ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 463 ทำร้ายตัวเอง
บทที่ 463 ทำร้ายตัวเอง
เสิ่นรั่วหนิงมองออกไปข้างนอกสองสามครั้ง เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วถามสวีเหมียนว่า “คุณลี่กับคุณจ้าวทะเลาะกันเหรอ?”
สวีเหมียนตอบเสียงเบาว่า “คงจะงอนกันมั้งครับ?”
เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกแปลกใจ เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลี่หรงกับจ้าวชิงซงงอนกันแบบนี้
ลี่หรงเคาะโต๊ะ “พวกคุณกำลังซุบซิบอะไรกัน จะคุยงานต่อไหม?”
จุดประสงค์หลักที่ลี่หรงมาลวี่สุ่ยในครั้งนี้คือ มาตกลงกับเสิ่นรั่วหนิงเรื่องให้นางแบบถ่ายโปสเตอร์ โดยใช้เสื้อผ้าของลวี่สุ่ย และตั้งใจจะใช้ว่านซูกับเชอเสี่ยวตงเป็นนางแบบด้วย
พวกเธอคุยกันจนลืมเวลา พอตกลงรายละเอียดคร่าว ๆ เสร็จ ทั้งสามคนก็คุยกันในร้านของลวี่สุ่ยต่อจนเกือบชั่วโมง แต่จ้าวชิงซงกลับไม่ได้เข้ามาเลย
เสิ่นรั่วหนิงสนิทกับลี่หรงมากกว่าสวีเหมียน บางเรื่องที่สวีเหมียนไม่กล้าพูด เสิ่นรั่วหนิงกลับไม่ต้องระวังมากนัก เธอจึงสะกิดลี่หรงแล้วบุ้ยปากไปทางด้านนอก “เขายังอยู่ข้างนอกนะ ทำไมเขาถึงไม่เข้ามานั่งล่ะ?”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?” ในสถานการณ์ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และจ้าวชิงซงก็ไม่สูบบุหรี่ ลี่หรงไม่รู้ว่าเขาจะทนรออยู่ข้างนอกได้นานกว่าชั่วโมงได้อย่างไร?
“ในเมื่อคุยงานเสร็จแล้วก็กลับเถอะ อย่าให้เขารอนานเกินไปเลย”
เสิ่นรั่วหนิงยังต้องรออีกสักพักถึงจะกลับได้ สวีเหมียนก็ยังมีธุระ ยกเว้นลี่หรง
ลี่หรงไม่ค่อยอยากขยับตัวไปไหน เพราะถ้าออกไปก็ต้องเผชิญหน้ากับจ้าวชิงซง เธอยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับอีกฝ่ายดี
หลังจากสวีเหมียนออกไป ลี่หรงก็นั่งอยู่ในร้านต่ออีกสิบนาที ก่อนจะออกไปเธอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ที่ประตู เธอชะงักไปเล็กน้อย สงสัยว่าจ้าวชิงซงไปแล้วหรือเปล่า?
“ภรรยาครับ” จ้าวชิงซงโผล่ออกมาจากมุมไหนสักแห่ง ในมือถือถังหูลู่เย็น ๆ ยื่นให้ลี่หรง “ผมซื้อมาให้”
ก่อนหน้านี้จ้าวชิงซงนั่งรออยู่หน้าประตูเป็นชั่วโมง กลับเจอแต่สวีเหมียน เขาเลยถามอีกฝ่ายว่าทำไมลี่หรงยังไม่ออกมาสักที
สวีเหมียนคิดในใจว่า ‘คุณลี่คงไม่อยากเจอคุณหรอก’ แต่อีกฝ่ายเป็นสามีของเจ้านาย เขาจึงได้แต่บอกว่า “คุณลี่กับคุณเสิ่นยังดื่มชากันอยู่ครับ”
จ้าวชิงซงเม้มปากพลางมองเข้าไปข้างใน แต่ก็ไม่เห็นใคร พอได้ยินคนตะโกนขายถังหูลู่อยู่ชั้นล่าง จ้าวชิงซงจึงลงไปซื้อ พอกลับมา เขาเห็นลี่หรงยืนมองซ้ายมองขวาอยู่หน้าร้านลวี่สุ่ย จ้าวชิงซงเลยรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เพราะภรรยายังคิดถึงเขาอยู่!
