ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 462 ง้องอนไม่หาย
บทที่ 462 ง้องอนไม่หาย
เหอไฉซานรู้สึกว่าจ้าวชิงซงนั้นช่างโง่เขลาเสียจริง เมื่อนึกถึงชีวิตอันแสนสุขของตัวเอง แล้วมองดูจ้าวชิงซง เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายคงไร้สิ้นความหวังแล้ว “นายจะโกรธเธอจริง ๆ เหรอ? เพราะถ้าเธอง้อนายสำเร็จ เธอจะกลับมาโกรธนายแทน พอถึงตอนนั้นนายคงลำบากแน่ ๆ!”
แน่นอนว่าจ้าวชิงซงโกรธที่ลี่หรงกล้าปิดบังเรื่องที่สำคัญถึงชีวิต แม้ภายนอกเขาจะทำหน้าบึ้งตึง แต่เขากลับไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
เหอไฉซานชี้แนะทางสว่างให้เขา “เดี๋ยวไปซื้อของที่ห้างสักหน่อยเถอะ ผู้หญิงน่ะ ถ้าเธอพยายามง้อขนาดนั้นแล้ว มีอะไรที่เธอจะไม่ฟังนายอีกล่ะ? ถ้าจะดื้อดึงโกรธเธอต่อแล้วถ้าเกิดเธอหนีไปจริง ๆ ขึ้นมา มีหวังนายได้ร้องไห้แน่!”
จ้าวชิงซงมองเหอไฉซาน “เธอไม่หนีหรอกครับ”
พวกเขาประชุมเรื่องที่ดินกันทั้งบ่าย
จ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสร้างอาคารแบบไหน
ตำแหน่งในวงแหวนที่ห้าหรือหก ไม่ถือว่าอยู่ใจกลางเมืองนัก
บางคนเสนอให้สร้างศูนย์การค้าบันเทิงขนาดใหญ่ แต่มันไกลเกินไป ถึงแม้จะดึงดูดร้านค้าให้มาเปิดกิจการได้ แต่ผู้บริโภคจะยอมเดินทางไกลเพื่อมาซื้อของเหรอ?
จ้าวชิงซงอยากทำเป็นย่านที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ ชั้นล่างให้เช่าเพื่อเปิดร้านค้า ส่วนชั้นบนสร้างเป็นที่พักอาศัยเพื่อขาย ถือเป็นการหาสินค้าเข้ามายังพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่นี้ด้วย
บางคนพูดถึงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว แต่ถูกปฏิเสธทันที เพราะตอนนี้ใครจะมีเงินเหลือไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวกัน?
เหอไฉซานมีธุรกิจโรงแรมอยู่ในมือ แต่ไม่ได้บอกว่าตั้งใจจะสร้างโรงแรมที่นั่น ตามความคิดของเขา มันถือเป็นการสิ้นเปลืองโดยแท้ ใครจะมาพักโรงแรมไกลขนาดนั้นกัน?
ในเมื่อการคมนาคมที่นี่ยังไม่พัฒนา ยิ่งไปกว่านั้น ที่ดินผืนนี้ไม่เล็ก ตามที่จ้าวชิงซงพูด หากให้ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์แล้ว ยังสามารถแบ่งส่วนหนึ่งไว้ทำโรงแรม ที่ตรงนั้นไม่ไกลจากสนามบิน น่าจะพอเป็นที่พักให้ผู้คนได้
ในตอนนี้ดูเหมือนว่าการทำย่านที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์บนที่ดินผืนนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ที่ประชุมเงียบไปครู่หนึ่ง มีคนถามคำถามสำคัญขึ้นว่า “ถ้าสร้างย่านที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ พวกเราจะขายให้ใครล่ะ? จะขายได้จริงเหรอ? เงินเดือนทั่วไปได้ไม่กี่สิบหรือร้อยกว่าหยวนต่อเดือนเท่านั้นเองนะ”
จ้าวชิงซงเงียบไปครู่หนึ่ง “การก่อสร้างต้องใช้เวลาพอสมควร ในช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจย่าจะพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนต่างถิ่นหรือคนท้องถิ่นในเมืองหลวง ล้วนต้องการย่านที่อยู่อาศัยใหม่”
ในฐานะนักธุรกิจจากฮ่องกง เหอไฉซานจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั้งในแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง
เขารู้สึกว่าความคิดของจ้าวชิงซงดูสวยหรูมาก แต่ในมุมมองของเขา ภายในปีนี้คนในเมืองหลวงจะไปซื้อบ้านในวงแหวนที่ห้าหรือหกจริงเหรอ?
