ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 449 ไพ่นกกระจอก
บทที่ 449 ไพ่นกกระจอก
ถ้าไม่ฟังครอบครัว ทางตระกูลจะไม่ให้เงินเขาใช้!
พวกทายาทที่ไร้ความสามารถมักจะถูกครอบครัวจัดการแต่งงานให้แต่เนิ่น ๆ จะได้ฝึกพวกตัวสำรองแบบพวกเขาตั้งแต่ยังหนุ่ม
แต่แต่งงานเร็วแล้วจะเป็นไง? มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเที่ยวเล่นนอกบ้านของพวกเขาอยู่ ในแวดวงสังคมนี้มีบ้านไหนบ้างไม่มีเมียน้อยเมียเล็ก?
ส่วนภรรยาที่แต่งเข้ามาไม่กล้าก่อเรื่อง บางทีอาจจะถูกบังคับให้แต่งงานเหมือนกัน บางคนที่นิสัยอ่อนโยนหรือมีฐานะไม่ดีเท่าทายาทพวกนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรเลย
สรุปแล้วคือ พวกเธอจะถูกครอบครัวสามีกดขี่โดยปริยาย
พูดออกนอกเรื่องไปไกล กลับมาพูดถึงเรื่องที่หลิวหงกำลังหาคู่แต่งงานที่เหมาะสมให้กับหวงเซิ่งหนานก่อนดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก!
แต่ไม่ใช่ว่าจะหาไม่ได้…
หลิวหงหาคนมามากมาย ในที่สุดก็เจอทายาทธุรกิจโรงแรม ทายาทรุ่นที่สองคนนั้นอายุยี่สิบห้าปี เพิ่งกลับมาจากประเทศเอ แต่อย่าไปมองว่าเขาไปเรียนเมืองนอก เพราะครอบครัวก็แค่ใช้เงินซื้อใบมาต่างหาก เขากลับมาได้ครึ่งปีแล้วยังไม่ได้รับช่วงกิจการของครอบครัวด้วยซ้ำ
เขาเป็นลูกคนเดียวที่ยอมให้ครอบครัวจัดการเรื่องงานแต่ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอคนที่เหมาะสม
ตระกูลเว่ยก็รีบร้อนเช่นกัน การที่หลิวหงต้องการหาคู่ให้กับหวงเซิ่งหนาน ในแวดวงคนรวยของฮ่องกงไม่ใช่ความลับอะไร ฝ่ายแม่ของตระกูลเว่ยต้องติดต่อหลายคนกว่าจะได้นั่งโต๊ะไพ่นกกระจอกกับหลิวหง
แม้ว่าตระกูลเว่ยจะทำธุรกิจโรงแรม แต่ไม่อาจเทียบชั้นกับตระกูลหวงได้เลย ปกติแล้วการจะได้พบหน้าหลิวหงเป็นเรื่องยากทีเดียว
ในที่สุดเมื่อได้นั่งโต๊ะไพ่นกกระจอกกับหลิวหง เธอก็ไม่โง่พอที่จะเสนอขายลูกชายของตนทันที เพราะอีกฝ่ายอาจรำคาญเธอได้
เมื่อมีคนหน้าใหม่มาที่โต๊ะไพ่นกกระจอก หลิวหงไม่กล้าประมาท จึงหาโอกาสส่งคนไปสืบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหน
เมื่อได้คำตอบหลิวหงจึงวางใจว่า นี่คือคนที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลหวง
ตระกูลเว่ยทำธุรกิจโรงแรม แม้จะมีฐานะไม่เท่าตระกูลหวง แต่ถือว่ามีเงินอยู่บ้าง ลูกชายคนเดียวของตระกูลเว่ย เว่ยจื่อซวนหน้าตาหล่อเหลา แม้ชีวิตส่วนตัวจะไม่ค่อยสะอาดนัก แต่เป็นคนไร้ประโยชน์ ควบคุมง่าย
หลิวหงคิดว่าเขาค่อนข้างเข้าเกณฑ์ แม้อายุน้อยกว่าหวงเซิ่งหนานอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไร ผู้ชายอายุน้อยย่อมแข็งแรง ลูกสาวของเธอคงไม่เสียเปรียบ
