ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 467 ไม่ได้รับคำเชิญ
บทที่ 467 ไม่ได้รับคำเชิญ
หลังจัดการเรื่องของนิตยสารแฟชั่นเรียบร้อยแล้ว ซินอวี่รอมาระยะหนึ่ง พร้อมกับสังเกตการณ์นิตยสารรุ่ยสือไปด้วย
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซินอวี่ก็ไปที่สำนักงานนิตยสารรุ่ยสือเพื่อสัมภาษณ์งาน โดยอ้างอิงข้อมูลการรับสมัครของรุ่ยสือจากหนังสือพิมพ์
คนที่สัมภาษณ์เธอคือ หวงเซิ่งหนาน
หวงเซิ่งหนานสวมเสื้อสูทคลุมไหล่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร ซินอวี่ดูคล่องแคล่วและมีภาพลักษณ์ที่ดี หวงเซิ่งหนานรู้สึกว่าใช้ได้
เมื่อถึงช่วงแนะนำตัว ซินอวี่อธิบายถึงผลงานของเธอที่นิตยสารแฟชั่นอย่างมั่นใจ เธอรู้สึกดีกับตัวเอง แต่เมื่อเห็นสายตาของหวงเซิ่งหนานที่เริ่มจางลงอย่างชัดเจน เธอก็เริ่มนึกทบทวนว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
หวงเซิ่งหนานขัดจังหวะการพูดของเธอ “พอแล้วละ ฉันรู้เรื่องราวของคุณพอสมควรแล้ว ดีมากทีเดียว แต่รุ่ยสือของเราคงไม่เหมาะกับคุณหรอกค่ะ”
ซินอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมั่นใจมากในประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของเธอ แต่ทำไมหวงเซิ่งหนานถึงไม่สนใจเลยล่ะ?
เธอคิดไปคิดมา รู้สึกว่าอาจเป็นเพราะนักธุรกิจฮ่องกงไม่ชอบจ้างคนจากแผ่นดินใหญ่ แต่ซินอวี่ยังอยากพยายามอีกครั้ง “คุณหวง คุณช่วยบอกได้ไหมว่าส่วนไหนที่ไม่เข้ากับข้อกำหนดของรุ่ยสือ เพราะฉันอยากอยู่ที่นี่จริง ๆ ค่ะ”
หวงเซิ่งหนานยกมุมปากขึ้น “รุ่ยสือยังมีผู้ถือหุ้นอีกคนหนึ่ง คุณซินน่าจะรู้จักเธอ นั่นคือลี่หรงจากสตูดิโอฝูหรง แล้วคุณคิดยังไงล่ะ?”
ซินอวี่ตกใจเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงเลยว่ารุ่ยสือจะมีความเกี่ยวข้องกับลี่หรงด้วย
เธอพยายามอ้าปาก แต่พูดอะไรไม่ออก เมื่อหวงเซิ่งหนานพูดถึงลี่หรง ซินอวี่รู้ว่าตัวเองไม่มีทางได้อยู่ต่อแน่นอน
เธอยิ้มแหย ๆ ไม่รู้จะออกจากรุ่ยสืออย่างไรดี
เมื่อกลับถึงบ้าน สามีถามว่าเธอได้งานหรือยัง แต่กลับเธอเหม่อลอยจนไม่ได้ยินคำพูดของสามีเลย
ถ้าจะพูดถึงตอนที่อยู่สำนักพิมพ์แฟชั่น ที่เธอบอกให้พวกเขาระวังรุ่ยสือ เป็นเพียงสัญชาตญาณว่ารุ่ยสือมาแรงเกินไปจะกลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้ แต่ตอนนี้ซินอวี่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ารุ่ยสือจะต้องเติบโตอย่างแน่นอน ในเมื่อนิตยสารแฟชั่นเสียทรัพยากรการออกแบบเสื้อผ้าต้นฉบับอย่างลี่หรงไป ปีหน้าตลาดจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน
และเค้กใหญ่นี้ก็จะถูกแบ่งไปอยู่ในชามของรุ่ยสือ
ลาออกจากสำนักพิมพ์แฟชั่น แต่ไม่ได้งานที่รุ่ยสือด้วย ทำให้ซินอวี่รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงทุนและทรัพยากรที่มีอยู่เบื้องหลังรุ่ยสือ ซินอวี่รู้ว่าเมื่อรุ่ยสือเติบโตขึ้น แฟชั่นจะเป็นนิตยสารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอย่างแน่นอน