หรือพูดอีกนัยหนึ่ง พวกเขาจะมีกำลังซื้อจริงหรือเปล่า?
จ้าวชิงซงขมวดคิ้ว “แน่นอนว่าพวกเราสร้างขึ้นมาเพื่อขายทำกำไร กลุ่มผู้บริโภคจึงเป็นตัวแปรสำคัญมากที่จะกำหนดว่าทำกำไรได้หรือไม่”
เหอไฉซานพูดขึ้นว่า “แต่พวกเราสามารถเลือกกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อได้ตั้งแต่แรกใช่ไหมล่ะ?”
“คุณหมายความว่าอย่างไร?”
เหอไฉซานนึกถึงที่อยู่อาศัยในฮ่องกง และทุนจากต่างประเทศที่กำลังไหลเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ในขณะนี้ เขาจึงพูดว่า “พวกเราสร้างบ้านพักตากอากาศแล้วขายให้นักธุรกิจต่างชาติเถอะ พวกเขามีเงิน และต้องการที่พักที่เหมาะสมกับพวกเขาด้วย”
เตียวฉีหู่ยังไม่เคยไปต่างประเทศ แต่เขาเคยติดต่อกับนักธุรกิจต่างชาติ เมื่อได้ยินก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลมาก จึงตบขาตัวเองฉาดใหญ่! “ใช่แล้ว! พวกเราไปหาเงินจากพวกต่างชาติกัน!”
พวกเขาได้สิทธิ์ในการพัฒนามาแล้ว ไม่ใช่แค่ขายที่ดินออกไป ส่วนผู้ซื้อก็เป็นนักลงทุนต่างชาติ น่าจะไม่ถูกคว่ำบาตรได้ง่าย ๆ
จ้าวชิงซงเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแผนต่าง ๆ ในหัว และพบว่าการสร้างบ้านพักตากอากาศเป็นโอกาสที่ดีกว่าจริง ๆ
“งั้นก็สร้างบ้านพักตากอากาศเถอะ!”
หลังจากกำหนดทิศทางแล้ว ยังต้องหาสถาปนิกมาออกแบบ หาผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจพื้นที่จริงและวางแผน
การประชุมเสร็จสิ้นตอนบ่ายสี่โมงกว่า จ้าวชิงซงมองนาฬิกาแล้วตัดสินใจจะกลับก่อน
เขาคิดว่าสิ่งที่เหอไฉซานพูดมีเหตุผล จึงขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้าเมืองฝูเจี้ยน
เขามองไปทางโน้นทีทางนี้ที แต่ไม่เห็นอะไรที่เหมาะกับลี่หรงเลย
เรื่องเสื้อผ้านั้น ลี่หรงเป็นนักออกแบบเองอยู่แล้ว ถ้าเขาซื้อจากห้างสรรพสินค้า หากไม่ถูกใจลี่หรงก็เท่านั้น อาจจะทำให้เธอไม่พอใจเสียเปล่า ๆ
เขามองนาฬิกาที่ลี่หรงมีอยู่แล้วรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จึงเปลี่ยนไปที่เคาน์เตอร์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแทน
เขาซื้อชุดผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าให้ลี่หรง เขาจำได้ว่าเคยซื้อของแบบนี้ให้เธอ และเธอก็ดูมีความสุขมาก
ขณะที่จ้าวชิงซงกำลังลงไปชั้นล่าง เขาเห็นลี่หรงจากที่ไกล ๆ กำลังจะขึ้นมาพอดี ข้าง ๆ เธอยังมีชายคนหนึ่ง อายุราว ๆ ยี่สิบปี ชายคนนั้นพูดอะไรบางอย่าง ทำให้ลี่หรงต้องเอามือปิดปากหัวเราะ
พวกเขาเดินอ้อมขึ้นบันไดมาทางนี้ จะต้องเจอกับจ้าวชิงซงแน่นอน
ชายคนนี้ดูคุ้นตาจ้าวชิงซงอยู่บ้าง แต่เขานึกไม่ออกว่าเป็นใคร
