในใจว่า ‘ฉันนี่แหละคือคนใจดีคนนั้น’
“จริงสิ พี่ลี่หรง ก่อนหน้านี้บอกว่าจะพาพี่ปี้ซิ่งสือมาพบ แต่ไม่ได้เจอสักที อีกสองสามวันคุณว่างไหมคะ? พี่ปี้ซิงสือบอกว่าอยากเลี้ยงข้าวน่ะค่ะ”
ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอกันเพราะปี้ซิ่งสือออกไปทำภารกิจ หลังจากนั้นลี่หรงก็ยุ่ง เลยเลื่อนมาเรื่อย ๆ
ดูเหมือนลี่หรงจะไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงตอบตกลง ส่วนปี้ซิ่งสือนั้น แม้จะเคยเจอกัน แต่เรื่องของหลี่เสี่ยวอ้ายก็ยังจำเป็นต้องพบกันอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกันให้ดี
…………………………………………………………………………………………………………………
5H33L7HT