นึกถึงตอนเช้าที่ลี่หรงออกไปทำงานโดยไม่บอกกล่าว แล้วนึกถึงคำพูดของเหอไฉซาน จ้าวชิงซงรู้สึกว่าวิธีการของตัวเองคงไม่ถูกต้องนัก นี่ไง! ผลของการที่เขาดื้อดึง ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าลี่หรงโกรธเขาไปแล้ว
เหอไฉซานพูดถูกจริง ๆ
เขาลูบของขวัญที่เตรียมไว้ให้ลี่หรง คิดว่าจะง้อให้เธอหายโกรธก่อน แล้วค่อยคุยกับเธอทีหลัง
แต่เหอไฉซานยังคงพูดถูกอีกว่า เวลาผู้หญิงโกรธนั้นยากจะเอาใจ เหมือนคำพูดที่ว่า เวลาแฟนสาวโกรธยังกดได้ยากกว่าหมูตอนปีใหม่เสียอีก ภรรยาก็เช่นกัน
ลี่หรงชายตามองถังหูลู่ แล้วเบนสายตาไปทางอื่น แล้วเดินลงไปชั้นล่างทันที
จ้าวชิงซงงุนงงไปชั่วขณะ แล้วรีบเดินตามอีกฝ่ายไป เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง จ้าวชิงซงจึงเอ่ยปาก “ผมขับรถมา พวกเรากลับบ้านด้วยกันนะครับ”
ลี่หรงไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะมองจ้าวชิงซงด้วยซ้ำ เธอเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่ที่แน่ ๆ เธอคงไม่อยากกลับบ้านกับจ้าวชิงซงแน่นอน
จ้าวชิงซงโยนถังหูลู่ลงในถุง ก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้าสองสามก้าว โน้มตัวลงโอบรอบขาของลี่หรง แล้วแบกเธอขึ้นบ่าทันที
ลี่หรงร้อง “จ้าวชิงซง!”
การแบกผู้หญิงแบบนี้บนถนนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนก็สามารถดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
ลี่หรงรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าว ราวกับจะลุกเป็นไฟ พลางทุบหลังของจ้าวชิงซง “รีบปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”
จ้าวชิงซงทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งยังไม่สนใจสายตารอบข้าง พอเดินไปถึงที่จอดรถ เขาจึงปล่อยลี่หรงลง
ตอนนั้นลี่หรงยังมึน ๆ อยู่ ไม่ทันที่เธอจะหันหลังเดินหนี เธอก็ถูกจ้าวชิงซงดันเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย
เมื่อจ้าวชิงซงขึ้นมานั่ง ลี่หรงรีบยื่นมือไปเปิดประตูรถทันที แต่พบว่าประตูเปิดไม่ได้ เธอจึงหันไปจ้องจ้าวชิงซงแล้วตะโกนว่า “เปิดประตู!”
“ไม่เปิด” จ้าวชิงซงพูดเสียงเรียบ พลันคิดว่า ถ้าเปิดเธอก็จะวิ่งหนีไปน่ะสิ!
เขาวางของในมือลงบนตักลี่หรง “ผมซื้อมาให้คุณ อย่าโกรธผมเลยนะครับ”
ลี่หรงเห็นถุงในมือเขาตั้งแต่แรกแล้ว และรู้ด้วยว่าข้างในเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แต่เธอกลับจับถุงแล้วโยนไปด้านหลัง “ไม่เอา”
จ้าวชิงซงมองของขวัญที่ถูก ‘ทิ้ง’ แล้วสตาร์ทรถ
ในเมื่อลี่หรงลงจากรถไม่ได้ เธอจึงไม่ทำอะไรต่อ นอกจากกอดอกพิงพนัก จ้องมองถนนเบื้องหน้า แล้วพบว่า… นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้าน!
แต่เธอไม่อยากถาม เพราะยังไงจ้าวชิงซงก็ไม่พาเธอไปขายหรอก
เธอจะรอดูว่าจ้าวชิงซงอยากพาเธอไปไหนกันแน่?