เมื่อเข้าใจเรื่องภายในดี ซินอวี่จึงไม่เสียใจที่ลาออกจากแฟชั่น เพราะถึงตอนนี้เธอไม่ไป ต่อไปก็อาจจะอยู่ไม่ได้อยู่ดี
แทนที่จะรอให้บริษัทเก่าล้มละลาย เธอไปหานิตยสารอื่นก่อนดีกว่า อย่างไรเสียด้วยประสบการณ์หลายปีของเธอ การหางานก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ส่วนเรื่องที่รุ่ยสือมีลี่หรงอยู่ด้วยนั้น ซินอวี่ไม่ได้ไปบอกแฟชั่น เมื่อนึกถึงหัวหน้าและหลัวเหม่ยเฟิงที่คอยกลั่นแกล้งเธอตลอด ซินอวี่เลยอยากรอดูละครสนุก ๆ เท่านั้น
ฟู่หย่วนกำลังก่อสร้าง ส่วนลี่หรงกำลังเตรียมงานแฟชั่นโชว์
แฟชั่นโชว์ในปี 89 ฝูหรงมีนักออกแบบเกือบสิบคนแล้ว เธอจึงตัดสินใจจัดงานแฟชั่นโชว์ที่ใหญ่ขึ้น แม้จะไม่เทียบเท่ากับงานสัปดาห์แฟชั่น แต่การจัดแสดงเสื้อผ้าเจ็ดสิบถึงแปดสิบชุดก็ไม่ใช่ปัญหา
ลี่หรงคิดว่าจะเตรียมงานหลังปีใหม่ จากนั้นใช้เวลาสองสามเดือน พอถึงปลายฤดูร้อนต้นฤดูใบไม้ร่วงก็พอดีสำหรับการจัดงาน
นอกจากข่าวเกี่ยวกับแฟชั่นโชว์ที่เผยแพร่ออกไปแล้ว หากลี่หรงไม่ริเริ่มเอง ข่าวของฝูหรงในหนังสือพิมพ์คงมีน้อยมาก เพราะฝูหรงเป็นสตูดิโอที่ตัดชุดเป็นรายบุคคล
ฝูหรงจะไม่นำความเป็นส่วนตัวของลูกค้ามาทำ แต่หากจำเป็นจริง ๆ ลี่หรงจะขอความยินยอมจากลูกค้าก่อน
นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือ การที่บุคคลสาธารณะสวมใส่ออกไป เช่น ติงหลาน ซ่างกวนเจียซิน เป็นต้น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ฝูหรงมีชื่อเสียงไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากก่อตั้งรุ่ยสือ ดาราหญิงในฮ่องกงหลายคนก็รู้จักแบรนด์นี้แล้ว
ตอนนี้ลูกค้าของฝูหรงเริ่มมีคนฮ่องกงแล้ว ฮ่องกงมีคนรวยมากกว่า และยังมีดาราสาวสวยชาวฮ่องกงบางคนมาสั่งตัดที่ฝูหรงด้วย
ดังนั้นฝูหรงจึงเป็นแบรนด์ที่ปรากฏตัวในสื่อเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะนักข่าวบันเทิงที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องการแต่งตัวของศิลปิน ไม่เช่นนั้นจะสร้างกระแสได้อย่างไร?
นี่ถือเป็นการรักษากระแสความนิยมให้กับฝูหรงอีกทางหนึ่ง แต่พวกศิลปินเหล่านั้นก็ต้องการกระแสความนิยมเช่นกัน ตราบใดที่ไม่กระทบผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาก็ไม่สนใจ ทุกอย่างจึงลงตัวพอดี แฟชั่นโชว์ที่ลี่หรงเตรียมไว้สามารถจัดได้ตามเวลาที่วางแผนไว้
ชุดออกแบบเจ็ดสิบถึงแปดสิบชุด ห้องแสดงของฝูหรงก็ไม่สามารถจุได้หมด ลี่หรงตั้งใจว่าจะเก็บไว้บางส่วนเพื่อสับเปลี่ยนในห้องแสดง แล้วเอาชุดที่เปลี่ยนออกมาขายด้วย
รุ่ยสือปล่อยข่าวแฟชั่นโชว์ของฝูหรงออกมาก่อน สำนักข่าวและนิตยสารอื่น ๆ ที่ไม่ได้ยินข่าวนี้ต่างสงสัยว่าข่าวนี้จริงหรือเท็จกันแน่?
ถ้าเป็นเรื่องจริง แล้วรุ่ยสือรู้ได้อย่างไร?
