ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 80 พ่อฮะ พวกเขาบอกว่าพ่อขาพิการ ขาพิการคืออะไรฮะ?
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 80 พ่อฮะ พวกเขาบอกว่าพ่อขาพิการ ขาพิการคืออะไรฮะ?
บทที่ 80 พ่อฮะ พวกเขาบอกว่าพ่อขาพิการ ขาพิการคืออะไรฮะ?
“แม่ไปสอบมาน่ะ” ลี่หรงจุ๊บเจ้าตัวน้อย
เจ้าตัวน้อยเบิกตากว้าง น้อยใจจนอยากร้องไห้ “พวกคุณอาคุณน้าบอกว่าแม่ทิ้งอันอันแล้ว”
คุณอาคุณน้าที่ว่าหมายถึงพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งเห็นเด็กน้อยก็จะหยอกล้อแบบนี้
ช่วงนี้แม่จ้าวเป็นคนดูแล เวลาที่แม่จ้าวไปทำงานก็จะให้พวกต้าหนิวพาเขาไปเล่น
ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบางส่วนก็จะหยอกเจ้าตัวน้อย พูดว่า “แม่เขาทิ้งเขาแล้ว…” อะไรประมาณนี้
อันอันฟังรู้เรื่อง รู้ว่า ‘ทิ้งเขา’ หมายถึงอะไร เมื่อได้ยินก็จะร้องไห้งอแง
เมื่อกลับมาบ้าน เด็กน้อยจะเกาะติดแม่จ้าวพร้อมกับถามคำถามนี้ เมื่อแม่จ้าวปลอบขวัญอันอันเสร็จ ว่าแม่ไม่ได้ทิ้งเขา เด็กน้อยก็ตามติดพวกต้าหนิวพี่ชายทั้งสองไปเล่นข้างนอกแทน
ตอนนี้เด็กน้อยได้พบแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว เขาจึงเกาะติดเธอพร้อมกับถาม เพื่อยืนยันสิ่งที่อยู่ในใจ
ลี่หรงได้ยินแบบนั้นก็ปวดใจ นึกตำหนิผู้ใหญ่ที่พูดจาไร้สาระพวกนั้น โดยมักจะยกคำว่าล้อเล่นไปทำร้ายจิตใจของเด็กน้อยที่ยังเด็กและไร้เดียงสา
เธอพูดกับเจ้าตัวน้อยด้วยรอยยิ้ม “แม่จะไม่ทิ้งลูกเด็ดขาด อันอันจะเป็นลูกรักของแม่ตลอดไปเลย”
เจ้าตัวน้อยฉีกยิ้มในทันที ก่อนเข้ากอดลี่หรงพร้อมหัวเราะ ‘คิก ๆ’ แล้วสั่งน้ำมูกจนเป็นฟอง
แม่จ้าวยื่นผ้าขนหนูให้ แล้วถามลี่หรง “เจ้ารองล่ะ ไม่อยู่เหรอ?”
“อยู่ในครัวค่ะ ฉันซื้อเกี๊ยวกลับมาด้วย กะว่าจะอุ่นให้อันอันกินน่ะค่ะ” ลี่หรงมองต้าหนิวสองพี่น้อง “พวกเธอสองคนจะกินด้วยไหม อารองของพวกเธอกำลังอุ่นเกี๊ยวอยู่น่ะ”
ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวพูดเป็นเสียงเดียวกัน “กินครับ!”
“ทำไมซื้อจากข้างนอกล่ะ ร้านอาหารรัฐขายแพงขนาดนั้น กลับมาทำเองจะประหยัดเงินกว่านะแม่ว่า” แม่จ้าวเสียดายเงิน
“ไม่เท่าไรหรอกค่ะ กว่าพวกเราจะกลับมาถึงบ้าน คงใช้เวลานาน เลยซื้ออาหารกลับมาดีกว่าค่ะ” ลี่หรงพูดจบก็ให้แม่จ้าวไปนอนก่อน แล้วพูดกับพวกต้าหนิว “มานี่สิ อารองของพวกเธอน่าจะอุ่นเสร็จแล้ว”
พวกต้าหนิวสวมเสื้อนอกลงจากเตียงเตา
แม่จ้าวพูด “อย่ากินเยอะเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะนอนไม่หลับเอา เหมือนวัว*[1] สมชื่อจริง ๆ เลย ตอนเย็นก็กินไปมากขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ ตอนนี้ยังจะกินอีก เฮ้อ…”
จ้าวชิงซงเห็นหลานชายสองคนเดินเข้ามา ก็หยิบชามมาเพิ่มสองใบ พร้อมเอ่ยถาม “พวกเธออยากได้ซอสเปรี้ยวหรือซีอิ๊วล่ะ?”
ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวตอบ “ซอสเปรี้ยวครับ”
พวกเขามีกระเพาะของคนทางเหนือขนานแท้ ที่เวลากินเกี๊ยวต้องจิ้มซอสเปรี้ยวเท่านั้น จ้าวชิงซงเทซอสเปรี้ยวให้พวกเขาแต่ละคน
เจ้าตัวน้อยเห็นพ่อกำลังยุ่ง ก็บีบจมูก แล้วพูดเสียงอู้อี้ “ไม่เอาซอสเปรี้ยว มันเปรี้ยว”
ลี่หรงยิ้ม “พ่อเขารู้ เขาไม่ให้ซอสเปรี้ยวลูกหรอก”
อันอันไม่เข้าใจว่าเพราะพันธุกรรมคนทางใต้ของลี่หรงหรือว่าอายุยังน้อย เขาจึงไม่ชอบกินซอสเปรี้ยว แม้แต่ของเปรี้ยวก็ไม่ชอบ
ลี่หรงจำได้ว่าครั้งแรกที่เจ้าตัวน้อยกินเกี๊ยวจิ้มซอสเปรี้ยว มีหน้าตาเหยเก ปากอ้าออก แล้วคายเกี๊ยวออกมาทันที
จากนั้นมา เมื่อได้กลิ่นเปรี้ยวของซอสเปรี้ยวก็จะปิดจมูก เหมือนเป็นสัญชาตญาณ
“เอ้านี่ ซีอิ๊วของลูก” จ้าวชิงซงมองเจ้าตัวน้อยปิดจมูกพร้อมพูดอย่างขำขัน แล้วพูดกับลี่หรง “ปล่อยเขาลงให้นั่งเองเถอะ ไม่ต้องอุ้มตลอดเวลาก็ได้ครับ”
หลังจากเจ้าตัวน้อยถึงวัยที่นั่งทานอาหารเองได้แล้ว จ้าวชิงซงก็หาช่างไม้มาทำเก้าอี้สำหรับเด็ก สูงและมีที่กั้น ให้เจ้าตัวน้อยนั่งกินข้าวเอง
อันอันได้ยินพ่อบอกให้ปล่อยเขาลง ก็กอดลี่หรงแน่น แล้วหันหน้าหนี “ไม่เอา จะให้แม่อุ้ม”
ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยจะติดเธอกว่าเดิม เพราะลี่หรงไม่อยู่บ้านหลายวัน
ลี่หรงตบหลังอันอัน พูดปลอบเขา “ไม่เป็นไรนะ ๆ แม่ไม่ปล่อยลูกหรอก จะอุ้มลูกพร้อมกินเกี๊ยวไปด้วยเลยจ้ะ”
จ้าวชิงซงหรี่ตากำลังจะพูด ก็ถูกลี่หรงมองค้อนกลับไป
ลี่หรงยื่นมือ “หยิบช้อนให้หน่อยสิคะ”
จ้าวชิงซงวางของลงตรงหน้าลี่หรง แล้วปรายตามองสายตาของอันอันที่มองมาอย่างไม่แยแส “ตามใจ”
เจ้าตัวน้อยกินเกี๊ยวอย่างเอร็ดอร่อย
ลี่หรงพบว่าหลายวันที่ไม่ได้เจอกัน เจ้าตัวน้อยไม่ได้ติดจ้าวชิงซงเหมือนกับที่ติดเธอ
สมกับที่เธออุ้มท้องมาเก้าเดือน
ลี่หรงหอมเด็กน้อยอย่างรักใคร่
เจ้าตัวน้อยไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงหอมเขาอีกแล้ว ทว่าเด็กน้อยมีความสุขมาก ปากที่เต็มไปด้วยน้ำมันก็แนบเข้ามาติดใบหน้าลี่หรงไปครึ่งหนึ่ง
ถึงอย่างไรตัวเธอก็ยังไม่ได้อาบน้ำ ลี่หรงจึงปล่อยให้เขาทำ
ต้าหนิวกินไปไม่กี่ชิ้นก็พูดขึ้น “เกี๊ยวนี่ไม่อร่อยเท่าที่อาสะใภ้รองทำเลย”
“ผมก็คิดเหมือนกัน” เอ้อร์หนิวพูดคล้อยตาม
ลี่หรงมีสีหน้าอ่อนโยน “ไว้วันหลังอาจะทำเกี๊ยวให้พวกเธอกินนะ”
เด็กโตทั้งสองกินอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเหอซิ่งตะโกนเรียกลูก ๆ อยู่ข้างบ้าน เมื่อพวกเขากินเสร็จก็วางชามและตะเกียบก่อนจะเดินกลับบ้านไป
ในห้องครัวเล็กจึงเหลือเพียงสมาชิกในบ้านทั้งสาม
จ้าวชิงซงพูด “น้ำร้อนแล้ว คุณไปอาบน้ำก่อนเลยนะครับ เดี๋ยวผมป้อนเขาเอง”
พูดพลางเอื้อมมือไปรับ
ลี่หรงอยากตอบตกลง ทว่าเจ้าตัวน้อยเห็นจ้าวชิงซงจะเข้ามาอุ้มเขา ก็ซุกอ้อมอกผู้เป็นแม่อย่างไม่เต็มใจ
จ้าวชิงซงแค่นยิ้ม “ไม่อยากมาหาเหรอ? พ่อเป็นพ่อของลูกนะ ไม่มีพ่อก็ไม่มีลูกหรอก”
ลี่หรงคิดว่ามันแปลกเล็กน้อย เธอกับสามีไม่อยู่บ้านตั้งหลายวัน และก่อนหน้านี้เอง อันอันก็ไม่ได้รังเกียจจ้าวชิงซง
จะบอกว่าเพิ่งกลับมาจึงค่อนข้างติดแม่ก็เข้าใจได้ ทว่าตอนนี้ก็ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว ทำไมไม่อยากไปหาพ่ออยู่ตลอดเลยล่ะ
ลี่หรงมองเจ้าตัวน้อย “ทำไมไม่อยากไปหาพ่อล่ะจ๊ะ?”