ในที่สุดจ้าวชิงซงก็จอดรถใต้ตึกร้านอาหารตะวันตกที่พวกเขาเคยไป ผู้ชายคนนี้ยังรู้จักพาเธอออกมาทานอาหารค่ำใต้แสงเทียนด้วย?
จ้าวชิงซงลงจากรถ เปิดประตูให้ลี่หรง ลี่หรงยังอยากจะงอนต่ออีกหน่อย จ้าวชิงซงเลยพูดขึ้นว่า “ถ้ายังไม่ลงมา ผมจะอุ้มคุณแล้วนะครับ”
หึ! กล้าดียังไงถึงข่มขู่เธอแบบนี้! ลี่หรงมองไปรอบ ๆ เห็นว่ามีคนอยู่มากพอสมควร เธอถลึงตาใส่จ้าวชิงซง แล้วจำใจลงจากรถ
ฟ้าดินกว้างใหญ่ แต่การกินสำคัญที่สุด! ลี่หรงตัดสินใจจะกินข้าวให้อิ่มก่อน แล้วค่อยกลับบ้านไปเคลียร์บัญชีกับจ้าวชิงซง!
จ้าวชิงซงยื่นมือไปจับมือลี่หรง แต่เธอกลับหลบ เขาถอนหายใจ พลางคิดว่า คราวนี้คงยากแน่!
แม้ว่าจ้าวชิงซงจะจองโต๊ะและสั่งอาหารไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอทั้งสองนั่งลงก็ยังต้องรออีกสักพักกว่าอาหารจะมา
ในช่วงเวลานั้นจ้าวชิงซงไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะมองอย่างไร เขาย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้าม จับมือลี่หรงแล้วเรียก “ภรรยาครับ”
นอกจากเรียกภรรยาแล้ว จ้าวชิงซงไม่ได้พูดอะไรอีก
ลี่หรงโกรธ แต่เธอสลัดมือเขาไม่หลุด เลยได้แต่เม้มปากไม่พูดอะไร
พออาหารมาแล้ว จ้าวชิงซงลงมือหั่นสเต๊กเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางไว้ตรงหน้าลี่หรง ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้โกรธอาหารสักหน่อย จึงหยิบส้อมขึ้นมากินอย่างง่ายดาย
จ้าวชิงซงเห็นลี่หรงยอมกิน เขาจึงคลายกังวลได้ไม่น้อย
ตลอดมื้ออาหาร ลี่หรงไม่พูดอะไรเลย ส่วนจ้าวชิงซงนอกจากเรียกภรรยาแล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน
สำหรับเรื่องความรัก จ้าวชิงซงค่อนข้างซื่อไปสักหน่อย ตอนที่เขาโกรธ ลี่หรงยังง้อเขา แต่พอตอนนี้เขาสำนึกผิดแล้วดันโง่ ไม่รู้จะปลอบลี่หรงอย่างไรดี?
ก่อนกลับบ้าน จ้าวชิงซงไม่ลืมที่จะแวะซื้อพิซซ่าสองถุงจากร้านอาหารไปฝากลูก ๆ ของเขาด้วย
ตอนกลางคืนจ้าวชิงซงอาบน้ำเสร็จแต่หัวค่ำ รอให้ลี่หรงกลับเข้าห้อง แต่คืนนี้ลี่หรงกลับพาจ้าวซีไปนอนที่ห้องของอันอัน
จ้าวชิงซงรู้สึกเสียใจมาก ทำไมเมื่อคืนเขาถึงได้ไปนอนกับลูกชายล่ะ?
ตอนนี้ลี่หรงเอาอย่างเขาบ้างแล้ว นี่เขาวางกับดักตัวเองไว้หรือ?
จ้าวชิงซงเดินเข้าไปในห้องลูกชาย มองลี่หรงด้วยสายตาอ้อนวอน “ที่รัก กลับห้องกันเถอะครับ”
ลี่หรงเงยหน้ามองเขา “ไม่ใช่ว่าคุณอยากแยกห้องนอนเหรอคะ?”
เฮ้อ… กับดักครั้งนี้ช่างใหญ่เสียจริง!
จ้าวชิงซงตกใจรีบปฏิเสธทันที “ผมไม่ได้อยากแยกห้องนอนสักหน่อย!”