ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 464 พัสดุมาถึง
บทที่ 464 พัสดุมาถึง
ห้องของอันอันถูกปรับเป็นเตียงใหญ่ จ้าวชิงซงไม่กลัวลูก ๆ จะหัวเราะเยาะ เขาถอดรองเท้าแล้วปีนขึ้นเตียงทันที “เรามาด้วยกันดีกว่า!”
“เย้!” จ้าวซีน้อยตื่นเต้นมาก “วันนี้ได้นอนกับพ่อแม่ด้วย!”
ลี่หรงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกจ้าวชิงซงขัดจังหวะเสียก่อน “ดูสิ ลูกสาวเราดีใจขนาดไหนกัน”
อันอันนั่งข้างลี่หรงโดยไม่พูดอะไร จ้าวชิงซงส่งสัญญาณให้เขา แต่อันอันทำเป็นไม่เห็น เขาอายุสิบเอ็ดสิบสองแล้ว พอเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน เขาเลยเข้าข้างแม่ หากแม่ทำยังไงเขาจะทำตามนั้น
จ้าวชิงซงหมดหวังกับลูกชายแล้ว เลยมองลูกสาว พลางคิดในใจว่า ลูกสาวนี่แหละดีที่สุด!
จ้าวซีน้อยจับมือจ้าวชิงซงและลี่หรงให้นอนลง เด็กน้อยดูตื่นเต้นมาก ลี่หรงไม่อยากทำลายความสุขของลูกสาว ได้แต่เม้มปากไม่พูดอะไร
จ้าวชิงซงรีบยื่นมือไปปิดไฟทันที
เด็ก ๆ หลับสนิทอย่างรวดเร็ว จ้าวชิงซงเรียกลี่หรงเบา ๆ แต่ลี่หรงกลับทำเป็นไม่ได้ยิน
อย่าคิดว่าเธอเดาไม่ออกว่าจ้าวชิงซงคิดอะไรอยู่ ฮึ! เมื่อคืนเขาหนีเธอไปเอง ดังนั้นวันนี้ก็อย่างคิดเลย!
จ้าวชิงซงรู้สึกว่าลี่หรงไม่ได้หลับ และเดาได้ว่าเธอแค่ไม่อยากสนใจเขา
เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมาวางไว้ข้าง ๆ ตั้งใจจะยื่นมือไปอุ้มลี่หรง แม้ต้องใช้กำลังก็ต้องพาลี่หรงกลับห้องไปคุยกันให้ได้!
ไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็จะผ่านไปอีกคืน
ลี่หรงสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเขา จึงพลิกตัวกอดอันอันไว้
จ้าวชิงซงอดขำไม่ได้ อีกฝ่ายคงไม่คิดว่าแค่นี้จะหลบได้หรอกนะ?
เขาเข้าไปกระซิบข้างหูลี่หรง “ภรรยาครับ อย่าดื้ออีกเลย เรากลับไปคุยที่ห้องกันเถอะครับ ถึงจะกอดอันอันแน่นแค่ไหน ผมก็ต้องอุ้มคุณกลับไปอยู่ดี”
เห็นลี่หรงยังไม่ขยับ จ้าวชิงซงจึงพูดอีกว่า “ถ้ายังแกล้งหลับอยู่ ผมจะลงมือแล้วนะ ถ้าลูก ๆ ตื่น เรายังต้องอธิบายให้พวกเขาฟังอีก”
ลี่หรงหันมาจ้องจ้าวชิงซง แสงจันทร์จากภายนอกส่องเข้ามาเล็กน้อย จ้าวชิงซงมองดวงตากลมโตของภรรยา รู้สึกว่ามันสว่างยิ่งกว่าดวงจันทร์ข้างนอกเสียอีก
หัวใจเขาร้อนผ่าว จ้าวชิงซงยื่นมือไปอุ้มลี่หรงกลับเข้าห้อง ขณะที่เด็ก ๆ กำลังหลับสนิท
เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง จ้าวชิงซงอุ้มลี่หรงไว้แล้วจูบซอกคอของเธอ พลางพูดว่า เขาผิดเองที่ไม่ยอมคุยกับเธอ แถมยังไปนอนกับอันอันอีก
เขาบอกว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว และยังย้ำว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะแยกห้องนอนด้วย “ผมแค่กลัวว่าถ้าโกรธขึ้นมาแล้ว อาจจะทำร้ายคุณโดยไม่ตั้งใจ เลยตัดสินใจไปนอนกับอันอันน่ะครับ”
คนคนนี้ยอมรับผิดได้ง่ายจริง ๆ ลี่หรงพึมพำในใจ
จ้าวชิงซงเข้าไปจูบลี่หรง พออีกฝ่ายไม่ขัดขืน จ้าวชิงซงจึงรู้ว่าเธอคลายโทสะลงไปมากแล้ว เขาเลยกดตัวลี่หรงลงและรับรางวัลที่เขาควรได้รับเมื่อคืน
เวลาผ่านไปสักพัก จ้าวชิงซงกอดลี่หรงแล้วรู้สึกว่ายังไม่พอใจ เหอไฉซานพูดถูก เรื่องระหว่างสามีภรรยาต้องแก้ไขบนเตียงจริง ๆ
ลี่หรงหายใจไม่ทัน อดไม่ได้ที่จะมองจ้าวชิงซง ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายอายุสามสิบกว่าเกือบสี่สิบแล้ว ทำไมยังเป็นแบบนี้อยู่อีก!