เจ้าตัวน้อยปากมุ่ย ไม่พูดไม่จา
ลี่หรงขมวดคิ้ว จะต้องมีเงื่อนงำบางอย่างที่เธอยังไม่รู้แน่ ลี่หรงปลอบเจ้าตัวน้อย แล้วถามอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย
เจ้าตัวน้อยจึงพูดด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ “พวกเขาบอกว่า ถ้าอันอันอยู่กับพ่อ แม่ก็จะทิ้งอันอันไป”
ลี่หรงสบตากับจ้าวชิงซง ทั้งปวดใจและทำตัวไม่ถูก
คนในหมู่บ้านจะต้องพูดบางอย่างเกี่ยวกับลี่หรงว่าหลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว อันอันก็จะถูกทิ้งไว้กับจ้าวชิงซง
เจ้าตัวน้อยได้ยินมาก ๆ เข้าก็จดจำได้
จ้าวชิงซงเข้ามานั่ง แล้วหยิกแก้มของเจ้าตัวน้อย “ลูกเพิ่งตัวสูงเท่านี้เอง ก็ถูกหลอกแล้วเหรอเนี่ย แม่ไม่มีทางทิ้งลูกกับพ่อหรอก สบายใจได้เลย แม่ของลูกไม่หนีไปไหนแน่นอน”
เจ้าตัวน้อยมองจ้าวชิงซงด้วยแพขนตาที่เปียกชื้น แล้วถาม “พ่อ… พวกเขาบอกว่าพ่อขาพิการ ขาพิการคืออะไร?”
เจ้าตัวน้อยห้ามปากไม่อยู่ เมื่ออยู่ใน ‘ช่วงอ่อนไหวทางภาษา’ มักจะเลียนแบบคำพูดจากพวกผู้ใหญ่ แล้วกลับบ้านมาถามพ่อแม่แทน
ทว่าสิ่งที่เด็กน้อยพูด จะต้องได้ยินมาจากข้างนอกแน่นอน ถึงพูดแบบนี้ได้
ลี่หรงสีหน้าหม่นลง ผู้ใหญ่ที่พูดคำนี้ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ
ความไร้เดียวสาของอันอัน กลับทำร้ายจิตใจของจ้าวชิงซง
ลี่หรงทุกข์ใจมาก เธอปรายตามองจ้าวชิงซง ก็เห็นเขาแสร้งทำเป็นอธิบายให้เจ้าตัวน้อยฟังอย่างสบายใจเท่านั้น “ขาพิการ ก็หมายถึงขากับเท้ามีปัญหา เดินไม่เหมือนกับคนอื่นครับลูก”
ลี่หรงหยิกแก้มเจ้าตัวน้อย “จากนี้ไปอย่าพูดกับพ่อแบบนี้นะ”
เจ้าตัวน้อยยังคงถาม “งั้นอันอันจะขาพิการไหมครับ?”
“อันอันไม่เป็นหรอก” จ้าวชิงซงพูด
จ้าวชิงซงบีบจมูกเล็กของเขา “เอาล่ะ ให้พ่ออุ้มลูกเถอะ จะได้ให้แม่ไปอาบน้ำเสร็จแล้วค่อยมาอุ้มลูกต่อ ลูกจะไม่ปล่อยให้แม่อาบน้ำเลยเหรอ?”
“ครับ” เจ้าตัวน้อยทำสีหน้า ‘กล้ำกลืนฝืนทน’
[1] หนิว (牛) ภาษาจีนแปลว่า วัว