ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 79 สอบเสร็จแล้ว
บทที่ 79 สอบเสร็จแล้ว
จ้าวชิงซงพาเธอไปที่โรงแรม
เมื่อเห็นจ้าวชิงซงแสดงทะเบียนสมรส และจดหมายแนะนำตัวให้ผู้จัดการโรงแรมดู ลี่หรงก็ประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะเตรียมเรื่องเหล่านี้ไว้แล้ว
จ้าวชิงซงพาเธอไปที่ห้องพัก “คุณรีบไปนอนเถอะ ถ้าใกล้ถึงเวลา ผมจะปลุกคุณเองครับ”
ลี่หรงหาวแล้วถามว่า “คุณได้จดหมายแนะนำตัวตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“เมื่อไม่กี่วันก่อนครับ ช่วงนี้เราจะต้องอยู่ที่นี่กันไปก่อน ยังไม่ต้องกลับบ้าน จะได้ไม่ต้องยุ่งยากเดินทางกลับไปกลับมาครับ” จ้าวชิงซงช่วยเธอถอดเสื้อคลุมและรองเท้าออก แล้วให้เธอนอนลงบนเตียง ส่วนเขานั่งลงข้าง ๆ แล้วพูดว่า “นอนเถอะครับ”
ลี่หรงหลับไปจริง ๆ อาจเป็นเพราะเธอตื่นแต่เช้า และใช้สมองเยอะมาก หลังจากหลับตาลง หญิงสาวก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราทันที
วิชาที่สอบภาคบ่ายคือวิชาการเมือง
ข้อสอบถามถึงแนวคิดของผู้นำทั้งในและต่างประเทศ บังเอิญว่าลี่หรงจดจำได้เป็นส่วนใหญ่ จึงสามารถเขียนคำอธิบายคำตอบได้ทันทีที่หยิบปากกาขึ้นมา
นอกจากเขียนอธิบายแล้ว ยังมีคำถามบางข้อที่ไม่ง่ายนัก ทว่าลี่หรงกำลังคิดว่าเรื่องการเมืองนั้น เธอควรจะได้คะแนนเพราะสามารถแสดงความคิดเห็น และมีมุมมองที่ถูกต้อง
แน่นอนว่าแนวคิดบางอย่าง ก็ต้องอภิปรายด้วย
นอกจากนี้ยังมีคำถามที่ยาก อย่างคำถามข้อสุดท้าย ลี่หรงต้องวิเคราะห์บทความเกี่ยวกับการจัดสอบกลาง เธอกลืนน้ำลาย นี่ไม่ถือว่ายากเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง ลี่หรงก็ตั้งสติ แล้วเขียนอธิบายความคิดและคำพูด ที่เธอจดจำมาจากคนมีชื่อเสียง
หลังจากเขียนเสร็จ เธอก็อ่านทบทวนอีกครั้ง อืม… ค่อนข้างน่าพอใจ เนื้อความสมเหตุสมผลดี
หลังจากสอบช่วงบ่ายเสร็จสิ้น จ้าวชิงซงก็พาลี่หรงไปกินข้าวเย็น
ผู้สมัครสอบเหล่านั้นน่าจะกลับบ้านไปกินข้าวเย็นกันหมดแล้ว ในร้านอาหารของรัฐจึงมีคนไม่มากนัก
หลังจากกินข้าวเสร็จ และกลับมาที่โรงแรม จ้าวชิงซงก็ถามลี่หรงว่า “คุณจะอ่านหนังสือต่อหรือจะนอนเลยครับ?”