พวกเขาคิดว่าแฟชั่นโชว์ของฝูหรงปีนี้คงต้องรอจนถึงหน้าหนาว เพราะไม่มีข่าวคราวอะไรเลย
นักข่าวบางคนแอบไปสอบถามกับแฟชั่น เพราะฝูหรงร่วมงานกับแฟชั่นมาหลายปี เพราะความขัดแย้งระหว่างลี่หรงกับแฟชั่นมีแต่คนสองบ้านเท่านั้นที่รู้ พวกนักข่าวเหล่านั้นจึงคิดเองว่าแฟชั่นต้องมีข่าวแน่
คนในแฟชั่นรู้เรื่อง แต่พวกเขาก็จะไม่พูดออกไปมั่ว ๆ แน่นอน
ไม่นานพวกนักข่าวเหล่านั้นก็ขุดข่าวการยกเลิกสัญญาระหว่างลี่หรงกับแฟชั่นออกมาได้เอง พวกเขาดีใจกับเรื่องร้ายของคนอื่น โดยเฉพาะสำนักนิตยสารที่มีขนาดใกล้เคียงกับแฟชั่น
เพราะนิตยสารแฟชั่นได้ทำกำไรมหาศาลจากการร่วมมือกับฝูหรง ยอดขายเลยพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสำนักพิมพ์นิตยสารเล็ก ๆ จนมีขนาดใหญ่อย่างทุกวันนี้ นิตยสารเล็ก ๆ ที่อื่นคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขาไม่อิจฉา
แต่ตอนนี้แฟชั่นสูญเสียต้นไม้เงินต้นไม้ทองไปแล้ว สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ย่อมยินดี
บางแห่งเริ่มคิดและเข้าหาสตูดิโอฝูหรงด้วยตนเอง หวังจะร่วมงานกับลี่หรง เพราะในสายตาของพวกเขา หากได้ร่วมงานกับฝูหรง รายได้ในปีนี้จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน
แต่ก็มีคนที่มีสติอยู่บ้าง เพราะหากลี่หรงจะร่วมงานกับใคร คงตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนกับนิตยสารแฟชั่นในตอนนั้น
พวกเขานึกถึงข่าวที่รุ่ยสือเพิ่งปล่อยออกมา ทันใดนั้นก็เข้าใจได้ บางทีลี่หรงอาจจะร่วมงานกับรุ่ยสือไปแล้ว
สำนักพิมพ์นิตยสารเหล่านั้นรู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที
สำนักพิมพ์บางแห่งคิดว่า ถ้ากินเนื้อไม่ได้ ขอดื่มน้ำซุปสักหน่อยก็ยังดี จึงร่วมปล่อยข่าวหวังว่าจะเพิ่มยอดขายได้
ครั้งนี้ลี่หรงทำการใหญ่ นอกจากชุดโชว์แล้ว ก่อนเริ่มแฟชั่นโชว์ครึ่งเดือน เธอยังคัดเลือกนักข่าวสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งมาเข้าชมในงานได้
ฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ว่านอกจากแฟชั่นโชว์ครั้งแรกที่ให้นักข่าวเข้าชม หลังจากนั้นทุกครั้งของฝูหรงล้วนเป็นแฟชั่นโชว์ที่เป็นส่วนตัวมาก ไม่เคยให้นักข่าวเข้าชมอีกเลย
แต่ครั้งนี้ลี่หรงกลับให้โอกาส!
สำนักข่าวเหล่านั้นที่คิดว่าจะไม่ได้กินเนื้อ ตอนนี้ต่างตาเป็นประกายด้วยความยินดี!
ลี่หรงเชิญนิตยสารและสำนักข่าวส่วนใหญ่ในเมืองหลวง แต่จำกัดให้แต่ละสื่อมาได้มากสุดสองคน
นิตยสารและหนังสือพิมพ์ที่ได้รับเชิญ เริ่มประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าในหนังสือพิมพ์ของตัวเอง โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อดึงดูดให้ผู้อ่านติดตามอย่างต่อเนื่องหรือซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสารของพวกเขา
ทางฝั่งนิตยสารแฟชั่นไม่ได้รับเชิญ หัวหน้าฝูรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก คิดว่าลี่หรงช่างไม่รู้จักเอาใจพวกเขาเสียเลย เพราะตอนนี้นิตยสารแฟชั่นของพวกเขาเป็นหนึ่งในนิตยสารชั้นนำของเมืองหลวงเชียวนะ!
คิดว่าออกจากนิตยสารแฟชั่นแล้ว ฝูหรงจะทำนิตยสารขายและสร้างกระแสได้เหมือนแต่ก่อนหรือไง?