จ้าวชิงซงคิดไปต่าง ๆ นานา เขาไม่ได้สงสัยลี่หรง แต่คิดว่าลี่หรงออกจากบ้านมาด้วยความโกรธแน่นอน แต่ตอนนี้กลับมาหัวเราะพูดคุยกับคนอื่น ในฐานะสามี เขาเลยรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
เขาเห็นที่ว่างด้านข้างที่พอให้หลบได้ แต่เขาไม่คิดจะหลบ
ลี่หรงกับชายหนุ่มคนนั้นเดินขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าจ้าวชิงซง รอยยิ้มบนใบหน้าของลี่หรงกลับหายไปทันที จ้าวชิงซงกำลังจะพูด แต่ลี่หรงกลับเบือนหน้าหนี ทำท่าเหมือนจะเดินจากไป
จ้าวชิงซงรีบคว้าแขนของลี่หรงไว้ แล้วเรียกเธอว่า “ภรรยาครับ”
สวีเหมียนจำจ้าวชิงซงได้ดี แต่แน่นอนว่าเขามีคู่ของตัวเองแล้ว จึงไม่มีความคิดอื่นกับจ้าวชิงซง
เขามองไปที่ลี่หรง “คุณลี่ ให้ผมขึ้นไปก่อนไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปกับคุณด้วย” พูดจบลี่หรงก็หันไปมองจ้าวชิงซง “มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้านนะคะ”
จ้าวชิงซงยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลี่หรงกลับเดินจากไปแล้ว แต่เดิมจ้าวชิงซงตั้งใจจะไปรับลี่หรงที่ฝูหรงเพื่อกลับบ้านด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาทำแบบนี้
เขาหันหลังเดินตามหลังลี่หรง คิดว่าจะพาลี่หรงไปกินข้าว
สวีเหมียนสังเกตเห็นว่าจ้าวชิงซงเดินตามหลังมา จึงกระซิบถามลี่หรงว่า “คุณลี่ คุณทะเลาะกับคุณจ้าวเหรอ?”
“ไม่ได้ทะเลาะ” ลี่หรงพูดความจริง การที่สองคนจะโต้เถียงกันไปมาถึงจะเรียกว่าทะเลาะ แต่ตอนนี้เป็นแค่ช่วงแรกที่จ้าวชิงซงเงียบใส่เธออยู่ฝ่ายเดียว และเธอก็จะตอบโต้เขาด้วยความเงียบเช่นกัน!
ฮึ! น่าโมโหจริง ๆ! ในเมื่อคืนเขากล้าปล่อยให้เธอนอนคนเดียว! ลองดูซิว่าเขาจะมีฝีมือกลับมานอนที่ห้องได้อีกหรือเปล่า!?
สวีเหมียนเห็นสีหน้าของลี่หรงแล้วพอจะเดาได้ นิสัยแบบจ้าวชิงซง ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนปากหวาน คราวนี้ดูซิว่าเขาจะง้อลี่หรงยังไง
สวีเหมียนนึกถึงแฟนของตัวเองที่เป็นพวกเดียวกับจ้าวชิงซง ผู้ชายแบบนี้ต้องให้พวกเขาจำเป็นบทเรียนไว้บ้าง!
วันนี้ทั้งสองคนมาที่ห้างเพื่อหาซื้อกระดุม และไปดูลวี่สุ่ยด้วย
ปกติลี่หรงจะมาดูลวี่สุ่ยเป็นระยะ ๆ เพื่อดูสถานการณ์ของร้านว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ครั้งนี้มีสวีเหมียนตามมาด้วย เพราะนอกจากดูกระดุมแล้ว เขายังมีแผนที่จะซื้อของบางอย่างอีก
พอทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านลวี่สุ่ย จ้าวชิงซงคิดไปคิดมา แล้วยืนรออยู่หน้าประตู
สวีเหมียนเลยตะโกนบอกลี่หรง “คุณจ้าวรออยู่ข้างนอกนะครับ”
ลี่หรงพูดอย่างหงุดหงิด “ปล่อยให้เขารอไปเถอะ!”