เมื่อถึงเวลาแต่งงานและมีลูก ก็ยังสามารถใช้แซ่ของตระกูลหวงได้
หลิวหงคงจะเดาได้ถึงเจตนาของอีกฝ่าย แต่เธอรักษาสถานะของตัวเอง จึงไม่มีทางที่จะพูดออกมาก่อน
แม่ตระกูลเว่ยเป็นคนฉลาด ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เธอก็จะไม่พูด แต่ที่โต๊ะไพ่กลับเล่นได้อย่างเข้าขา พอจบหนึ่งตา เธอแพ้ให้กับหลิวหงไปหลายพันหยวน แต่ยังพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “คุณนายหวงมือดีจริง ๆ!”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าหลิวหงเป็นภรรยาน้อย แต่นั่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเรียกเธอว่าคุณนายหวง
หลิวหงได้ยินคำเรียกนี้ ประกอบกับชนะด้วย เธอจึงยิ้มกว้าง “เฮ้อ! โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะคะ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยแพ้มาแล้ว วันนี้ฉันขอตัวก่อนนะคะ คราวหน้าค่อยมาเล่นกันใหม่”
“คุณนายหวงนี่แหละค่ะที่นำโชคมาให้” แม่ตระกูลเว่ยลุกขึ้นเดินไปส่งหลิวหง “ไว้คราวหน้าเล่นด้วยกันอีกนะคะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน หลิวหงคิดถึงวิธีการของอีกฝ่าย ช่างอดทนจริง ๆ ถึงขนาดเล่นไพ่นกกระจอกกันหลายชั่วโมง แต่กลับไม่พูดถึงเรื่องแต่งงานสักคำ ให้เงินก็ให้อย่างมีความสุข แพ้ไปเกือบหมื่นหยวน แต่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
พูดไปแล้ว หลิวหงก็มองคนแม่นพอสมควร
อีกฝ่ายมีความอดทนสูงมาก มาเล่นไพ่นกกระจอกติดต่อกันหลายครั้ง แพ้ให้หลิวหงไปไม่น้อย
จริง ๆ แล้วเหมือนกับมาส่งเงินถึงหน้าประตูเลยทีเดียว
หลิวหงส่งคนไปตรวจสอบว่าเว่ยจื่อซวนเหมาะสมแล้ว จึงเลิกคิดที่จะหาคนอื่น และเธอเองก็อยากดูว่าอีกฝ่ายจะอดทนได้ถึงไหน
หลายวันต่อมา หลังจากเล่นไพ่นกกระจอกเสร็จแล้ว แม่ตระกูลเว่ยก็นัดหลิวหงไปเที่ยวห้าง
นี่ถือเป็นการส่งเงินอีกวิธีหนึ่ง!
หลิวหงตอบตกลง แล้วคล้องแขนอีกฝ่ายไปที่ห้างสรรพสินค้าทันที
ซีหย่า ย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของเหวยตัวลี่ มีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย หากต้องการเอาใจผู้หญิง คงไม่พ้นกระเป๋าและเสื้อผ้านั่นแหละ
แม่ตระกูลเว่ยจูงมือหลิวหงไปร้านกระเป๋าของแบรนด์ H หลิวหงไม่ได้ขาดเงินซื้อกระเป๋าหรูหรา แต่ถ้ามีคนยื่นให้ถึงที่เธอก็ไม่ปฏิเสธ
เธอเลือกกระเป๋าให้หลิวหง แล้วช่วยสะพายให้อีกฝ่าย “คุณนายหวง กระเป๋าใบนี้เหมาะกับคุณมากเลยค่ะ”
“ก็ใช้ได้นะ” หลิวหงเงยหน้ามองเธอ “สวยจริง ๆ เหรอ?”
