ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 460 ผู้ชายที่อัดอั้นตันใจ
บทที่ 460 ผู้ชายที่อัดอั้นตันใจ
ลี่หรงรู้ว่าโจรที่อยู่ข้าง ๆ เป็นคนยิงปืนขู่ ใบหน้าของเธอพลันซีดเผือด อีกฝ่ายเห็นว่าลี่หรงเป็นคนรวยและเป็นชาวต่างชาติ แต่การที่เธอปรากฏตัวบนถนนในมิลาน เธอน่าจะพูดภาษาต่างประเทศได้แน่นอน
แม้ว่าภาษาต่างประเทศจะไม่คล่อง แต่คำศัพท์ง่าย ๆ บางคำเธอน่าจะเข้าใจได้ใช่ไหม?
โจรคว้าไหล่ของลี่หรงพลางตะโกนด้วยความโกรธ “เงิน! เงิน! เงินอยู่ไหน!”
เขากดปืนลงบนเอวของลี่หรง จริง ๆ แล้วลี่หรงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแย่แล้ว เพราะเธอมองไม่เห็นรถของตัวเอง และไม่รู้ว่าตัวเองถูกลากไปที่ไหน!
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นใกล้ ๆ
ลี่หรงหลับตาทันที คิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว
จู่ ๆ ก็มีวัตถุหนัก ๆ ล้มลงมา จนลี่หรงต้องลืมตาขึ้น
หวงเซิ่งหนานยิงปืนใส่ แล้วเตะโจรให้ล้มลง พลันคว้ามือของลี่หรง ตรวจดูเธออย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บหวงเซิ่งหนานจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เนื่องจากเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย เหล่าผู้คุ้มกันสามคนที่ไล่ตามหวงเซิ่งหนานมาต่างเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย เนื่องจากพวกเขาตัวใหญ่เกินไป ทำให้ไล่ตามหวงเซิ่งหนานไม่ทัน
เมื่อคนคุ้มกันหลายคนไล่ตามมาถึง หวงเซิ่งหนานก็จัดการกับโจรเรียบร้อยแล้ว ทำให้พวกเขาดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไรเลย
หัวหน้าคนคุ้มกันรู้สึกละอายใจมาก “คุณหวง คุณลี่ พวกคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?”
“กลับไปก่อน” ข้าง ๆ ยังมีการก่อจลาจลวุ่นวาย หวงเซิ่งหนานไม่อยากเสียอารมณ์กับพวกเขาในตอนนี้
“ระวัง!” ลี่หรงเห็นว่าโจรที่ถูกจัดการไปแล้วยังขยับได้ มันคว้าอาวุธที่ตกอยู่บนพื้นแล้วชี้ไปที่หวงเซิ่งหนาน ลี่หรงสังเกตเห็นว่านิ้วชี้ของอีกฝ่ายกำลังเหนี่ยวไกปืน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วพยายามคว้าตัวหวงเซิ่งหนานไว้
คนคุ้มกันข้าง ๆ ก็เห็นเช่นกัน เขาเลยพุ่งเข้ามาบังแล้วผลักหวงเซิ่งหนานออกไปทางลี่หรง กระสุนปืนจึงโดนที่ไหล่ขวาของคนคุ้มกันแทน
หวงเซิ่งหนานยิงซ้ำที่มือของโจรบนพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้คนคุ้มกันแบกคนออกไป
พวกของโจรไม่เห็นเหตุการณ์ตรงนี้ แม้พวกเขาจะได้ยินเสียงปืน ก็ไม่คิดว่าพวกของตัวเองจะบาดเจ็บ ดังนั้น หวงเซิ่งหนานและคนอื่น ๆ จึงหนีออกมาได้
เนื่องจากมีคนบาดเจ็บ พวกเขาเลยตรงไปที่โรงพยาบาล คนคุ้มกันที่ถูกยิงจำเป็นต้องผ่าตัด
ลี่หรงและคนอื่น ๆ รออยู่ข้างนอก หัวหน้าคนคุ้มกันพูดกับหวงเซิ่งหนานว่า “คุณหวง ผมจะให้อาจือไปส่งพวกคุณกลับโรงแรมก่อน อาฮ่าวไม่มีอันตรายถึงชีวิต ตำแหน่งที่ถูกยิงไม่ใกล้หัวใจ ให้พวกเราอยู่ที่นี่ก็พอ เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของพวกเราเอง เดี๋ยวผมจะไปขอโทษคุณเหอทีหลังนะครับ”
หวงเซิ่งหนานเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ลี่หรงไม่เคย ตอนนี้สีหน้าของลี่หรงยังคงซีดเผือด หวงเซิ่งหนานกลัวว่าเธอจะเกิดบาดแผลทางจิตใจ จึงตกลงพาลี่หรงออกไปก่อน
ก่อนไป หวงเซิ่งหนานยังนึกถึงคำพูดของหัวหน้าคนคุ้มกัน “คุณอย่าบอกเหอไฉซานนะ เข้าใจไหม?”