“อืม…” ลี่หรงคิดครู่หนึ่ง “ขอฉันจำสูตรที่ต้องใช้สอบพรุ่งนี้ก่อนนะคะ คณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ต้องท่องจำสูตรเยอะค่ะ”
“ได้ครับ งั้นผมจะออกไปอยู่ข้างนอกนะครับ” หลังจากที่จ้าวชิงซงพูดจบ เขาก็กำลังจะเดินออกไป
ลี่หรงดึงเขาไว้ “คุณจะไปอยู่ข้างนอกทำไมล่ะคะ มีโต๊ะกับเตียงอยู่ที่นี่ คุณจะนั่งหรือนอนก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”
“ถ้าผมอยู่ก็อาจรบกวนสมาธิคุณ ผมเลยควรออกไปรอข้างนอกดีกว่าครับ”
ลี่หรงยิ้ม “คุณอยู่ที่นี่ก็ไม่รบกวนสมาธิฉันหรอกค่ะ อย่าลืมว่าฉันอ่านหนังสือโดยมีอันอันอยู่ด้วยได้นะคะ”
จ้าวชิงซงขบกรามแน่นขึ้น แล้วอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ก่อนที่เขาจะพูด ลี่หรงเอื้อมมือไปจับมือเขา “ไม่ต้องกังวลไปนะคะ คุณไม่อยากรบกวนใช่ไหมคะ เอาล่ะ ถ้างั้นคุณนอนพักก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเดี๋ยวฉันจะปลุกทีหลังเอง”
ตาขาวของจ้าวชิงซงแดงก่ำ ลี่หรงรู้สึกว่าเขาตึงเครียดกว่าเธออีก แต่เธอยังคงสงบนิ่งได้
หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวชิงซงก็ตื่นขึ้นมาเห็นลี่หรงกำลังอ่านหนังสือ
ไฟในห้องสว่างแล้ว เขาดูนาฬิกา เห็นว่าเป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว
เขาลุกไปสวมรองเท้า แล้วหยิบกะละมังออกมาเงียบ ๆ
ไม่นานเขาก็เข้ามาพร้อมกะละมังใส่น้ำร้อน “ถึงเวลานอนแล้วนะครับ คุณหยุดอ่านหนังสือแล้วมาเช็ดหน้า ล้างเท้า เตรียมเข้านอนได้แล้วครับ”
ลี่หรงพยักหน้า ก่อนวางหนังสือลง แล้วเดินไปนั่งลงที่ขอบเตียง จากนั้นเช็ดหน้าด้วยผ้าชุบน้ำร้อนที่จ้าวชิงซงส่งให้
ทั้งสองแช่เท้าในกะละมัง ลี่หรงซบไหล่ของจ้าวชิงซง “คุณดีกับฉันมากเลยค่ะ”
จ้าวชิงซงกล่าวว่า “คุณเป็นภรรยาของผม ถ้าไม่ใจดีกับคุณ แล้วจะให้ไปใจดีกับใครล่ะครับ?”
ลี่หรงขมวดคิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นจูบคางของจ้าวชิงซง
ลูกกระเดือกของจ้าวชิงซงเคลื่อนไหวขึ้นลง เขากำลังถูกลี่หรงกระตุ้น ชายหนุ่มพลันจับเอวของหญิงสาว แล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม น้ำเสียงเขาชวนวาบหวาม “อย่ายั่วผมสิครับ รอสอบเสร็จก่อนเถอะ”
ลี่หรงส่ายหน้า ไม่กล้าทำอะไรอีกต่อไป ก่อนเช็ดเท้าแล้วนอนลงบนเตียง
การสอบทั้งหกวิชา เสร็จสิ้นภายในสามวัน
วิชาสุดท้ายคือภาษาอังกฤษ ความจริงแล้ววิชาภาษาอังกฤษไม่ใช่วิชาบังคับ
ในชาติก่อน ลี่หรงเรียนด้านการออกแบบแฟชั่นหลักสูตรนานาชาติ เพื่อที่จะไปทำงานต่างประเทศกับแบรนด์เสื้อผ้าหรูหราระดับโลก ทำให้ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษระดับแปด และยังผ่านการทดสอบสนทนาปากเปล่าด้วย เธอสามารถสนทนากับเพื่อนชาวต่างชาติได้คล่องแคล่วมาก
ลี่หรงเลือกสอบภาษาอังกฤษ เพราะเป็นจุดแข็งของเธอ ข้อสอบภาษาอังกฤษยุคนี้มีแค่ข้อเขียน ไม่มีข้อสอบการฟัง และรู้สึกว่าการทำคะแนนสูงในเรื่องนี้ เป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ
ความจริงแล้วในห้องสอบภาษาอังกฤษมีคนเยอะมาก ลี่หรงยักไหล่ แล้วก้มหน้าลงเขียนตอบทันที หลังจากได้รับข้อสอบแล้ว
เวลาสอบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงกริ่งดัง ก็ได้ยินเสียงของผู้เข้าสอบหลายคนกระสับกระส่าย
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ลี่หรงก็รู้สึกราวกับว่าได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักหน่วงออกจากอก
การอ่านหนังสืออย่างหนักกว่าแปดเดือน จบลงแล้ว!