“สวยจริง ๆ ค่ะ เข้ากับคุณมากเลย” แม่ตระกูลเว่ยยิ้ม
พนักงานขายเห็นดังนั้น จึงเดินเข้ามาพูดว่า “นี่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ H ในไตรมาสนี้ ทางเราเพิ่งได้รับสินค้าเข้ามาเลยค่ะ คุณผู้หญิงมีบุคลิกดีอยู่แล้ว พอสะพายกระเป๋าใบนี้ก็ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก”
ในที่สุดหลิวหงจึงจำใจรับไว้ พูดตามตรง การได้กระเป๋าแบรนด์ H มาหนึ่งใบ ทำให้เธอรู้สึกดีมาก
พอแม่เว่ยเห็นแบบนั้นก็โล่งใจ
หลิวหงไม่ใช่คนโง่ พฤติกรรมที่ชัดเจนแบบนี้ ถ้าหลิวหงยังเดาใจของครอบครัวเว่ยไม่ออกคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการที่หลิวหงรู้แต่ยังรับไว้ แสดงว่าครอบครัวเว่ยได้เข้าตาหลิวหงแล้ว
การแต่งงานครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก
ไม่นานหลังจากนั้น แม่เว่ยกับหลิวหงนั่งดื่มกาแฟกินมาการองในร้าน ในที่สุดก็ได้คุยเรื่องการแต่งงานเสียที
หลิวหงเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน “เซิ่งหนานของพวกเราอายุสามสิบกว่าแล้ว ยังไม่มีแฟนสักที ดูแล้วพวกเราก็รู้สึกกังวลจริง ๆ”
“พ่อแม่น่ะทุ่มเทใจทั้งหมดให้กับลูก ใครจะไม่กังวลบ้างล่ะคะ?” แม่เว่ยถอนหายใจ “ลูกชายของฉันก็ใกล้สามสิบแล้ว ตอนนี้ยังไม่ลงหลักปักฐาน คุณว่าพวกคนหนุ่มสาวสมัยนี้มีความคิดแปลก ๆ ไหมคะ!”
มีความคิดอะไรกัน? คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเที่ยวเล่นหรอก! สรุปคือ ถ้าที่บ้านไม่เร่งก็ไม่แต่งงาน ลูกหลานตระกูลใหญ่เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น
แม่เว่ยตำหนิลูกชายของตัวเอง แต่ไม่ลืมที่จะพูดถึงข้อดีของลูกชายด้วย “เขาน่ะเอาอย่างพวกอเมริกัน อยากได้อิสระอะไรก็ไม่รู้ กลับมาจากเรียนต่างประเทศ มีความคิดเป็นของตัวเอง ฉันกับพ่อของเขาแก่แล้วเลยไม่เข้าใจความคิดของเขา”
“จริงเหรอ? เรียนต่างประเทศก็ดีนะ อาคุนจะส่งเซิ่งหนานไปลอนดอน แต่เธอไม่ยอมไปเอง” หลิวหงเริ่มตำหนิลูกสาวของตัวเอง พูดไปก็ถอนหายใจไป
หวงเซิ่งหนานไม่เหมือนคนอื่น ในวงการมีคนรู้จักเธอไม่น้อย บางคนถึงกับพูดว่า ถ้าเธอกล้าพอที่จะรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว อนาคตผู้นำตระกูลหวงอาจจะเป็นเธอก็ได้!
ถ้าหวงเซิ่งหนานรู้เรื่องนี้ เธอคงทั้งโกรธทั้งขำ แต่เธอไม่อยากยุ่งกับธุรกิจต้องห้ามพวกนั้นก็เรียกว่าขี้ขลาดแล้วหรือ?
ที่หลิวหงตำหนิหวงเซิ่งหนาน นั่นเป็นเรื่องที่แม่แท้ ๆ ทำ ส่วนแม่เว่ยเป็นคนนอก แถมยังอยากผูกสัมพันธ์ด้วย จึงไม่มีทางเห็นด้วยกับหลิวหงแน่นอน เธอจึงได้แต่ฟังแล้วยิ้ม ๆ
พอหลิวหงพูดจบ แม่เว่ยก็ชมหวงเซิ่งหนาน “เซิ่งหนานดูดีมากนะคะ แม้แต่สามีฉันยังชมเธอเลย! ในวงการนี้ลูกสาวคนไหนจะมีความสามารถเหมือนเธอบ้าง? ถ้าฉันเป็นคุณหวง ฉันคงยิ้มแก้มปริเลยที่มีลูกสาวแบบนี้!”
หลิวหงฟังแล้วรู้สึกภูมิใจ แต่เธอยังยิ้มพลางส่ายหน้า “แค่ภายนอกเท่านั้นแหละ ต่อหน้าฉันยังเป็นเด็กอยู่เลย จนป่านนี้ยังไม่แต่งงาน ครอบครัวก็เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว!”
แม่เว่ย “ตอนนี้ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมใช่ไหมคะ?”
“ใช่สิคะ ถ้ามีแล้ว ฉันจะกังวลขนาดนี้เหรอ?”