ลี่หรงนึกขึ้นได้ว่าพวกเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นการปิดบังเรื่องนี้ไว้คงจะดีกว่า ถ้าจ้าวชิงซงรู้เข้า ต่อไปการออกมาข้างนอกคงยากกว่าเดิมแน่ ยิ่งไปกว่านั้น มันยิ่งทำให้พวกเขาต้องกังวลโดยเปล่าประโยชน์ ลี่หรงจึงเห็นด้วยกับการกระทำของหวงเซิ่งหนาน
หัวหน้าคนคุ้มกันดูลำบากใจ “คือ…”
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันจะรับผิดชอบเอง”
หัวหน้าคนคุ้มกันพยักหน้าอย่างจนใจ แล้วส่งคนไปส่งพวกเธอกลับโรงแรม
ทั้งสองคนไม่ได้ซื้อของฝาก และกลับประเทศในวันรุ่งขึ้นทันที
เมื่อกลับถึงประเทศ ลี่หรงถึงรู้สึกสบายใจขึ้น เธอพูดกับหวงเซิ่งหนานว่า “ประสบการณ์ครั้งนี้คงจะจดจำไปชั่วชีวิตเลยนะ”
หวงเซิ่งหนานพยักหน้า “แน่นอน จำไปชั่วชีวิตเลยล่ะ! กลับไปอย่าให้สามีเธอเห็นพิรุธนะ ไม่งั้นเหอไฉซานก็จะรู้เรื่องด้วย!”
ลี่หรงพยักหน้า
ทั้งสองคนเชื่อใจหัวหน้าคนคุ้มกันมากเกินไป แม้หัวหน้าคนคุ้มกันจะไม่ได้พูดอะไร แต่เรื่องที่คนคุ้มกันคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บนั้น เหอไฉซานรู้เรื่องแล้ว พอถามไปถามมาเขาก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเอาไปบอกจ้าวชิงซงทันที
ตอนนี้ลี่หรงและพวกเธอกลับประเทศมาเกินหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่พวกเธอไม่ได้พูดเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
เดาได้ง่าย ๆ ว่าลี่หรงและหวงเซิ่งหนานไม่ได้ตั้งใจจะบอกเรื่องอันตรายนี้กับพวกเขาเลย!
ชายทั้งสองคนรู้สึกอึดอัดมาก ทั้งเป็นห่วงทั้งโกรธ ผู้หญิงสองคนนี้ช่างกล้าเหลือเกิน!
คราวหน้าจะรอให้เกิดเรื่องขึ้นก่อน ค่อยบอกให้พวกเขารู้หรือไง?
เหอไฉซานมองจ้าวชิงซง “คุณจัดการกับภรรยาคุณเองแล้วกัน ดูซิว่าคราวหน้าพวกเธอจะกล้าอีกไหม!”
จ้าวชิงซงพยักหน้า พวกเขาไม่มีสมาธิจะประชุมแล้ว จึงยกเลิกการประชุมไปเลย
เมื่อเขากลับถึงบ้าน ลี่หรงยังคงอยู่ที่สตูดิโอฝูหรง
จ้าวชิงซงหัวเราะเยาะในใจ ‘หึ! ยังมีอารมณ์ไปทำงานข้างนอกอีกเหรอ?’