ลี่หรงหายใจออกช้า ๆ แล้วเก็บปากกา
ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องสอบ ก็เห็นจ้าวชิงซงกำลังยืนชะเง้อคอคอยอยู่นอกประตู มองมาที่เธออย่างกระสับกระส่าย
ราวกับว่าเขากับเธอมีจิตที่เชื่อมถึงกัน ทั้งสองสบตากันอย่างรวดเร็ว
จ้าวชิงซงเดินไปหาเธอ แม้ว่าชายหนุ่มจะเซเล็กน้อย แต่เขาก็รีบจับมือของลี่หรง
เมื่อสัมผัสมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบ จ้าวชิงซงก็รู้สึกใจหาย เขารีบพ่นลมหายใจอุ่น ๆ ใส่มือ แล้วลูบมือเธอ “มือแข็งหรือเปล่าครับ?”
“อืม” ลี่หรงพูดตามตรง “แข็งค่ะ ช่วยนวดมือให้หน่อยนะคะ”
ไม่ใช่ว่ามือแข็งเพราะหนาว แต่เป็นเพราะต้องเกร็งขณะเขียนคำตอบนาน ๆ
จ้าวชิงซงนวดมือเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงจับมือเธอเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเขา “กลับบ้านกันเถอะครับ”
“กินข้าวกันก่อนนะคะ” ลี่หรงพูด “กว่าเราจะกลับไปทำอาหารกัน คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
“ได้ครับ ตามใจคุณ”
สองวันที่ผ่านมายังมีอาหารถูกปากให้กิน แต่วันนี้กินไม่ได้เลย
แม้ว่าอาหารในร้านอาหารของรัฐจะมีให้เลือกหลายอย่าง แต่อาหารก็ค่อนข้างมันเยิ้ม
ทั้งสองกินแค่เกี๊ยวแห้งกับเกี๊ยวน้ำคนละชาม
เมื่อนึกถึงลูกน้อยที่ฝากไว้ให้คุณแม่จ้าวดูแล ลี่หรงก็สั่งเกี๊ยวนึ่งกลับบ้านด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลจ้าว ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ทว่ายังคงมีแสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดในห้องโถงและในลานบ้าน ทั้งยังได้ได้ยินเสียงของพวกต้าหนิวเล่นอยู่กับอันอัน
ลี่หรงยิ้ม เธอไม่ได้เจอลูกน้อยมาสองวันแล้ว ตอนที่ยังไม่ได้เจอก็ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไร
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินเสียงของเด็กน้อย ความคิดถึงและห่วงหาก็เอ่อล้นในใจ
เธอยื่นเกี๊ยวให้จ้าวชิงซง แล้วบอกให้เขาช่วยนำไปอุ่นให้ จากนั้นเดินไปที่ห้องโถง ก่อนเปิดประตู แล้วตะโกนเข้าไปข้างใน “อันอัน… แม่กลับมาแล้ว”
เมื่อเด็กน้อยได้ยินเสียงแม่ ก็โยนของเล่นที่ถืออยู่ทิ้งไป เมื่อหันกลับมาเห็นลี่หรง ก็เบะปากแล้วตะโกนว่า “แม่จ๋า …”
อันอันกางแขนน้อย ๆ ขณะนั่งอยู่บนเตียงเตา จากนั้นเดินไปที่ขอบเตียง แต่ไม่กล้าลง
เขายืนอยู่บนขอบเตียงเตา แล้วเหยียดเท้าเล็ก ๆ ออกไป พลางกางแขนไปหาลี่หรง “อุ้ม แม่…”
ลี่หรงเข้ามาอุ้มเขา พร้อมหอมแก้มอีกฟอดใหญ่หลายครั้ง แล้วพูดว่า “ลูกรัก คิดถึงแม่ไหมจ๊ะ?”
คุณแม่จ้าวนั่งข้างเธอ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่คิดถึงได้ยังไงล่ะ อันอันร้องหาแม่ทุกวันเลย ตอนกลางคืนก็ไม่ยอมนอน ยังดีที่ต้าหนิวคอยอยู่เป็นเพื่อน”
ในห้องโถงมีคุณแม่จ้าว ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิว ส่วนจ้าวชิงหยางกับภรรยาไม่อยู่ คุณพ่อจ้าวก็เข้านอนไปแล้ว
ลี่หรงถามว่า “ตอนกลางคืนเขานอนกับใครเหรอคะ?”
“คืนแรกนอนกับแม่จ้ะ แต่เมื่อคืนไปนอนกับต้าหนิว สงสัยอยากอยู่กับพี่ชาย”
ลี่หรงยิ้มแล้วพูดว่า “ขอโทษที่รบกวนนะคะ ต้าหนิว เอ้อร์หนิว เดี๋ยวพรุ่งนี้อาสะใภ้จะเลี้ยงของอร่อยนะ”
อันอันกอดคอลี่หรง แล้วถามว่า “แม่ไปไหนมา”