“ยังไม่พอเหรอครับ?” จ้าวชิงซงสบตากับลี่หรงและถามด้วยแววตาเป็นประกาย
เธอบีบท้องของจ้าวชิงซง “ลูกกินถังหูลู่ไปแล้ว!”
“คุณ…” จ้าวซีตัวน้อยกินถังหูลู่ไปแล้ว จ้าวชิงซงกำลังจะพูดว่า ‘คุณไม่อยากกินไม่ใช่เหรอ?’ แต่พอคำพูดมาถึงปากก็รีบเปลี่ยนเป็น “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะซื้อให้อีกนะครับ”
เขาเสริมว่า “ไม่ต้องให้พวกเขากินด้วย ให้คุณกินคนเดียวเลย”
หลังจากเงียบไปสักพัก จ้าวชิงซงคิดว่าลี่หรงจะหลับแล้ว แต่ไม่คิดว่าเธอจะพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ความจริงแล้วฉันปิดบังเรื่องที่มิลานก็ไม่ถูกหรอกค่ะ แต่ฉันกลัวว่า ถ้าคุณรู้แล้วจะไม่ให้ฉันออกไปเที่ยวไกล ๆ อีก”
จ้าวชิงซงอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดออกมา เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาคงจะทำจริง ๆ
ข้างนอกอันตรายขนาดนั้น จ้าวชิงซงยังอยากจะเก็บลี่หรงไว้แค่ในบ้านเลย!
ลี่หรงพูดว่า “ต่อไปฉันจะระมัดระวังตัวค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันจะบอกคุณทันที”
จ้าวชิงซงกอดแขนลี่หรงแน่นขึ้น “อืม นอนเถอะครับ”
สามเดือนต่อมา ลี่หรงและหวงเซิ่งหนานได้รับเสื้อผ้าที่สั่งไว้จากสัปดาห์แฟชั่นแล้ว
เนื่องจากเสื้อผ้าถูกส่งมาที่เดียวกันทั้งหมด หวงเซิ่งหนานจึงมาที่บ้านล้อมลาน
จ้าวซีน้อยเห็นหวงเซิ่งหนานก็กระโดดเข้าไปเรียกแม่ทูนหัว หวงเซิ่งหนานตอบรับแล้วก้มลงอุ้มเธอขึ้นมา พลางมองดูลี่หรงที่กำลังแกะพัสดุ
ลี่หรงกลอกตา “พอเห็นแม่ทูนหัวแล้ว ตื่นเต้นกว่าเห็นแม่แท้ ๆ อีกนะ” พูดกับหวงเซิ่งหนานอย่างจนปัญญา “พัสดุตั้งเยอะแยะ รีบมาช่วยกันก่อนเถอะ”
หวงเซิ่งหนานจูบเจ้าจ้าวซีน้อยหลายครั้ง ก่อนจะวางเธอลง “ไปช่วยแม่แกะพัสดุกันนะจ๊ะ”
จ้าวซีน้อยยื่นมือไปแตะพัสดุ แต่พอลี่หรงบอกว่าห้ามแตะ เด็กน้อยก็ไม่แตะ เลยไม่มีอะไรวุ่นวายนัก
เมื่อแกะชุดออกมา จ้าวซีน้อยกอดชุดหนึ่งไว้ “แม่คะ กระโปรงสวยจัง!”