คิดว่าจะสามารถปิดบังเรื่องพวกนั้นได้หรือไง?
จ้าวชิงซงเตรียมจะไปที่สตูดิโอฝูหรง แต่ถูกจ้าวซีน้อยเห็นเข้า เธอร้องเรียกพ่อพลางวิ่งเข้ามากอดขาของจ้าวชิงซง แล้วถามด้วยเสียงเล็ก ๆ “พ่อกลับมาแล้วเหรอคะ?”
จ้าวชิงซงพยักหน้า แล้วอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมา “แต่พ่อต้องออกไปอีกแล้วนะ”
“ไปไหนคะ หนูอยากไปด้วย!”
“ลูกต้องเป็นเด็กดี รออยู่ที่บ้านนะ” จ้าวชิงซงจูบแก้มนุ่ม ๆ ของจ้าวซีน้อย “พ่อจะไปตามแม่กลับมา เพราะแม่ไม่ยอมเชื่อฟัง”
จ้าวซีน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงไม่เชื่อฟัง เธอยังคงงุนงง ในขณะที่จ้าวชิงซงวางเธอลงแล้ว
ส่วนคุณแม่จ้าวได้ยินคำพูดของจ้าวชิงซง จึงถามด้วยความกังวลว่า “มีอะไรเกิดขึ้นกับลี่หรงเหรอ?”
เกือบจะเกิดเรื่องแล้ว จ้าวชิงซงคิดในใจ แต่กลับพูดกับคุณแม่จ้าวว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ เดี๋ยวพวกเราก็จะกลับมาแล้ว”
เมื่อจ้าวชิงซงปรากฏตัวที่สตูดิโอฝูหรงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ลี่หรงยังรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง เธอเลยถามจ้าวชิงซงว่า “เป็นอะไรไปคะ? ทำไมคุณดูไม่มีความสุขแบบนี้ล่ะ?”
จ้าวชิงซงทำหน้าเย็นชาใส่ลี่หรงเป็นครั้งแรก พลางแค่หัวเราะใส่อีกฝ่าย “ภรรยาของผมถูกจับตัวที่ต่างประเทศ แต่กลับปิดบังอย่างมิดชิด คุณว่าผมควรจะดีใจไหมครับ?”
หัวใจของลี่หรงเต้นแรงขึ้น จ้าวชิงซงรู้เรื่องนี้แล้ว!
ลี่หรงเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาพร้อมกอดแขนจ้าวชิงซง “อย่าโกรธเลยนะคะ ฉันก็ไม่เป็นไรแล้วนี่นา”
“แล้วทำไมคุณไม่คิดจะบอกผมบ้างล่ะครับ?”
เหอไฉซานเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียด รวมถึงเรื่องที่ลี่หรงถูกปืนจ่อด้วย เมื่อจ้าวชิงซงคิดว่าลี่หรงตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี…” ลี่หรงพยายามแก้ตัว
จ้าวชิงซงแค่นหัวเราะ เขาไม่รู้จะทำยังไงกับลี่หรงแล้ว เพราะเธอคือคนที่เขารักมาก จะให้ดุหรือลงโทษเธอ เขาคงทำไม่ได้ จ้าวชิงซงเลยเดินออกไปด้วยความโกรธ
ลี่หรงวิ่งตามเขาออกมา “เดี๋ยวก่อน! รอฉันด้วย”
ลี่หรงไม่สนใจงานที่กองอยู่อีกต่อไป เพราะเธอจะทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าตอนนี้ไม่ปลอบใจสามีก่อน มันอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง
จ้าวชิงซงทำเหมือนไม่ได้ยิน เขาไม่พูดอะไรและเดินออกไปขึ้นรถ ส่วนลี่หรงก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที
จ้าวชิงซงสตาร์ทรถและขับกลับบ้าน โดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อกลับถึงบ้าน จ้าวชิงซงก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่น เพื่อเล่นกับจ้าวซีตามปกติ