“จ้ะ” ลี่หรงตอบรับเธอ แล้วส่งชุดในมือให้หวงเซิ่งหนาน “ชุดนี้ก็เป็นของเธอ ลองที่บ้านฉันก่อนไหม? ถ้าไม่พอดี เดี๋ยวฉันจะช่วยแก้ให้”
ทั้งสองคนไม่ได้อ้วนขึ้น เลยไม่มีชุดไหนที่ไม่พอดี พอลองเสร็จแล้ว หวงเซิ่งหนานจึงให้คนมาขนกลับไปบ้านของตัวเอง แล้วเล่าเรื่องที่ดินให้ลี่หรงฟัง “พวกเขาวางแผนจะสร้างบ้านเดี่ยว”
“บ้านเดี่ยวเหรอ?” ลี่หรงไม่เข้าใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์พวกนี้ แต่เธอเชื่อในการวางแผนของจ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ เธอพึมพำเบา ๆ แล้วยิ้มออกมา “ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะซื้อสักหลังไว้อยู่เองก็ได้นะ”
หวงเซิ่งหนานมองเธอ “อยู่ที่นี่ไม่สะดวกกว่าเหรอ?”
“ก็สะดวกนะ” ลี่หรงมองบ้านล้อมลาน “แต่ว่าค่อนข้างโบราณไปหน่อย”
เธอยังคิดถึงความทันสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอยู่บ้าง
แต่ต่อมาพวกเธอก็ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่ได้ไปอยู่ แม้จะคิดซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคต แต่คงไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้อยู่ในมือของจ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ อยู่ดี ถึงอย่างไร พวกเธอยังสามารถให้คนในครอบครัวซื้อได้เช่นกัน
ในขณะที่พวกเธอได้รับพัสดุ เจี่ยนเจินและคนอื่น ๆ ก็ได้รับเช่นกัน พัสดุของพวกเธอมีเสื้อผ้าแฟชั่นเพียงไม่กี่ชิ้น
เมื่อเห็นเสื้อผ้าแฟชั่น เจี่ยนเจินก็สวมใส่ทันที ลองสวมดูหนึ่งรอบ แล้วถอดออกมา จากนั้นพิจารณาการออกแบบและฝีมือของเสื้อผ้าอย่างละเอียด
ปีนี้แฟชั่นโชว์ของสตูดิโอโบตั๋นยังไม่ได้จัดเลย ตั้งแต่เธอกลับมาจากมิลาน เธอคอยสร้างกระแสอยู่ตลอด จนผ่านมาหลายเดือนถึงได้เตรียมพร้อม ไม่รู้ว่าสร้างความคาดหวังกับผู้คนได้มากแค่ไหน
คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเธอจะนำการออกแบบขึ้นสู่สัปดาห์แฟชั่นด้วยเสียอีก
แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ของโบตั๋นทำให้คนคาดหวังมากเกินไป ผลคือการออกแบบบนเวทีมีไม่กี่ชิ้นที่โดดเด่น
มีแต่สำนักข่าวที่จ่ายเงินซื้อเท่านั้นที่ชื่นชมพวกเขา ส่วนสำนักข่าวอื่น ๆ ล้วนวิจารณ์ตามเนื้อผ้า
แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ของโบตั๋นทำให้อับอายขายหน้าอย่างมาก เรียกว่าเริ่มต้นดีแต่จบไม่สวย
ลี่หรงยังคิดว่าพวกเธอจะสร้างความวุ่นวายได้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เสียงฟ้าร้องที่ไม่มีฝนตก กลายเป็นเรื่องตลกไปเปล่า ๆ
แต่ตอนนี้ลี่หรงไม่สามารถรู้สึกดีได้เช่นกัน เพราะเงินปันผลที่นิตยสารแฟชั่นจ่ายให้เธอมีเพียงแปดแสนกว่าหยวนเท่านั้น!